วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

คปท.ชุมนุมลากยาวถึงตัดสินพระวิหาร11ต.ค.

ม็อบอุรุพงษ์คาดชุมนุมลากยาวถึง11พ.ย. ฟังคำตัดสินศาลโลกคดีเขาพระวิหาร นัดระดมมวลชน9-10พ.ย.ตัวชี้วัดการเคลื่อนไหว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศการชุมนุมของกลุ่มเครือข่ายนักศึกษาและประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) ที่บริเวณแยกอุรุพงษ์ ถนนพระราม 6 กลุ่มผู้ชุมนุมที่ปักหลักชุมนุมที่บริเวณดังกล่าวต่อเนื่องมาเป็นวันที่ 9 โดยตั้งแต่ช่วงบ่ายเป็นต้นมา บรเวทีรถ 6 ล้อติดเครื่องขยายเสียงยังมีการปราศรัยสลับการแสดงดนตรีอย่างต่อเนื่อง โดยมีมวลชนเริ่มทยอยมาร่วมชุมนุมเป็นระยะ ท่ามกลางกระแสข่าวรัฐบาลเตรียมขยายเวลาการประกาศพ.ร.บ.ความมั่นคงฯ นอกจากนี้เมื่อช่วงเวลา 21.50 น. ของวันที่ 17 ตุลาคม จะเกิดเหตุ มีผู้ก่อกวนปาประทัดเข้ามาในพื้นที่ชุมนุม บริเวณด้านบนทางด่วนขั้นที่ 2 ทำให้ผู้ชุมนุมตกใจ แต่ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ ซึ่งจากเหตุดังกล่าว ยิ่งทำให้แกนนำไม่พอใจ ประกาศขู่จะนำมวลชนไปนอนที่สน.พญาไท แต่หลังจากนั้นเหตุการณ์ก็กลับเข้าสู่สภาวะปกติ ขณะที่การรักษาความปลอดภัยของการ์ดผู้ชุมนุม ก็เป็นไปด้วยความเข้มงวด มีการผลัดเปลี่ยนเวรยาม เฝ้าระวังเหตุอยู่ตลอดเวลา และมีการเปิดไฟส่องสว่างขนาดใหญ่ เพื่อสอดส่องสิ่งผิดปกติบนทางด่วน

นายอุทัย ยอดมณี แกนนำคปท. กล่าวว่า คปท.จะปักหลักชุมนุม คัดค้านการบริหารงานของรัฐบาล และเรียกร้องให้รัฐบาลแก้ไขปัญหาปากท้องของประชาชน แม้จะเกิดความไม่สงบในพื้นที่ชุมนุมบ่อยครั้ง ไม่ว่าจะเป็นการปาระเบิดเพลิง การนำหมามุ่ยมาโรย และการปาประทัดเข้ามาในพื้นที่ชุมนุม แต่ก็ไม่ได้ทำให้พวกเรากังวลใจแต่อย่างใด

รายงานข่าวแจ้งว่า สำหรับการเคลื่อนไหวการชุมนุมที่แยกอุรุพงษ์นั้น การบริหารส่วนใหญ่จะเป็นหน้าที่ของนักศึกษา โดยมีนายสุริยะใส กตะศิลา นายนิติธร ล้ำเหลือ สองผู้ประสานงานกลุ่มกรีนเป็นที่ปรึกษาของกลุ่มนักศึกษา และมีการ์ดจากอดีตกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื้อประชาธิปไตยกว่า 200 คน ทำหน้าดูแลรักษาความปลอดภัยในพื้นที่ ทั้งนี้เบื้องต้นมีการคาดว่าจะชุมนุมยื้ดเยื้อถึงวันศาลโลกตัดสินเรื่องคดีเขาพระวิหารวันที่ 11 พฤศจิกายน โดยอาจจะมีวันดีเดย์นัดระดมมวลชนวันที่ 9-10 พฤศจิกายนด้วย ซึ่งผลของศาลโลกตัดสินอาจจะเป็นตัวชี้วัดการเคลื่อนไหวชุมนุมที่สำคัญจากนี้

รายงานข่าว ระบุด้วยว่า กรณีที่รัฐบาลขยายเวลาประกาศพ.ร.บ.ความมั่นคงฯ การชุมนุมก็จะอยู่ที่แยกอุรุพงษ์ต่อไป หรือเรียกว่าอารยะขัดขืน เพราะถือว่าจุดนี้เป็นยุทธศาสตร์ที่สำคัญและปลอดภัยในการชุมนุม เพราะหากเจ้าหน้าที่ตำรวจจะเข้ามากดดันพื้นที่ ก็จะทำให้กระทบกับการจราจรบริเวณแยกยมราช และเชื่อมโยงไปถึงแยกปทุมวัน ซึ่งจะทำให้ประชาชนเดือดร้อน จึงเชื่อว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจจะยังไม่กล้าใช้วิธีนี้ในการกดดันมวลชน ซึ่งทางนายนิติธรยืนยันแล้วว่าเงื่อนไขเดียวที่มวลชนจะออกจากพื้นที่แยกอุรุพงษ์ รัฐบาลจะต้องให้มวลชนไปปักหลักที่บริเวณสะพานอรทัย ข้างทำเนียบรัฐบาลอย่างเดียวเท่านั้น