"สุรพงษ์"ระบุ11พ.ย.ศาลโลกอ่านคำตัดสิน"เขาพระวิหาร" ระบุนายกฯทราบผลคดีออกมาเช่นใดความสัมพันธ์ไทย-กัมพูชายังดีเหมือนเดิม
ผู้สื่อข่าวรายงานจากกรุงโซล เกาหลีใต้ในเช้าวันนี้ว่า นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.ต่างประเทศ กล่าวในระหว่างการไปประชุมที่เกาหลีใต้ว่า ล่าสุดกระทรวงต่างประเทศแจ้งให้ตนทราบว่า ศาลโลก ณ กรุงเฮก เนเธอร์แลนด์ ได้แจ้งไปยังสถานทูตไทย ณ กรุงเฮกว่า วันที่11พ.ย.จะมีการอ่านคำตัดสินคดีเขาพระวิหาร โดยตอนแรกคาดการณ์ว่าศาลจะอ่านคำพิพากษาในเดือนก.พ.2557 ตามที่ได้รับข้อมูลเบื้องต้น เพราะล่าสุดจ่าศาลแจ้งว่าศาลโลกขยับคดีพิพาทชิลี-เปรูออกไป ศาลโลกจึงตัดสินใจอ่านคดีไทย-กัมพูชาขึ้นมาแทน
นายสุรพงษ์ กล่าวว่า ส่วนไทยจะได้รับผลดี-ผลเสียตามที่ศาลโลกขยับคดีนีขึ้นมาเร็วขึ้นนั้น ตนคิดว่าการตัดสินไม่ได้มีผลดี-ผลสีย เพราะไทยรอคอยผลมาเกือบปี และคนไทยติดตามการต่อสู้คดีในศาลเมื่อเดือนเม.ย. วันนี้คนไทยเข้าใจเรื่องเขาพระวิหารดีขึ้นและทุกคนเฝ้ารอคำตอบอยู่เล้ว หากมีฝ่ายคัดค้านเกิดขึ้นนั้นเชื่อว่าคงปลุกกระแสไม่สำเร็จ คาดว่าเรื่องนี้จะเป็นไปด้วยดีไม่มีความขัดแย้ง เมื่อวันที่11พ.ย.ศาลโลกจะอ่านคำตัดสินคดีนี้ ก็เป็นเรื่องดีที่จะได้จบสิ้นในปัญหาที่ต่อเนื่อง แต่คณะทำงานของกระทรวงซึ่งตนเป็นประธานนั้น เมื่อสองวันก่อนได้มีการประชุมเรื่องนี้กับหน่วยงานต่างๆและได้เตรียมการเรื่องนี้ รวมทั้งจะคุยกับกัมพูชาว่าไม่ว่าผลตัดสินจะออกมาแบบใดในเชิงบวกหรือลบก็ต้องคุยกันอยู่ดี เพราะพื้นที่บริเวณนี้สองประเทศต้องร่วมกันบริหาร หลังคำตัดสินจะออกอย่างไรก็ไม่กระทบความสัมพันธ์ของสองประเทศ เพราะตอนนี้ความสัมพันธ์ของสองประเทศเป็นไปด้วยดี ไม่เหมือนในช่วงรัฐบาลที่ผ่านมา อีกทั้งน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและสมเด็จฮุนเซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชาก็คุยเรื่องนี้กันหลายครั้งเพื่อให้ประชาชนสองประเทศอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข
นายสุรพงษ์ กล่าวว่า หลังจากนี้จะนำเรื่องนี้ไปหารือกับสมช.ว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป เบื้องต้นจะมีการประชุมร่วมเจบีซีกับจีบีซีให้เป็นคณะใหญ่เพื่อดำเนินการเรื่องนี้และตอนนี้น.ส.ยิ่งลักษณ์ทราบเรื่องนี้และสั่งให้ดำเนินการตามขั้นตอน และจะหารือกันอีกว่าจะมีการถ่ายทอดสดการอ่านคำพิพากษาคดีนี้เหมือนช่วงเดือนเม.ย.หรือไม่ รวมทั้งจะมีการทำเอกสารชี้แจงทำความเข้าใจกับประชาชนด้วย ยืนยันรัฐบาลจะทำเรื่องนี้อย่างเปิดเผย





