ทีดีอาร์ไอหวั่น"นิรโทษสุดซอย"กระทบเศรษฐกิจ ระบุหากผ่านวาระ 2-3 ตามที่กมธ.เสนอ แรงต่อต้านสูง ด้านกมธ.เสียงข้างมากยืนกรานไม่กลับมติ
นักวิชาการห่วงหากร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) นิรโทษกรรมแก่ผู้ซึ่งกระทำความผิดเนื่องจากการชุมนุมทางการเมืองและการแสดงออกทางการเมืองของประชาชน พ.ศ.... ยังไปเป็นตามที่คณะกรรมาธิการแก้ไขเนื้อหาล้างผิดในคดีความหลังการรัฐประหารของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ทุกคดี และต้องคืนทรัพย์สิน 4.6 หมื่นล้านบาท อาจมีแรงต่อต้านมาก จนเกิดความวุ่นวาย จะนำไปสู่ผลกระทบที่มีต่อเศรฐกิจได้
นายสมชัย จิตสุชน ผู้อำนวยการวิจัยด้านการพัฒนาอย่างทั่วถึง สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) ให้สัมภาษณ์ในรายการเจาะข่าวเช้านี้ทางสถานีวิทยุจุฬาฯ ถึงความสัมพันธ์ระหว่างการเมืองและเศรษฐกิจว่า กรณี พ.ร.บ.นิรโทษกรรม การเมืองเศรษฐกิจเกี่ยวพันกันมากขึ้น สถานการณ์เศรษฐกิจของไทยก่อนหน้านี้ มีจุดที่บ่งชี้ว่าชะลอตัวลง
ส่วนนโยบายประชานิยมของรัฐบาลนั้น นโยบายจำนำข้าวเป็นนโยบายที่แย่ที่สุดนโยบายหนึ่งในประวัติศาสตร์ของไทยที่เคยมีมา เพราะสูญเสียมาก ผลดีที่บอกว่าชาวนาได้ประโยชน์ หากไปดูผลทางวิชาการไม่ดีขนาดนั้น และชาวนาที่ได้ประโยชน์คือ ชาวนาที่ร่ำรวย สำหรับนโยบายรถคันแรกไม่ควรทำในภาวะปกติ เพราะเป็นการบิดเบือนอุปสงค์ และในปีนี้ทุกคนก็โอดครวญว่าทำธุรกิจยาก
นายสมชัย กล่าวว่า สำหรับข่าวเรื่อง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ขณะนี้ภาพค่อนข้างน่ากลัวว่าจะกระทบต่อเศรษฐกิจ หากผ่านวาระ 2-3 เป็นไปตามที่กรรมาธิการเสนอ จะมีปัญหามาก เพราะไปแตะจุดที่เป็นจุดอ่อนไหว ไม่ว่าจะเป็นการนิรโทษกรรมให้กับทุกฝ่าย โดยเฉพาะผู้สั่งการ
"ถ้าไปดูไม่มีสีไหนชอบสักสีแรงต่อต้านจะเยอะ และการนิรโทษถึงขนาด พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ไม่ต้องเข้ากระบวนการปกติด้วยซ้ำ ความยุติธรรมในบ้านเมืองจะหายไปเลย หากเป็นแบบนี้คนในบ้านเมืองจะไม่เห็นด้วยเยอะ และจะมีการต่อต้านเยอะหรือไม่ การต่อต้านเยอะไม่มีใครชอบ ซึ่งนักธุรกิจรออยู่ หากผมเป็นนักธุรกิจจะชะลอดูวาระ 2-3 และหากออกมาเป็นแบบนั้นเศรษฐกิจก็จะชะลอ 1-2 ปีเลย" นายสมชัย ระบุ
กมธ.เมินทบทวนนิรโทษสุดซอย
ขณะที่ในการประชุมคณะกรรมาธิการ(กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ที่มีนายสามารถ แก้วมีชัย ประธานคณะกรรมาธิการฯ เป็นประธาน เช้าวานนี้(24 ต.ค.) ได้เกิดความวุ่นวายขึ้นตั้งแต่เริ่มต้นการประชุม เนื่องจากกรรมาธิการเสียงข้างน้อยไม่พอใจที่ประธานนัดให้ ส.ส. มาเสนอคำแปรญัตติในวันนี้ จากเดิมนัดในวันที่ 30 ต.ค.ถือเป็นความพยายามเร่งรัดการประชุมมากเกินไป ทั้งที่ ส.ส.ส่วนใหญ่ติดภารกิจลงพื้นที่ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย
อย่างไรก็ตาม ประธานฯ พยายามไกล่เกลี่ยว่าการนัดหมายได้แจ้งล่วงหน้า และสมาชิกที่เดินทางมาด้วยตนเองไม่ได้สามารถส่งหนังสือขอเสนอคำแปรญัตติต่อที่ประชุมได้
