วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

เลื่อนตัดสินลูกจ้างสรรพาวุธทบ.ซื้อ-ขายอาวุธ

เลื่อนพิพากษาลูกจ้างฝ่ายเอกสารโรงงานอาวุธ สรรพาวุธทัพบกกับพวก ซื้อ-ขายอาวุธสงครามปี 52 เหตุขอเวลาผ่าตัดเลนส์ตา ต้อกระจก

ศาลนัดอ่านคำพิพากษา คดีหมายเลขดำ อ.36/2554 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีพิเศษ 4 เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง นายศักดิ์ชัย เลิศเสถียร อายุ 44 ปี ลูกจ้างฝ่ายเอกสาร สังกัดโรงงานอาวุธ กรมสรรพาวุธทหารบก , นายธีรวุฒิ ศรัทธาบุญ และ จ.ส.ต.ขจรพันธุ์ สว่างพงษ์ เจ้าหน้าที่กรมสรรพาวุธทหารบก เป็นจำเลยที่ 1-3 ในความผิดฐาน ร่วมกันมี , ซื้อและจำหน่ายอาวุธยุทธภัณฑ์ที่นายทะเบียนไม่อาจออกใบอนุญาตให้ได้ ตาม พ.ร.บ.อาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืน ฯ พ.ศ.2490 และ พ.ร.บ.ควบคุมยุทธภัณฑ์ พ.ศ.2530 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 371 กรณีเมื่อวันที่ 29 ต.ค.52จำเลยร่วมกันมีและซื้อขายอาวุธที่อาจนำไปใช้ในการรบหรือในการสงครามได้

สำหรับคดีนี้ กรมสรรพาวุธทหารบก ได้ประสานไปยังกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ให้ช่วยสืบสวนกลุ่มนายศักดิ์ชัย เลิศเสถียร ลูกจ้างฝ่ายเอกสาร สังกัดโรงงานอาวุธ ปฏิบัติงานเป็นลูกจ้างกรมสรรพาวุธทหารบก และ จ.ส.ต. ขจรพันธุ์ สว่างพงษ์ เจ้าหน้าที่กรมสรรพาวุธทหารบก มีพฤติกรรมลักลอบค้าอาวุธสงคราม โดยดีเอสไอเปิดเผยว่า เมื่อเดือน ส.ค.52 นายศักดิ์ชัยได้ติดต่อแหล่งข่าว ขายลำกล้องปืนเอ็ม 16 จำนวน 5 ลำกล้องราคา 15,000 บาท ต่อมาเดือน ส.ค.53 ยังได้เสนอขายซองกระสุนอาวุธปืนเอ็ม 16 ให้กับแหล่งข่าวอีกจำนวน 20 ซอง ๆ ละ 650 บาท เป็นเงิน 13,000 บาท เมื่อมีการโอนเงินเข้าบัญชีผู้ต้องหา และได้ส่งมอบลำกล้องปืน ซองกระสุนให้แหล่งข่าว ก็ยังได้มีการติดต่อกลับไปยังแหล่งข่าวว่าต้องการซื้อเครื่องยิงจรวดอาร์พีจี และเครื่องยิงลูกระเบิดขนาด 60 มม. จำนวนหลายครั้ง และได้มีการขอดูอาวุธสงครามดังกล่าวก่อนตกลงซื้อขาย กระทั่งต้นเดือน ต.ค.53 จึงได้ติดต่อขอซื้อเครื่องยิงจรวดอาร์พีจี และเครื่องยิงลูกระเบิดขนาด 60 มม. โดยมีการนำของกลางที่ยึดได้จากคดีก่อการร้ายเป็นอุปกรณ์ในการล่อซื้อ พร้อมนัดส่งมอบบริเวณลานจอดรถ ห้างบิ๊กซีวงศ์สว่าง ซึ่งนายศักดิ์ชัย ถูกจับกุมได้ขณะส่งมอบเงินจำนวน 80,000 บาท ให้กับแหล่งข่าวและขนอาวุธสงครามไปไว้ในรถยนต์บีเอ็มดับบลิว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้จำเลยทั้งสาม เดินทางมาศาล แต่เมื่อถึงเวลานัด นายศักดิ์ชัย จำเลยที่ 1 ได้ยื่นคำร้องพร้อมแถลงต่อศาลขอเลื่อนนัดฟังคำพิพากษาออกไปก่อน เนื่องจากในวันที่ 16 ต.ค.นี้ จะต้องเข้าผ่าตัดเปลี่ยนเลนส์ตาเทียม ซึ่งตาของจำเลยเป็นต้อกระจก และจะต้องใช้ระยะเวลาในการรักษาดูแลดวงตา ภายหลังผ่าตัด

ศาลพิจารณาแล้วเห็นว่า กรณีมีเหตุจำเป็นและสมควร จึงอนุญาตให้เลื่อนนัดฟังคำพิพากษาออกไปเป็นวันที่ 16 ธ.ค.นี้ เวลา 09.00 น.