กปท.ยังปักหลักทำเนียบฯ รองผบช.น.รุดเจรจาให้เคลื่อนที่ เหตุต้องต้อนรับนายกฯจีน
ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการชุมนุมที่หน้าทำเนียบรัฐบาลถนนพิษณุโลก ของกลุ่มกองทัพประชาชนโค่นระบอบทักษิณ (กปท.)ในช่วงเช้า ว่า กลุ่มผู้ชุมนุมในช่วงเช้ายังบางตา โดยต่างพากันหลบอยู่ในที่ร่มเพื่อหลบแดด ท่ามกลางกิจกรรมดนตรีสลับปราศรัยอย่างต่อเนื่อง
ขณะที่ช่วงเช้าเวลา 08.30 น.พลตำรวจตรีอดุลย์ ณรงค์ศักดิ์ รองผบช.น. พร้อมด้วยพลตำรวจตรีจารุภัทร ทองโกมล รองผู้กำกับสืบสวนสอบสวนสถานีตำรวจนครบาลดุสิต พันตำรวจเอกฤชากร จรเจวุฒิ รองผู้บังคับการตำรวจนครบาล 6 เข้าเจรจากับเสนาธิการร่วมกลุ่มกองทัพประชาชนโค่นระบอบทักษิณ นำโดยพลเรือเอกชัย สุวรรณภาพ พลเอกปรีชา เอี่ยมสุพรรณ เพื่อขอให้ผู้ชุมนุมเคลื่อนย้ายออกจากบริเวณข้างทำเนียบรัฐบาล ฝั่งถนนพิษณุโลกที่มีการปักหลักชุมนุมในขณะนี้ เนื่องจากในวันที่ 11 ตุลาคม นายกรัฐมนตรีสาธารณรัฐประชาชนจีนจะเดินทางมาเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการ และเข้าพบนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม
โดยพลเรือเอกชัย ชี้แจงเหตุผลว่า กลุ่มผู้ชุมนุมมาชุมนุมภายใต้กรอบรัฐธรรมนูญ ซึ่งยืนยันจะปักหลักชุมนุมเช่นเดิม แต่หากรัฐบาลมีความกังวลใจในเรื่องภาพลักษณ์ของประเทศ ก็พร้อมที่จะดูแลพื้นที่การชุมนุมให้เป็นระเบียบเรียบร้อย ซึ่งเห็นว่าหากเจ้าหน้าที่ตำรวจอนุญาตให้มีการนำเต้นท์เพื่อจัดพื้นที่ให้กลุ่มผู้ชุมนุมจะเกิดความสะดวกเรียบร้อยมากขึ้น อยากให้เข้าใจว่าการชุมนุมนี้เป็นไปโดยสงบ และไม่ใช่สิ่งที่สร้างความเสียหายให้กับประเทศ แต่การที่ส.ส.เสียบบัตรแทนกัน การที่รัฐบาลไม่สามารถแก้ไขปัญหาต่าง ๆ และเร่งรัดแก้รัฐธรรมนูญที่ไม่ถูกต้อง เป็นสิ่งที่น่าอายกว่า
ด้านพลเอกปรีชา ขอให้ภาครัฐหยุดบิดเบือนข้อมูลใส่ร้ายกลุ่มผู้ชุมนุม กรณีที่มีการติดป้ายทุกเส้นทางรอบทำเนียบรัฐบาลที่มีข้อความระบุว่า "กองทัพธรรมชุมนุมปิดถนน" ซึ่งในความเป็นจริงเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นผู้นำแผงกั้นเหล็กและกองกำลังมาปิดพื้นที่ล้อมกลุ่มผู้ชุมนุมไว้ นอกจากนี้ยังพยายามที่จะเคลื่อนกำลังเข้ามาเพื่อล้อมกรอบผู้ชุมนุม อย่างไรก็ตาม กลุ่มผู้ชุมนุมไม่ได้มองว่าตำรวจเป็นศัตรู แต่ปัญหาคือรัฐบาล
พลตำรวจตรีอดุลย์ ชี้แจงว่า กรณีที่จะต้องมีการกระชับพื้นที่และนำกำลังพลเจ้าเข้ามาเมื่อวานนั้นรวมถึงการตรวจค้นอาวุธก่อนเข้าพื้นที่ก็เพื่อรักษาความปลอดภัยให้กับกลุ่มผู้ชุมนุม เนื่องจากทางการข่าวมีรายงานว่าจะมีกลุ่มมือที่สามเข้ามาสร้างสถานการณ์ ประกอบกับการตรวจค้นที่ผ่านมาก็พบว่ามีผู้นำอาวุธปืน คัทเตอร์ และกรรไกร พยายามเข้าไปในพื้นที่การชุมนุม ซึ่งไม่อาจรู้ได้ว่าบุคคลเหล่านี้เป็นใคร
ส่วนที่ผู้ชุมนุมไม่พอใจที่ทางเจ้าหน้าที่ติดป้ายการปิดถนนนั้น พลตำรวจตรีอดุลย์ ชี้แจงว่า เป็นการดำเนินการเพื่ออำนวยความสะดวกด้านการจราจร ซึ่งอยากให้ผู้ชุมนุมเข้าใจ อย่างไรก็ตามจะนำเอาข้อกังวลใจไปดำเนินการแก้ไขต่อไป แม้การเจรจาในครั้งนี้จะไม่เป็นไปตามความคาดหวังที่ต้องการให้ผู้ชุมนุมเคลื่อนย้ายไปชุมนุมที่อื่น แต่การเจรจาไม่ได้มีเพียงครั้งเดียว ซึ่งจะต้องมีการประสานงานเพื่อพูดคุยกันต่อไป





