"ยิ่งลักษณ์"หารือ"บัน คี มุน"แจงรัฐบาลพยายามสร้างเสถียรภาพทางการเมืองให้เกิดขึ้น โดยเคารพสิทธิมนุษยชน
นางสาวยิ่งลักษณ์ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้พบหารือกับ นายบัน คี มุน เลขาธิการองค์การสหประชาชาติ ระหว่างประชุมสุดยอดสมาคมประชาชาติเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หรือ อาเซียน ที่กรุงบันดาร์เสรีเบกาวัน บรูไนดารุสซาลาม โดยนายธีรัตถ์ รัตนเสวี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวภายหลังการหารือว่า เลขาธิการองค์การสหประชาชาติได้กล่าวชื่นชมโครงการ 30 บาทรักษาทุกโรคของไทย เพราะเห็นว่าเป็นโครงการที่เริ่มมากว่า 10 ปีในสมัยที่รายได้ต่อหัวของประชาชนยังอยู่ในระดับไม่สูงมากนัก แต่ประสบความสำเร็จอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจุบัน เพราะสามารถดูแลคนไทยทั้งประเทศได้ จึงอยากให้ประเทศไทยได้แบ่งปันความรู้ในการบริหารจัดการโครงการดังกล่าวให้กับประเทศต่างๆ เพื่อจะได้ให้บริการสุขภาพแก่ประชาชนได้ โดยนายกรัฐมนตรีได้กล่าวว่า ขณะนี้รัฐบาลไทยอยู่ระหว่างการเตรียมหารือระดับสูงกับผู้นำชาติในอาฟริกาช่วงต้นปีหน้า คงจะได้มีการแบ่งปันความรู้และประสบการณ์การการบริหารโครงการดังกล่าวให้กับประเทศในอาฟริกาไปปฏิบัติใช้ ขณะเดียวกันไทยยังได้ขยายความคุ้มครองการบริการสุขภาพไปยังแรงงานต่างด้าวอีกด้วย
น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า ขณะนี้รัฐบาลพยายามที่จะสร้างเสถียรภาพทางการเมืองให้เกิดขึ้นในประเทศไทย โดยอาศัยแนวทางการเคารพสิทธิมนุษยชนของประชาชนในประเทศ พร้อมกับเปิดกว้างให้แสดงความคิดเห็นได้อย่างเต็มที่ตามระบอบประชาธิปไตย ขณะที่นายบัน คี มุน กล่าวชื่นชมประเทศไทยในการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาแห่งสหัสวรรษ หรือ MDGs ที่ไทยสามารถลดการเสียชีวิตจากการตั้งครรภ์ ลดความยากจน ก่อให้เกิดการพัฒนาประเทศได้อย่างยั่งยืน
นายกฯ ยังได้เรียกร้องให้สหประชาชาติเข้ามามีบทบาทมากขึ้นในการดูแลผู้อพยพชาวโรฮิงญาจากเมียนมาร์ ซึ่งเลขาธิการองค์การสหประชาชาติขอบคุณประเทศไทยที่ได้ดูแลผู้อพยพตามหลักมนุษยธรรม โดยจะประสานงานให้คณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติเข้าไปช่วยดูแลเพิ่มเติมให้ ขณะเดียวกันสหประชาชาติได้กล่าวชื่นชมไทยที่เริ่มการพูดคุยกับกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยขอให้ไทยดูแลความปลอดภัยของโรงเรียน ผู้หญิง และเด็ก ซึ่งนายกรัฐมนตรีกล่าวว่ารัฐบาลได้ให้ความสำคัญกับการดูแลความปลอดภัยให้เด็ก ผู้หญิง อย่างเต็มที่
โฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวด้วยว่า เลขาธิการองค์การสหประชาชาติได้เชิญนายกฯ เข้าร่วมการประชุมการเปลี่ยนแปลงสภาวะอากาศของสหประชาชาติที่จะจัดขึ้นก่อนการประชุมสมัชชาสหประชาชาติสมัยสามัญทั่วไปในเดือนกันยายน 2557 เพราะเห็นว่าประเทศไทยเป็นประเทศหนึ่งที่ได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงของสภาวะอากาศ จากภาวะน้ำท่วม ซึ่งนายกฯยินดีตอบรับที่จะเข้าร่วมประชุมดังกล่าวเพื่อร่วมหาข้อสรุปในการผลักดันข้อตกลงร่วมในการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาวะอากาศโลกของสมาชิกสหประชาชาติต่อไป





