นายกฯถกประธานาธิบดีจีนหลายวาระ

นายกฯถกประธานาธิบดีจีนหลายวาระ

"ธีรัตถ์"ระบุนายกฯหารือ"สี จิ้นผิง"ถกหลายวาระ ชมพาประเทศผ่านวิกฤติอุทกภัย วิกฤติการเงินโลกและสร้างความเข้มแข็งให้ศก.ไทย

เว็บไซต์ทำเนียบรัฐบาล(www.tjaigov.go.th)รายงานเย็นวันนี้ว่านายธีรัตถ์ รัตนเสวี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีเปิดเผยว่า ภายหลังเดินทางถึงเมืองบาหลี อินโดนีเซีย เพื่อเข้าร่วมการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปค นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมหารือทวิภาคีกับนายสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีสาธารณรัฐประชาชนจีน เพื่อสานต่อความสัมพันธ์กับผู้นำจีนรุ่นที่ 5 และผลักดันความร่วมมือหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ระหว่างไทย-จีน ให้มีความคืบหน้าอย่างเป็นรูปธรรม

วันนี้ (6 ต.ค.) นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมหารือกับนายสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีสาธารณรัฐประชาชนจีน ก่อนการร่วมการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปค ครั้งที่ 21 ณ โรงแรม Laguna Resort สรุปสาระสำคัญดังนี้ ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง กล่าวชื่นชมบทบาทสำคัญของนายกรัฐมนตรีที่ได้ทุ่มเท และให้ความสำคัญในการพัฒนาความสัมพันธ์กับจีนให้เจริญก้าวหน้าในทุกด้าน จนความร่วมมือต่างๆมีความสำเร็จและเกิดผลเป็นรูปธรรม

โดยความสัมพันธ์ไทยและจีนปัจจุบันยืนอยู่บนแถวหน้าของความสัมพันธ์ระหว่างจีนกับประเทศในอาเซียน และจะเป็นแบบอย่างที่ดีของสัมพันธ์ นอกจากนี้ ประธานาธิบดีฯ ยังได้ชื่นชมและยินดีต่อบทบาทนายกรัฐมนตรีในฐานะผู้นำประเทศที่สามารถนำพาประเทศผ่านวิกฤติต่างๆ เช่น อุทกภัย วิกฤติการเงินโลก และสร้างความเข้มแข็งให้กับเศรษฐกิจของไทย ทั้งนี้ ไทยถือเป็นหุ้นส่วนการพัฒนาในภูมิภาคของจีน และจะร่วมวางแผนการพัฒนาความสัมพันธ์ เพื่อแสวงหาศักยภาพ และความร่วมมือใหม่ๆ รวมทั้ง ผลักดันความสัมพันธ์ให้ก้าวหน้าไปอีกระดับ นายกรัฐมนตรีกล่าวรู้สึกยินดีที่ได้มีโอกาสพบหารือกับประธานาธิบดีจีน พร้อมแสดงความยินดีต่อการดำรงตำแหน่งผู้นำสูงสุดของจีน โดยนายกรัฐมนตรีได้กล่าวชื่นชมวิสัยทัศน์ของประธานาธิบดีฯ โดยเฉพาะเรื่อง China’s Dream รวมทั้ง ความคิดในการปฏิรูปเศรษฐกิจและการเมือง ซึ่งการก้าวขึ้นมาของจีน ซึ่งให้ความสำคัญกับการส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจและการพัฒนา จะเป็นประโยชน์ต่อการเสริมสร้างเสถียรภาพ ความมั่นคง และความรุ่งเรืองของภูมิภาคและโลก ทั้งนี้ ไทยจะร่วมมือกับจีน โดยเฉพาะเพื่อการพัฒนาประเทศและการเสริมสร้างสันติภาพและความมั่นคงของภูมิภาค

ในโอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีได้เชิญประธานาธิบดีฯเยือนไทยอย่างเป็นทางการ เพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์และความเป็นหุ้นส่วนให้ใกล้ชิด แนบแน่นยิ่งขึ้น ซึ่งประธานาธิบดีฯตอบรับยินดีในโอกาสอันใกล้ นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรีและประธานาธิบดีจีนได้มีการหารือแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในประเด็นสำคัญ ดังนี้ ความร่วมมือการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน โดยไทยและจีน ต่างเห็นถึงความสำคัญของการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการเชื่อมโยงในทุกระดับ โดยจีนได้เสนอให้มีการจัดตั้งธนาคารเพื่อการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานแห่งเอเชีย เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนให้เอเชียได้มีการพัฒนาการเชื่อมโยงและผลักดันเศรษฐกิจให้พัฒนาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้เห็นพ้องและยินดีการจัดตั้งธนาคารดังกล่าว การผลักดันความร่วมมือภายใต้เอกสารความตกลงที่สำคัญ โดยไทยมุ่งมั่นที่จะดำเนินการตามเอกสารความตกลงที่ได้ทำขึ้นกับจีน โดยหน่วยงานของทั้งสองฝ่ายจะร่วมมือและเร่งดำเนินการให้ปรากฏผลเป็นรูปธรรมโดยเร็ว เช่น กรอบความร่วมมือตาม MOU ว่าด้วยความร่วมมือในสาขาการพัฒนาอย่างยั่งยืนในประเทศไทย ที่ได้มีการลงนามระหว่างการเยือนไทยของประธานาธิบดีฯเมื่อเดือนธันวาคม 2554 ความร่วมมือด้านรถไฟความเร็วสูง พลังงานสะอาด การศึกษาและทรัพยากรมนุษย์ และการบริหารจัดการน้ำ การตั้งเป้ามูลค่าการค้าให้บรรลุ 1 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2558