ทั้งนี้เมื่อเข้าสู่การพิจารณาคำเสนอแปรญัตติ นพ.เหวง โตจิราการ ส.ส.เพื่อไทย ในฐานะแกนนำ นปช.เสนอขอให้กรรมาธิการฯ ทบทวนร่างของกรรมาธิการเสียงส่วนใหญ่ และให้ยกเลิกการนิรโทษกรรมให้กับผู้สั่งการ แกนนำ และผู้กระทำความผิดที่เป็นชายชุดดำ ซึ่งการเสนอคำแปรญัตติของ นพ.เหวง สอดคล้องกับสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์หลายคน ทั้งนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายสุทัศน์ เงินหมื่น นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ และนายอรรถวิชย์ สุวรรณภักดี แต่เสียงส่วนใหญ่ของที่ประชุมยังคงยืนยันตามมติร่างของกรรมาธิการฯ เสียงข้างมาก และให้ ส.ส.ที่มีความเห็นต่างได้สงวนคำแปรญัตติไว้เพื่อไปอภิปรายในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร วาระ 2 ต่อไป
"สามารถ"ยันไม่ใช่ก.ม.การเงิน
นอกจากนี้ที่ประชุมยังถกเถียงถึงกรณีการยกร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวว่าเข้าข่ายเป็นกฎหมายการเงินหรือไม่ รวมถึงต้องมีการคืนเงินกว่า 50,000 ล้านบาท ให้กับ พ.ต.ท.ทักษิณ หรือไม่ ซึ่งนายสามารถ ยืนยันว่า ไม่เกี่ยวข้องกับการคืนเงิน และไม่จำเป็นต้องให้นายกรัฐมนตรีลงนามรับรอง เพราะไม่ใช่กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการเงิน แต่เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาตามมา จึงมีผู้เสนอขอให้บันทึกไว้ในข้อสังเกตว่าจะไม่มีการคืนเงินให้กับ พ.ต.ท.ทักษิณ อย่างแน่นอน ซึ่งสร้างความพอใจระดับหนึ่งให้กับกรรมาธิการเสียงข้างน้อย
"ญาติเสื้่อแดง"จี้กมธ.ทบทวนเหมาเข่ง
ขณะที่นางพะเยาว์ อัคฮาด แกนนำเครือข่ายญาติวีรชนที่เสียชีวิตในเหตุการณ์สลายการชุมนุม เมื่อปี 2553 พร้อมตัวแทนเครือข่ายยื่นหนังสือถึงนายสามารถ แก้วมีชัย ผ่าน นายวิชาญ มีนชัยนันท์ ส.ส.กทม.พรรคเพื่อไทย ในฐานะกรรมาธิการฯ เพื่อเรียกร้องให้กรรมาธิการฯ เสียงข้างมากทบทวนแก้ไขเนื้อหาของร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรม ในมาตรา 3 ที่ไม่เว้นการล้างผิดให้กับแกนนำผู้สั่งการ
นอกจากนั้นขอเรียกร้องไปยังรัฐบาล คือ 1.เร่งรัดการประกันประตัวนักโทษการเมือง และ 2.ชะลอการพิจารณาร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรมไว้ และระหว่างที่ชะลอขอให้จัดเวทีรับฟังความเห็นของประชาชนเพื่อหาทางออกร่วมกันกับทุกภาคส่วน
นางพะเยาว์ กล่าวว่า ประเด็นที่แกนนำพรรคเพื่อไทยต้องการให้ออกกฎหมายนิรโทษกรรมเพื่อให้เกิดการเริ่มต้นใหม่ หรือ Set Zero และให้ทุกฝ่ายเสียสละนั้น กลุ่มญาติผู้เสียชีวิตเสียสละมามากแล้ว ดังนั้นจึงขอเรียกร้องให้ พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นฝ่ายเสียสละด้วย ทั้งนี้หากพบว่าไม่มีการแก้ไขตามข้อเรียกร้อง ทางเครือข่ายฯ จะหารือเพื่อกำหนดจุดยืนชุมนุมเรียกร้องต่อไป
"เหวง"ยันร่างนิรโทษส่อขัดรธน.
