วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

นายกฯมั่นใจซิงเกิลคอมมานด์ช่วยแก้น้ำท่วม

นายกฯมั่นใจซิงเกิลคอมมานด์ ช่วยแก้ปัญหาน้ำท่วมดีขึ้น การเตือนภัยมีเอกภาพ

นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์สดในรายการรัฐบาลยิ่งลักษณ์พบประชาชน จากริมแม่น้ำโขง อ.ท่าเสด็จ จังหวัดหนองคายถึงการแก้ปัญหาอุทกภัยว่า ปัญหาแต่ละปีก็ต่างกัน ปี 54 มวลน้ำเข้ามาขนาดใหญ่ตั้งแต่ภาคเหนือ เขื่อนไม่สามารถรองรับได้ และปีที่ผ่านมาอีสานแล้งมากเพราะฝนน้อย แต่ปีนี้ฝนเยอะท้ายเขื่อนแทนที่จะเก็บน้ำในเขื่อนทำให้ไหลเข้ามาจนได้รับผลกระทบ บางจังหวัดน้ำมาก ภาพรวมเสียหายประมาณ 40 จังหวัด แต่คลี่คลายไปแล้ว 20 จังหวัด

จังหวัดที่ยังหนักคือฉะเชิงเทราและปราจีนบุรี ที่มีพื้นที่ต่ำที่ต้องผันน้ำไปแม่น้ำสายหลัก อย่างไรก็ตาม รัฐบาลประกาศตั้งศูนย์ซิงเกิลคอมมานด์ บูรณาการฐานข้อมูลดีขึ้น การเตือนภัยเป็นเอกภาพ มีการเตือนภัยล่วงหน้า บูรณาการหน่วยงานในการเข้าไปช่วยเหลือ แต่เราก็อยากช่วยให้เร็วขึ้น ด้วยการปรับและแบ่งพื้นที่ในการเข้าไปช่วยเหลือ เพราะพายุนารีซ้ำเติมหลายจังหวัดอีสาน รู้สึกเห็นใจประชาชน ซึ่งรัฐบาลจะระดมสรรพกำลังทุกหน่วยในการช่วยเหลือ

นายกฯ กล่าวอีกว่า เมื่อน้ำลดก็จะสำรวจความเสียหายและจ่ายเงินเยียวยาให้เร็วขึ้น ฟื้นฟูเส้นทางคมนาคม เขตเศรษฐกิจให้กลับมาโดยเร็ว ส่วนเกณฑ์เยียวยานั้นไม่เหมือนปี 54 เลยทีเดียว แต่ยึดตามระเบียบของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย(ปภ.)ที่มีถุงยังชีพ การเยียวยากรณีบาดเจ็บ เสียชีวิต และชดเชยพื้นที่ภาคการเกษตร ที่มีการปรับให้สูงขึ้น และกรณีบ้านเรือนที่เสียหาย ดังนั้นต้องเร่งสำรวจในพื้นที่จริงเพื่อให้รับการเยียวยารวดเร็ว

ส่วนที่ยังมองว่าแผนบริหารจัดการช้าเกินไปหรือไม่ นายกฯกล่าวว่า เรียนว่าส่วนที่ดำเนินการไปแล้วจากงบกลาง 1.2 แสนล้านบาทนั้น ไม่ได้ใช้เพื่อการป้องกันทั้งหมด แต่ดูแลเรื่องการเยียวยา บูรณะ และใช้ในการป้องกันดูแลระดับหนึ่ง ที่พยายามใช้เม็ดเงินอย่างมีประสิทธิภาพ

ส่วนโครงการระยะยาว 3.5 แสนล้านจะเข้ามาช่วยแก้ไข แต่บางพื้นที่อยู่นอกเขตชลประทานก็ต้องเข้าไปแก้ไขเฉพาะจุด

ส่วนปัญหาการสร้างเขื่อน นายกฯ กล่าวว่า เขื่อนจะช่วยเรื่องการกักเก็บน้ำ แต่ทั้งนี้เรื่องทรัพยากรเราก็ต้องคำนึง เราต้องคุยกับประชาชนในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบและประชาชนท้ายเขื่อนเพราะต้องมีน้ำไว้ใช้ยามขาดแคลน ส่วนกรณีที่กังวลว่าทรัพยากรที่หายไปนั้นจะมีการปลูกต้นไม้คืนเพิ่มขึ้นสองเท่าสามเท่า แต่ทั้งนี้ยืนยันว่ารัฐบาลมองถึงการมีส่วนร่วมของประชาชนด้วยการเข้าไปรับฟัง

นายกฯ กล่าวอีกว่า สองปีกว่ายังต้องเจอปัญหาเรื่อยๆตลอดเวลา อากาศวันนี้เปลี่ยนแปลงมาก พายุก็เปลี่ยนทิศทาง บ้านเรือนที่สร้างขึ้นมาทำให้การไหลของน้ำเปลี่ยนทางด้วย และไม่ใช่แค่ประเทศไทยเท่านั้นที่เจอ ต้องแก่ไขระยะยาว ต้องทำงานร่วมกับเพื่อนบ้าน อาทิ กลุ่มลุ่มน้ำโขงที่ไทยจะเป็นเจ้าภาพต้นปีหน้า ว่าทำอย่างไรให้น้ำที่จะไปสร้างความเสียหายไปเป็นการช่วยภาคการเกษตร เพราะการบริหารจัดการน้ำต้องดูตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำและปลายน้ำ ต้องรู้ว่าต้นน้ำอยู่ประเทศไหน ที่เราต้องช่วยกันในภาพรวมเพื่อให้ใช้น้ำได้เกิดประโยชน์มากที่สุด

อีกทั้งจากการประชุมเอเปคและอาเซียน ทุกประเทศต้องมาคุยเรื่องความมั่นคงพลังงาน อาหารและน้ำ เพราะน้ำกับอาหารจะไปคู่กันเสมอ เราต้องเปลี่ยนน้ำที่ทำลายทรัพย์สินไปใช้ในภาคการเกษตรก็จะได้รับในส่วนของอาหารด้วย โดยเฉพาะภาคอีสานถ้ามีน้ำเพียงพอภาคการเกษตรก็จะดีขึ้น

"เราอยากเห็นการบริหารจัดการน้ำในภาครวม แชร์ข้อมูลซึ่งกันและกัน เพื่อช่วยประเทศเพื่อนบ้าน และมีอาหาสำรองให้ประเทศที่ขาดแคลน"