โดยไทยและจีนจะเพิ่มการค้าขายสินค้าเกษตร เช่น การนำเข้าสินค้าเกษตรจากไทยมากขึ้น อาทิ ข้าว ยางพารา มันสำปะหลัง และผลไม้ไทย ซึ่งการพบกับนายกรัฐมนตรีจีนที่หนานหนิงเมื่อเดือนที่ผ่านมา นายกรัฐมนตรีและฯเสนอให้ทั้งสองฝ่ายจัดตั้งคณะทำงานย่อยด้านการค้าสินค้าเกษตร เพื่อร่วมกันพิจารณาแก้ไขข้อติดขัด และส่งเสริมการค้าสินค้าเกษตรระหว่างกันในภาพรวม ซึ่งผู้นำทั้งสองเห็นว่าจะเร่งให้สองฝ่ายมีการหารือโดยเร็ว การพัฒนาเครือข่ายเชื่อมโยงภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กับจีน โดยไทยและจีนประสงค์ให้มีความสมบูรณ์ซึ่งสอดคล้องกับยุทธศาสตร์มุ่งลงใต้ของจีน โดยควรจะพิจารณาให้ครอบคลุมรอบด้าน ทั้งกฎระเบียบการขนส่งสินค้า การอำนวยความสะดวกสำหรับการเข้าออกของคนและยานพาหนะ รวมทั้งเรื่องค่าใช้จ่ายในการพัฒนาและดูแลรักษาถนน ความร่วมมือพหุภาคี โดยไทยพร้อมให้ความร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับจีนในเวทีระหว่างประเทศ ที่ทั้งสองฝ่ายมีผลประโยชน์ร่วมกัน ซึ่งไทยและจีนมีมุมมองที่คล้ายคลึงกันในหลายประเด็นที่เกี่ยวกับความมั่นคง และมีความสัมพันธ์ที่ดี ทั้งนี้ไทยหวังว่า จีนจะให้การสนับสนุนการลงสมัครรับเลือกตั้งในตำแหน่งสมาชิกไม่ถาวรของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติของไทย ในวาระปี 2017-2018ความสัมพันธ์อาเซียน-จีน ผู้นำจีนได้แสดงความขอบคุณบทบาทไทยในฐานะผู้ประสานงานอาเซียน-จีน ที่ได้ทุ่มเทพัฒนาความสัมพันธ์และความร่วมมือต่างๆให้ราบรื่น

สำหรับกรณีปัญหาทะเลจีนใต้นั้น จีนยินดีผลักดันการจัดทำ COC ให้เป็นไปตามขั้นตอน บนพื้นฐานที่ทุกฝ่ายเห็นพ้องต้องกัน เพื่อการแก้ปัญหาและเสริมสร้างความมั่นคงทางทะเล นอกจากนี้ ไทยและจีนเห็นพ้องว่า ปีนี้เป็นปีครบรอบ 10 ปีความสัมพันธ์หุ้นส่วนยุทธศาสตร์ระหว่างอาเซียน-จีน ซึ่งจะร่วมผลักดันและยกระดับความสัมพันธ์ให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น โดยยกระดับการค้าเสรี กำหนดเป้าหมายการค้า 1 ล้านล้านดอลล่าร์สหรัฐภายในปี 2020 ผลักดันโครงการความเชื่อมโยงทุกๆด้าน และส่งเสริมความสัมพันธ์ระดับประชาชนให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น โดยที่จีนจะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปคในปีหน้า และจีนกำลังศึกษาหัวข้อของการประชุม ซึ่งให้ความสำคัญเรื่องการพัฒนาและผลักดันเศรษฐกิจของทุกประเทศให้เจริญก้าวหน้าไปพร้อมกัน รวมทั้ง การเปิดกว้างและยอมรับในสิ่งใหม่ๆ ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้แสดงความคิดเห็นสนับสนุนในหัวข้อดังกล่าวเพื่อการพัฒนาและเติบโตไปพร้อมกัน