ก่อนหน้านั้น นพ.เหวง ให้สัมภาษณ์ว่า ตนเคารพการตัดสินใจของกรรมาธิการฯ แต่ไม่เห็นด้วยกับการที่จะนิรโทษแบบเหมาเข่ง โดยต้องแยกแยะความผิดให้ชัดเจน ซึ่งกฎหมายนิรโทษนี้อาจทำให้ผู้ที่สั่งการหลุดคดี ทั้งนี้ ส่วนตัวมองว่าร่างกฎหมายนิรโทษกรรมฉบับที่นายประยุทธ์ ศิริพานิชย์ สมาชิกพรรคเพื่อไทย เสนออาจขัดรัฐธรรมนูญ มาตรา 309 จึงไม่ควรเขียนกฎหมายที่ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ เพราะหากศาลรัฐธรรมนูญชี้ว่ากฎหมายดังกล่าวขัดต่อรัฐธรรมนูญอาจทำให้กฎหมายนี้เป็นโมฆะได้
"ผมอยากให้คุณทักษิณกลับบ้าน แต่การเขียนร่างกฎหมายนิรโทษกรรมแบบนั้น ไม่สามารถทำให้คุณทักษิณกลับประเทศไทยได้ เพราะจะทำให้เกิดกระแสต่อต้าน" นพ.เหวง กล่าว
ฝ่ายค้านเล็งยื่นตีความหลังผ่านวาระ3
นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ประธานคณะกรรมการประสานงานฝ่ายค้าน(วิปฝ่ายค้าน) แถลงว่า ที่ประชุมได้พิจารณาร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ซึ่งขณะนี้อยู่ในชั้นกรรมาธิการ มีผู้แปรญัตติ 196 คน 163 คำแปร จาก ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ 139 คำแปร ส.ส.พรรคเพื่อไทย 24 คำแปร และวิปฝ่ายค้านย้ำให้ ส.ส.ที่แปรญัตติไปชี้แจงต่อกรรมาธิการภายในวันที่ 25 ต.ค.ด้วยตัวเอง
"ยืนยันจะคัดค้านร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้จนถึงที่สุด เมื่อกลับเข้าสู่สภาฯ ก็จะใช้เหตุผลชี้แจงให้ประชาชนทราบ และเมื่อพ้นวาระ 3 แล้วก็มองเห็นว่ามีประเด็นที่เข้าข่ายขัดรัฐธรรมนูญ สามารถยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความตามมาตรา 154 เชื่อว่าศาลสามารถรับวินิจฉัยได้"
ส่วนกรณีที่นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหมระบุว่าร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมฉบับนี้ไม่เกี่ยวข้องกับการเงินนั้น นายจุรินทร์ กล่าวว่า ฝ่ายค้านติดตามอยู่และยืนยันว่าเป็นกฎหมายเกี่ยวกับการเงินชัดเจน เพราะเข้าเงื่อนไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 143 ที่หมายความถึงร่าง พ.ร.บ.ที่ดำเนินการผูกพันทรัพย์สินของรัฐ และหากเดิมไม่ได้เป็นกฎหมายการเงิน เมื่อพิจารณาถึงชั้นกรรมาธิการฯ แล้วผูกพันทรัพย์สินของรัฐ ประธานสภาผู้แทนราษฎรควรจะต้องระงับการดำเนินการ แล้วให้นายกรัฐมนตรีเซ็นรับรองก่อน
"กรณีนี้ผูกพันถึงทรัพย์สินของรัฐในอนาคต ทั้งในมาตรา 3, 5 และ 6 ทำให้รัฐไม่สามารถเรียกค่าเสียหายคืน แม้คดีจะถึงที่สุด ดังนั้น ขอให้นายกรัฐมนตรีกลับไปทบทวนรัฐธรรมนูญใหม่ และทางเดียวที่นายกรัฐมนตรีจะพ้นจากความรับผิดชอบคือ ต้องไปบอกกรรมาธิการฯ ให้เลิกแก้ไขร่าง พ.ร.บ. ในลักษณะดังกล่าวเพื่อนิรโทษให้กับการทุจริตและมีผลผูกพันกับทรัพย์สินของรัฐ ไม่เช่นนั้นจะถือว่าขัดรัฐธรรมนูญ” นายจุรินทร์ กล่าว
