"ธาริต"สรุปผลตรวจรถหรูจดประกอบ 548 คัน ทำบันทึกยึดได้แค่ 8 คัน ส่วนอีก 236 คัน ยังรอกรมศุลฯชี้เลี่ยงภาษี
นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) แถลงภายหลังการประชุมร่วม 7 หน่วยงาน ประกอบด้วย ดีเอสไอ กรมสรรพากร กรมสรรพสามิต กรมศุลกากร สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม(สมอ.) สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ และกรมการขนส่ง เพื่อติดตามความคืบหน้าการตรวจสอบรถยนต์รถยนต์จดประกอบต้องสงสัยเลี่ยงภาษี (คดีรถรหรู) ว่า ผลการตรวจสอบรถยนต์หรูล็อตแรกที่มีราคาตั้งแต่ 4 ล้านบาทขึ้นไป จำนวน 548 คัน ปรากฏว่ามีรถยนต์ภาคสมัครใจเข้าตรวจสอบจำนวน 236 คัน ส่งให้กรมศุลกากรพิจารณาว่าเป็นรถยนต์ที่นำเข้าโดยผิดกฎหมายศุลกากรหรือไม่ หากกรมศุลฯชี้ขาดว่าผิดกฎหมาย จึงจะดำเนินการเรียกเก็บภาษีในส่วนที่ขาด หากกรมศุลฯเห็นว่าไม่ใช่รถยนต์ที่หลีกเลี่ยงภาษีนำเข้าจะสั่งยุติเรื่อง อย่างไรก็ตาม ในภาคสมัครใจดีเอสไอพบว่ามีรถยนต์ที่ความผิดชัดเจนในการหลบเลี่ยงภาษี จึงทำบันทึกยึดไว้ 8 คัน
ส่วนกลุ่มบังคับตรวจจำนวน 199 คัน มีผู้นำรถเข้าตรวจสอบแล้ว 102 คัน โดยดีเอสไอกำหนดให้กลุ่มดังกล่าวนำรถมาตรวจสอบระหว่างวันที่ 2-30 ต.ค.นี้ อย่างไรก็ตาม หลังจากนี้ที่ประชุมมีมติที่จะเดินหน้าตรวจสอบรถต้องสงสัยเลี่ยงภาษีที่เหลืออีกจำนวน 6,547 คัน ซึ่งจะเริ่มตรวจสอบได้ตั้งแต่เดือนม.ค.ปีหน้า
นายธาริต กล่าวต่อว่า ดีเอสไอจะต้องตรวจสอบรถทุกคันที่ต้องสงสัย ซึ่งเจ้าของต้องนำรถมาตรวจสอบตามขั้นตอน มิเช่นนั้นดีเอสไอจะแจ้งกรมการขนส่งไม่ให้ต่อทะเบียนรถประจำปี ส่งผลให้กลายเป็นรถเถื่อน ทั้งนี้ ดีเอสไอยังอยู่ระหว่างให้กรมศุลกากรประเมินตัวเลขที่ต้องเรียกคืนภาษีจากรถแต่ละคันเพื่อให้เห็นมูลค่าภาษีที่ขาดหาย และหาแนวทางดำเนินการ เช่น กรณีที่ยังต้องการครอบครองรถก็ต้องเสียภาษีให้ครบตามราคาจริง เบื้องต้นคาดว่ากรมศุลกากรจะสรุปตัวเลขรถยนต์ทั้งหมดได้ภายในเดือนพ.ย.นี้ โดยการตรวจสอบรถยนต์ล็อตที่ 2 ดีเอสไอจะใช้มาตรฐานเดียวกับการตรวจสอบรถยนต์ล็อตแรกโดยให้บริษัทผู้ผลิตรถยนต์ส่งตัวแทนร่วมตรวจสอบด้วย





