วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

มั่นคงวิเคราะห์ม็อบกปท.แบ่ง3กลุ่มจับทางยาก

หน่วยงานความมั่นคงวิเคราะห์ม็อบกปท.แบ่งเป็น 3 กลุ่ม จับทางยาก!

แหล่งข่าวฝ่ายความมั่นคงจากทำเนียบรัฐบาลได้วิเคราะห์กลุ่มผู้ชุมนุมที่แยกอุรุพงษ์ว่า เป็นกลุ่มมวลชนที่ยังคงมีอารมณ์ค้างจากการที่แกนนำกลุ่มกองทัพประชาชนโค่นระบอบทักษิณยุติการชุมนุมที่ด้านหน้าทำเนียบรัฐบาลเมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2556 โดยกลุ่มมวลชนได้แตกเป็น 3 กลุ่ม กลุ่มแรกเป็นกลุ่มกองทัพประชาชนฯที่กลับไปรวมตัวที่สวนลุมพินีแล้วมีจำนวน 150 - 200 คน กลุ่มที่สอง ที่ชุมนุมที่แยกอุรุพงษ์ เป็นกลุ่มที่แปรสภาพจากม็อบกปท.แล้วจัดตั้งมวลชนใหม่ในชื่อ "เครือข่ายนักศึกษาและประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) ซึ่งมีนายอุทัย ยอดมณี นายกองค์การนักศึกษามหาวิทยาลัยรามคำแหงเป็นแกนนำและยังทำหน้าที่เป็นผู้ประสานงานเครือข่าย

โดยมีแนวร่วมส่วนหนึ่งนักศึกษามหาวิทยาลัยรามคำแหงจากพรรคสานแสงทอง กลุ่มเครือข่ายนักศึกษาภาคใต้ เครือข่ายกลุ่มกรีนที่มีนายนิติธร ล้ำเหลือ อดีตทนายความของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยเป็นผู้ประสานงานในฐานะที่ปรึกษากลุ่มกรีน รวมทั้งยังมีแนวร่วมที่เป็นเครือข่ายของพรรคประชาธิปัตย์ที่ใช้สถานีโทรทัศน์บลูสกายเป็นกระบอกเสียง และมีกลุ่มนักเรียนอาชีวะที่มาร่วมชุมนุมในช่วงวันเสาร์-อาทิตย์และหลังเลิกเรียนด้วย ซึ่งในกลุ่มที่สองนี้มีกองทัพธรรมเป็นหน่วยสนับสนุนในเรื่องของอาหาร ซึ่งรวมแล้วมีจำนวนประมาณ 300-400 คน มีรูปแบบการตั้งเวทีปราศรัยแบบชุมนุมยืดเยื้อ และในช่วงเย็นแต่ละวันจะมีกลุ่มที่ชุมนุมจากสวนลุมพินีตามมาสมทบด้วย และแนวร่วมที่เลิกงานมาฟังการปราศรัยทำให้มีจำนวนมากถึงหลักพันคน แต่จะอยู่ฟังการปราศัยของแกนนำถึงเวลา 22.00น.ก็จะแยกย้ายกันกลับจนเหลือแต่แนวร่วมหลักเพื่อรักษาพื้นที่เท่านั้น

ส่วนกลุ่มที่ 3 เป็นกลุ่มของนายไทกร พลสุวรรณ ที่แตกออกมาจากกปท.และไปชุมนุมอยู่ที่สนามหลวง ตรงข้ามกับศาลฎีกา ซึ่งกลุ่มนายไทกรยังเป็นกลุ่มเล็กมีจำนวนประมาณ 30 คนเท่านั้น

"โดยในทางการข่าวยังไม่พบข่าวว่าทั้งสามกลุ่มจะกลับมารวมตัวกันที่ทำเนียบรัฐบาล และยังไม่พบว่าจะมีกลุ่มไหนมาเติมจำนวนคนให้มากกว่านี้ และในการข่าวก็ยังจับทิศทางของทั้งสามกลุ่มไม่ได้ว่าตกลงแล้วแตกคอกันหรือแยกกันตีกันแน่ ซึ่งฝ่ายความมั่นคงไม่มั่นใจในสถานการณ์ที่ไร้รูปแบบจึงตัดสินใจตรึงพื้นที่ให้มากที่สุดเพื่อป้องกันไม่ให้ยึดสถานที่ราชการ อาทิ ยึดทำเนียบรัฐบาลเหมือนที่ผ่านมา"