"ณัฐวุฒิ" ย้ำ 8 ต.ค. การเมืองยังนิ่ง ไม่เกิดความเปลี่ยนแปลงตามคำทำนาย ยันไม่มีเพื่อนรักหักเหลี่ยมโหดกับ"จตุพร"
ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาลว่า นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ และแกนนำ นปช. กล่าวว่า จากความเคลื่อนไหวต่างๆที่โยงกับวันที่ 8 ต.ค.นั้น ขณะนี้ยังไม่เห็นอะไรที่จะสร้างความเปลี่ยนแปลงทางการเมือง ซึ่งส่วนตัวยังไม่เห็นว่าจะมีสถานการณ์ใดเป็นไปตามคำทำนาย และเชื่อมั่นว่า หากรัฐบาลตั้งใจทำงาน อยู่บนหลักการความเป็นจริง ยังยืนอยู่บนหลักการประชาธิปไตย ทำงานตรงไปตรงมาก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น
แต่ทั้งนี้ จากการประชุมกรรมการบริหารพรรคประชาธิปปัตย์เมื่อวันที่ 7 ต.ค.ที่ผ่านมา จะเห็นได้ชัดว่า พรรคนั้นได้ปฏิรูปนายอลงกรณ์ พลบุตร รองหัวหน้าพรรคเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เหตุเพราะมีการวิจารณ์พรรค อีกทั้งนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคกระชับอำนาจโดยเบ็ดเสร็จมากขึ้นแล้ว ซึ่งแนวทางของนายอภิสิทธิ์นั้น ในสภาได้สร้างความวุ่นวาย และระดมประชาชนนอกสภา ซึ่งแนวทางนี้จะทำให้การเมืองเข้มข้นขึ้น อย่างไรก็ดีในสถานการณ์เช่นนี้ต้องการให้นายอภิสิทธิ์ได้แถลงให้ประชาชนได้รับทราบว่า ขณะนี้พรรคนั้นนำเรื่องต่างๆยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูฐกี่เรื่องแล้ว มีข้อกฏหมายอย่างไรบ้าง เพราะจะได้ทราบว่า มีพรรคการเมืองจ้องให้หวยออกโดยพึ่งองค์กรอิสระ
สำหรับการชุมนุมของกองทักประชาชนโค่นระบอบทักษิณที่ออกมาชุมนุมหน้าทำเนียบรัฐบาลนั้น คงเป็นการอาศัยจังหวะวันที่ 8 ต.ค.และกลุ่มได้กล่าวเป็นกลุ่มที่พรรคประชาธิปัตย์โดยนายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ ส.ส.พัทลุง และคุณหญิงกัลยา โสภณพนิช ส.ส.บัญชีรายชื่อ ได้ไปประสานงานเอาไว้ เรื่องดังกล่าวต้องเอาาพรรคประชาธิปัตย์เป็นศูนย์กลาง เพราะพรรคนั้นต้องการล้มรัฐบาลโดยเร็วก่อนที่คดีความต่างๆจะมีความคืบหน้ามากกว่านี้
เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงกระแสข่าวการปรับครม.ว่า หากนายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำ นปช. ได้รับตำแหน่งรัฐมนตรี นายณัฐวุฒิ ต้องพ้นจากตำแหน่งหรือไม่ นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า ได้มีการยืนยันมาตลอดว่าเราไม่ได้มีเงื่อนไขใดๆกับพรรค ไม่ได้ตั้งโควต้าของกลุ่มนปช. รัฐบาลก็ไม่ได้บอกว่ามีโควต้า การปรับหรือไม่ปรับอยู่ที่นายกรัฐมนตรี ไม่ว่าใครจะออกหรือจะเข้ามาใหม่พวกผมก็ยอมรับโดยไม่มีเงื่อนไข
เมื่อถามว่าจะเกิดกรณีเพื่อนรักหักเหลี่ยมโหดหรือไม่ นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า "ผมกับคุณจตุพร ร่วมเป็นร่วมตายกันมา ที่ผ่านมามีหลายคนพยายามสร้างให้เกิดภาพของความขัดแย้ง ความแตกแยกบาดหมาง โดยไม่รู้ว่าเราอยู่กันอย่างไร ยืนยันว่าไม่มีเรื่องอย่างที่ว่า"





