"สามารถ"สั่งเบรกเกมลุยแก้ร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรม ใกล้ได้ข้อสรุป ด้านส.ส.ปชป.ชี้ไม่ใช่คนตัดสินตัวจริง คาดได้ข้อสรุปพรุ่งนี้
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุมคณะกรรมาธิการ(กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมแก่ผู้ซึ่งกระทำความผิด เนื่องจากการชุมนุมทางการเมืองการแสดงออกทางการเมืองของประชาชน ที่มีนายสามารถ แก้วมีชัย ส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย เป็นประธาน ได้เข้าสู่วาระพิจารณารายละเอียดของร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรม โดยเริ่มจากการแก้ไขเหตุผลของร่างกฎหมาย โดยกรรมาธิการฯ ส่วนใหญ่เห็นตรงกันว่าควรมีการแก้ไขเนื้อหาของเหตุผลให้มีความเหมาะสม โดยไม่มีเนื้อหาที่กล่าวพาดพิง หรือ ใส่ร้ายกลุ่มอื่น โดยนายวัชระ เพชรทอง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ฐานะกรรมาธิการฯ ระบุว่าเนื้อหาของเหตุผลหลายถ้อยคำ อาทิ บ้านเมืองตกอยู่ในความคิดที่ไม่เคารพในระบอบประชาธิปไตย, ทำให้เกิดการบังคับใช้กฎหมายที่ไม่เป็นธรรม และบังใช้กฎหมายที่เคร่งครัดและขาดความยืดหยุ่นจนเกินความจำเป็น เป็นการกล่าวร้ายกระบวนการยุติธรรมธรรมไทยให้เสียหายและใส่ร้ายอีกฝ่ายหนึ่ง จึงควรแก้ไขให้เหมาะสม
ทั้งนี้ที่ประชุมโดยข้อเสนอของนพ.เชิดชัย ตันติศิรินทร์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย เสนอให้ปรับถ้อยคำเป็น เนื่องจากสังคมไทยที่ผ่านมา อยู่ในสภาวะที่มีความแตกแยกทางความคิด มีการแบ่งฝักแบ่งฝ่ายของคนในชาติต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน สืบเนื่องจากสถานการณ์บ้านเมืองที่ประชาชนมีความคิดที่ไม่ตรงกับรัฐบาล มีการชุมนุมประท้วงรัฐบาล จนนำไปสู่การยึดอำนาจการปกครอง เมื่อวันที่ 19 กันยายน พ.ศ.2549 แทน โดยกรรมาธิการฝั่งพรรคประชาธิปัตย์แสดงความเห็นด้วย ขณะที่กรรมาธิการฯฝั่งพรรคเพื่อไทย ได้งดการแสดงความเห็นและขอให้แขวนการพิจารณาการแก้ไขเหตุผลไว้ก่อนเพื่อเข้าสู่รายละเอียดในมาตรา 1 อย่างไรก็ตามในช่วงท้ายนายสงวน พงษ์มณี ส.ส.ลำพูน พรรคเพื่อไทย ฐานะกรรมาธิการฯ เสนอว่าในเหตุผลที่พรรคประชาธิปัตย์มองว่ามีปัญหาและแก้ไข ขอให้นำเสอต่อที่ประชุม
แต่ในท้ายที่สุด นายสามารถ ได้ตัดสินใจปิดการประชุม เพื่อให้กรรมาธิการฯ กลับไปทำการบ้านมาก่อนและให้นำกลับมาพิจารณาอีกครั้งในการประชุม วันที่ 11 ต.ค. ที่นัดประชุมในเวลา 09.30 น. ท่ามกลางความสงสัยของกรรมาธิการฯ ทั้งฝั่งเพื่อไทยและฝั่งประชาธิปัตย์
หลังการประชุมนายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี ส.ส.กทม. พรรคประชาธิปัตย์ ฐานะกรรมาธิการฯ ให้สัมภาษณ์ว่า เชื่อว่าเหตุที่นายสามารถสั่งปิดการประชุมทั้งที่กรรมาธิการฯ ใกล้จะได้ข้อสรุปแล้ว เป็นเพราะนายสามารถไม่ใช่ผู้ที่มีอำนาจตัดสินใจตัวจริง จึงต้องไปหารือกันก่อน ส่วนตัวเชื่อว่าการประชุมวันที่ 11 ต.ค. ผลจะออกมา 2 ทาง คือ แขวนการพิจารณาไว้ก่อน หรือ ใช้มติเสียงข้างมากยืนยันว่าจะมีการให้แก้ไขหรือไม่





