"ชัยสิทธิ"ถอนตัวไม่เข้ารับสรรหาเป็นกกต. ปัดตอบเหตุผล
นายชัยสิทธิ ตราชูธรรม อดีตประธานแผนกคดีเลือกตั้งในศาลฎีกา กล่าวถึงการเสนอตัวรับเลือกเป็น กกต. สายศาลยุติธรรม ซึ่งที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา กำหนดนัดสรรหาบุคคลที่เหลืออีก 1 คนในวันที่ 9 ต.ค.นี้ว่า การคัดเลือกครั้งแรก ( 30 ก.ย.) ตนเป็นผู้หนึ่งที่ได้คะแนนสูงสุด แต่ในครั้งนี้จะไม่เข้าร่วมการคัดเลือกแต่อย่างใด ส่วนเหตุผลนั้นไม่ขอตอบ
ด้านนางเปรมใจ กิติคุณไพโรจน์ ผู้พิพากษาอาวุโส ประจำศาลอุทธรณ์ หนึ่งในผู้ที่ถูกเสนอชื่อต่อที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาในการเลือกครั้งแรกเมื่อวันที่ 30 ก.ย.ที่ผ่านมา กล่าวถึงกรณีที่นายชัยสิทธิ ถอนตัวว่า ก็ได้ยินกระแสข่าวมาบ้าง ขณะที่ตนยังจะร่วมสรรหาเป็น กกต. ครั้งนี้ด้วย แต่ก็ยังไม่ค่อยมั่นใจ เพราะครั้งที่แล้วก็ได้รับคะแนนแต่ไม่มาก โดยทุกคนที่ร่วมลงสรรหาก็เป็นผู้มีความดี ความรู้ความสามารถ จึงไม่คิดว่าตนเป็นตัวเก็ง แต่หากครั้งนี้ได้รับการสสรหาเป็น กกต. ตนก็พร้อมที่จะปฏิบัติหน้าที่
ขณะที่แหล่งข่าวระดับสูงในสำนักงานศาลยุติธรรมกล่าวถึง ข่าวที่ระบุว่าวันที่ 9 ต.ค.จะประชุมใหญ่ศาลฎีกา ไม่ได้เนื่องจากผู้พิพากษาในศาลฎีกายังไม่ได้รับการโปรดเกล้าฯแต่งตั้งให้ครบถ้วนว่า ยืนยันว่าตำแหน่งต่างๆได้โปรดเกล้าฯลงมาตั้งแต่ก่อนวันที่ 1 ต.ค. เป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยการประชุมวันที่ 9 ต.ค. นายดิเรก อิงคนินันท์ ประธานศาลฎีกาก็จะนั่งเป็นประธานการประชุมเหมือนเช่นทุกครั้งที่ผ่านมาแหล่งข่าวกล่าวต่อว่า จะมีก็แต่บางตำแหน่งเท่านั้น ที่ยังไม่ได้มีการโปรดเกล้าฯ ซึ่งมีไม่กี่คน โดยในส่วนของผู้พิพากษาศาลฎีกาที่ยังไม่ได้โปรดเกล้าฯนั้น ตามหลักปฏิบัติที่มีมานานผู้พิพากษาที่ยังไม่ได้รับโปรดเกล้าฯ จะงดออกเสียงลงคะแนน แต่จะได้ประชุมและจะต้องนับเป็น 1 เสียงด้วยหรือไม่ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของคณะกรรมการฯ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับการเลือก กกต. ในวันที่ 9 ต.ค.นี้ จะเป็นครั้งที่ 2 หลังจากเมื่อวันที่ 30 ก.ย.ที่ผ่านมา ที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา ได้ลงคะแนนเลือก นายศุภชัย สมเจริญ ผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกาแล้ว ซึ่งยังขาดอีก 1 คนที่จะต้องเลือกให้ครบตามจำนวน 2 คน เสนอวุฒิสภา พิจารณาเห็นชอบตามกฎหมายต่อไป





