"นิพัทธ์"แถลงเจตนารมณ์ หลังนั่งปลัดกลาโหม ปรับโฉมยกระดับยุทธศาสตร์รับอาเซียน พร้อมสั่งทุกหน่วยห้ามเอี่ยว"มาเฟีย"
พล.อ.นิพัทธ์ ทองเล็ก ปลัดกระทรวงกลาโหม เป็นประธานในการประชุมแถลงเจตนารมณ์และแนวทางในการปฏิบัติงานประจำปี 2557 ให้กับกำลังพลและหน่วยขึ้นตรงของสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหมทั่วประเทศ โดยผ่านระบบการประชุมทางไกลหรือวิดีโอคอนเฟอเรนท์ โดยใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง จากนั้นพ.อ.ธนาธิป สว่างแสง โฆษกกระทรวงกลาโหม เปิดเผยว่า พล.อ.นิพัทธ์ ได้แถลงเจตนารมณ์ และนโยบายการปฏิบัติงานให้กับกำลังพลใน 3 ส่วน คือ ส่วนที่ 1 เจตนารมณ์ของปลัดกระทรวงกลาโหม ทุกหน่วยทหารต้องมีความภาคภูมิใจในหน่วยของตนเอง และให้ความร่วมมือกับงานส่วนรวม จะต้องแสดงออกในความรักและความสามัคคี ที่สำคัญจะต้องมุ่งมั่นที่จะปฏิบัติภารกิจให้บรรลุผลสำเร็จตามเป้าหมาย กำลังพลจะต้องมีประสิทธิภาพเป็นทหารอาชีพ รักษาระเบียบวินัยทหาร ที่สำคัญผู้บังคับบัญชาจะต้องหมั่นเอาใจใส่ผู้ใต้บังคับบัญชาดูแลไม่ให้กำลังพลทุกนายเข้าไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติดและผู้มีอิทธิพล โดยเฉพาะแก๊งค์มาเฟียทุกระบบโดยเด็ดขาด พร้อมเน้นย้ำให้หน่วยขึ้นตรงของสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหมให้เข้มงวดกวดขันบริเวณค่ายทหารไม่ให้เป็นแหล่งมั่วสุม ที่พักยาเสพติด ซึ่งหากพบว่ามีการกระทำความผิดผู้บังคับหน่วยจะต้องลงโทษอย่างเด็ดขาด นอกจากนั้นยังขอให้ส่วนราชการของกระทรวงกลาโหมเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยเช่นเดียวกับหน่วยงานด้านความมั่นคงอื่น ๆ ทั้งการตรวจบัตร ตรวจรถ โดยไม่คำนึงถึงความคุ้นเคย
ส่วนที่ 2 คือ แนวทางการปฏิบัติงานตามแผน ทั้งงานด้านเทคโนโลยีการสื่อสารและสารสนเทศ แผนงานด้านอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ โดยจะต้องศึกษาความชัดเจนถึงรูปแบบของการบริหารงานและโครงสร้างของการบริหารงาน รวมถึงแผนงานปรับยุทธศาสตร์กระทรวงกลาโหม ด้วยการสร้างความสัมพันธ์กับต่างประเทศให้กับเหล่าทัพ โดยเน้นกลุ่มประเทศอาเซียน ปรับปรุงแผนพัฒนาขีดความสามารถของกระทรวงกลาโหม และขยายขีดความสามารถด้านการข่าว พร้อมจัดตั้งสำนักอาเซียนเพื่อรองรับการเข้าสู่ประชาคมอาเซียนในปี 2558 ขณะเดียวกันในส่วนของแผนงานการแก้ไขกฎระเบียบข้อบังคับที่ล้าสมัย เช่น พ.ร.บ.การแต่งกายเลียนแบบทหารปี 2477 ซึ่งมีบทลงโทษให้จำคุกเพียง 1 ปี ปรับ 200 บาท ซึ่งไม่สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน โดยเห็นว่าจะควรมีการเพิ่มค่าปรับให้สูงขึ้น เพื่อให้เกิดความหลาบจำ
นอกจากนี้ ระบบงานกำลังพลจะต้องมีการพิจารณาความเหมาะสม เรื่องการใช้ระบบข้าราชการพลเรือน เพื่อกำหนดร่างระเบียบการบรรจุบุคคลเข้ารับราชการในสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม ขณะเดียวกันกำลังพลทุกนายจะต้องพัฒนาขีดความสามารถทางด้านภาษา โดยเฉพาะภาษาอังกฤษ เพื่อให้สามารถติดต่อสื่อสารได้อย่างสะดวก ซึ่งนายสิบที่มีความสามารถทางด้านภาษาประเทศเพื่อนบ้านจะมีโอกาสได้รับการพิจารณาเป็นนายทหาร
และในส่วนที่ 3 คือ นโยบายเชิงบริหาร โดยปลัดกระทรวงกลาโหมได้มอบหมายให้ พล.ร.อ.พลวัฒน์ สิโรดม รองปลัดกระทรวงกลาโหมคนที่ 1 รับผิดชอบสายงานส่งกำลังบำรุง การเงิน ตรวจสอบภายในและการสนับสนุน ด้าน พล.อ.อ.ทรงธรรม โชคคณาพิทักษ์ รองปลัดกระทรวงกลาโหมคนที่ 2 รับผิดชอบสายงานยุทธการ การข่าว นโยบาย แผนการระดมสรรพกำลัง การต่างประเทศและการงบประมาณ พล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รองปลัดกระทรวงกลาโหมคนที่ 3 รับผิดชอบงานสายกำลังพล การสวัสดิการและการสงเคราะห์ การประชาสัมพันธ์ กิจการพลเรือน การสัสดีและกำลังสำรอง และ พล.อ.สนธิศักดิ์ วิทยาเอนกนันท์ รองปลัดกระทรวงกลาโหมที่ 4 รับผิดชอบสายงานอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ และพลังงานทหารเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร และการวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีป้องกันประเทศ





