วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ไทยจัดเสวนาหลักนิติธรรมยกภาพลักษณ์ปท.

ไทยเตรียมจัดเสวนาหลักนิติธรรมระดับชาติ หวังนำผลงานเสนอที่ประชุมสหประชาชาติ ยกระดับภาพลักษณ์ประเทศ

นายชัยเกษม นิติสิริ รมว.ยุติธรรม แถลงข่าวการจัดงานเสวนาระดับนานาชาติ หัวข้อ “The Bangkok Dialogue on the Rule of Law” (เดอะแบงค์คอก ดีเวลลอป ออน เดอะ รูล ออฟ ลอ) ว่า งานเสวนาดังกล่าวเกี่ยวกับหลักนิติธรรม ที่มีความสำคัญระดับนานาชาติครั้งแรก ที่สถาบันเพื่อการยุติธรรมของประเทศไทยจะจัดขึ้นในวันที่ 15 พ.ย.56 ที่โรงแรมสยาม เคมปินสกี้ กรุงเทพฯ โดยงานเสวนาครั้งนี้ มีกระทรวงยุติธรรมและกระทรวงการต่างประเทศ เป็นหน่วยงานหลักที่รับผิดชอบ มีวัตถุประสงค์เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่างผู้นำประเทศ และผู้เชี่ยวชาญระดับโลก ว่าด้วยหลักนิติธรรม ความยุติธรรม และความมั่นคง เพื่อนำไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน แก้ไขปัญหาความยากจน และมุ่งสู่การเป็นสังคมที่สงบสุข อีกทั้งได้มุ่งเน้นการกระตุ้นให้กรอบความร่วมมือระดับนานาชาติ หันมาให้ความสำคัญในเรื่องหลักนิติธรรม ซึ่งจะส่งผลต่อการกำหนดวาระการพัฒนาของสหประชาชาติภายหลัง ค.ศ.2015

นายชัยเกษม กล่าวต่อว่า สำหรับงานเสวนาดังกล่าวจะมีผู้นำประเทศและผู้เชี่ยวชาญระดับโลกเข้าร่วม อาทิ พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม นายเอลเล็น จอห์นสัน เซอร์ลีฟ ประธานาธิบดีสาธารณรัฐไลบีเรีย นายโฮเซ่ ราโมส ฮอร์ตา อดีตประธานาธิบดีสาธารณรัฐติมอร์-เลสเต นายยูริ เฟโดทอฟ ผู้อำนวยการบริหารสำนักงานว่าด้วยยาเสพติด และอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ และนายกาเร็ธ อีแวนส์ อดีตรัฐมนตรีว่การกระทรวงต่างประเทศ เครือรัฐออสเตรเลีย

นายกิตติพงษ์ กิตยารักษ์ ปลัดกระทรวงยุติธรรม และกรรมการสถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย กล่าวว่า การจัดกิจกรรมครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของบทบาทนำของประเทศไทยในเวทีสหประชาชาติ โดยเริ่มจากบทบาทนำของพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา ที่ทรงเป็น เอกอัครราชทูต ผู้แทนถาวรแห่งประเทศไทยประจำสหประชาชาติ ณ กรุงเวียนนา โดยทรงริเริ่มที่จะขับเคลื่อน เนื่องจากเป็นช่วงเวลาสำคัญที่ปี 2015 จะครบวาระของสหประชาชาติ อย่างไรก็ตาม เราจะทำให้เวทีดังกล่าวเป็นเวทีที่มีความต่อเนื่อง เพราะในปีหน้าจะมีการพิจารณาเรื่องดังกล่าวในสมัชชาใหญ่สหประชาชาติ และการที่ไทยสามารถจัดการประชุมก็จะทำให้เราสามารถนำผลสรุปของการประชุมไปเสนอในนามของรัฐบาลไทย ในที่ประชุมสหประชาชาติในปีต่อ ๆ ไป เพื่อยกระดับภาพลักษณ์ของประเทศไทยต่อไป