คปท.เดินสายไหว้ขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์
ด้านความเคลื่อนไหวกลุ่มเครือข่ายนักศึกษาและประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) เมื่อเวลา 11.45 น. นายอุทัย ยอดมณี นายนิติธร ล้ำเหลือ แกนนำ พร้อมมวลชน 100 คน ได้เดินทางออกจากแยกอุรุพงษ์ เขตราชเทวี เพื่อไปสักการะพระแก้วมรกต ที่วัดพระศรีรัตนศาสดาราม หรือ วัดพระแก้ว โดยใช้เส้นทางถนนหลานหลวง ถนนราชดำเนินกลาง สนามหลวง
นายอุทัย กล่าวภายหลังการเข้าสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ที่วัดพระศรีรัตนศาสดาราม ศาลหลักเมือง และศาลเจ้าพ่อเสือ ว่า เป็นการเรียกขวัญและกำลังใจให้กับผู้ชุมนุมในการโค่นระบอบทักษิณให้หมดไป เพื่อประชาชนจะได้อยู่อย่างสงบ ไม่แบ่งฝักแบ่งฝ่าย โดยขอเชิญชวนประชาชน นักศึกษาที่ไม่เห็นด้วยกับ พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ออกมาร่วมชุมนุมกับกลุ่มคปท. ซึ่งขณะนี้ได้มีการตอบรับจากเครือข่ายนักศึกษาจากหลายๆ สถาบัน ซึ่งคาดว่าในวันเสาร์ และวันอาทิตย์นี้ จะมีมวลชนมาร่วมเป็นจำนวนมาก
ศาลรธน.นัดไต่สวนแก้ที่มาส.ว.8พ.ย.
ผู้สื่อข่าวรายงานจากสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญว่า สำนักงานศาลฯ ได้เผยแพร่เอกสารการประชุมคณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ที่ได้พิจารณาคำร้องของ พล.อ.สมเจตน์ บุญถนอม ส.ว.สรรหา กับคณะ คำร้องของนายวิรัตน์ กัลยาศิริ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ กับคณะ คำร้องของนายสาย กังกเวคิน ส.ว.ระยอง กับคณะ และคำร้องของนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ส.ส.บัญชืรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ กับคณะ
กรณีที่นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา นายนิคม ไวยรัชพานิช รองประธานรัฐสภา กับพวก รวม 312 คน ร่วมเข้าชื่อเสนอร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ เกี่ยวกับที่มาของส.ว. ว่าเป็นการกระทำเพื่อล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข หรือเพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจในการปกครองประเทศโดยวิธีการซึ่งมิได้เป็นไปตามวิถีทางที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญนี้ และขัดต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 68 วรรคหนึ่ง หรือไม่ โดยศาลฯพิจารณาคำร้องและเอกสารที่เกี่ยวข้องแล้ว จึงกำหนดให้มีการไต่สวนคู่กรณีในวันที่ 8 พ.ย.นี้ เวลา 10.00 น. ที่ห้องพิจารณาคดีชั้น 3 ศาลรัฐธรรมนูญ





