รองโฆษกอัยการ แจง คดี "อภิสิทธิ์-สุเทพ" ต้องรออัยการสูงสุดสั่งคดีเท่านั้น เหตุเป็นคดีวิสามัญฆาตกรรม
นายวัชรินทร์ ภาณุรัตน์ รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด กล่าวถึงกรณีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ระบุการที่อัยการสูงสุดมีคำสั่งไม่ฟ้อง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในข้อหาก่อการร้ายจะต้องส่งเรื่องกลับไปให้ดีเอสไอพิจารณาอีกครั้งก่อน ว่า คดีนี้เป็นอำนาจของอัยการสูงสุดที่ต้องพิจารณาสั่งคดี เนื่องจากเป็นการกระทำความผิดนอกราชอาณาจักรตามประมวลวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 20 ซึ่งจะต้องให้อัยการสูงสุดเป็นผู้พิจารณาชี้ขาดเท่านั้น ไม่ว่าจะสั่งฟ้องหรือไม่ฟ้องก็ตาม ซึ่งคดีที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดนอกราชอาณาจักร อัยการคดีพิเศษไม่มีอำนาจพิจารณา โดยคดีดังกล่าวนายจุลสิงห์ วสันตสิงห์ อดีตอัยการสูงสุด ได้มีความเห็นสั่งไม่ฟ้องแล้วจึงถือว่าคดีเป็นที่สิ้นสุดตามขั้นตอน
นายวัชรินทร์ กล่าวอีกว่า ส่วนกรณีคดีของนายอภิสิทธิ์ และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ส.ส.สุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์ ในข้อหาสั่งฆ่าประชาชนจากเหตุสลายการชุมนุมปี 53 ซึ่งจะต้องส่งเรื่องให้อัยการสูงสุดชี้ขาดเช่นเดียวกัน ตามประมวลวิธีพิจารณาความวิอาญา มาตรา 143 วรรคท้าย ที่ระบุว่า ในคดีฆาตกรรม ซึ่งผู้ตายถูกเจ้าพนักงานที่อ้างว่าปฏิบัติราชการตามหน้าที่ฆ่าตาย หรือตายในระหว่างอยู่ในความควบคุมของเจ้าพนักงานที่อ้างว่าปฏิบัติราชการตามหน้าที่ อัยการสูงสุดเท่านั้นจะมีอำนาจสั่งฟ้องหรือไม่ฟ้อง
อัยการคดีพิเศษจึงไม่มีอำนาจพิจารณาคดีสั่งฆ่าประชาชน เพราะเป็นคดีวิสามัญฆาตกรรม ดังนั้นการสั่งคดีนี้จึงต้องรอให้นายอรรถพล ใหญ่สว่าง อัยการสูงสุด กลับมาจากต่างประเทศและเป็นผู้พิจารณาสั่งคดีด้วยตนเองในช่วงสิ้นเดือนต.ค.นี้ ซึ่งไม่ว่าอัยการสูงสุดจะสั่งฟ้องหรือไม่ฟ้องก็ตามถือว่าคดีเป็นที่สิ้นสุด





