"ไพบูลย์"ระบุหากศาลรธน.ชี้ขาดรัฐจัดสรรงบไม่เพียงพอ ก็ไปซ่อมในมาตรานั้น แต่ไม่ได้คาดคั้นให้รัฐบาลรับผิดชอบทางการเมือง
นายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ว.สรรหา หนึ่งในกลุ่ม 40 ส.ว. ให้สัมภาษณ์ในรายการเจาะลึกทั่วไทย อินไซด์ไทยแลนด์ ทางสปริงนิวส์ ถึงกรณีศาลรธน. ชี้ขาดงบฯ 57 ว่า สำนักงานศาลยุติธรรมเสนอของบฯ 2.6 หมื่นล้าน แต่ถูกปรับลด 1.1 หมื่นล้าน ซึ่งไม่เพียงพอจึงขอเพิ่ม 3 พันล้าน แต่กมธ.ไม่ให้เลย และยังตัดงบฯของศาลอีก 10 ล้าน ส่วนของ ป.ป.ช. ของบ 2,067 ล้าน ถูกตัดเหลือ 1,324 ล้าน ซึ่งไม่เพียงพอ เพราะป.ป.ช.จะต้องไปทำป.ป.ช.จังหวัด จึงขอคืน 204 ล้าน แต่ปรากฏว่าในชั้นกมธ.ถูกตัดลงไปอีก 4 ล้าน สำนักงานศาลปกครองขอไป 2,937 ล้าน ครม.ปรับลดเหลือ 2,046 ล้าน ซึ่งไม่พอ เพราะจะต้องไปตั้งศาลจังหวัดอุดรธานี
ทั้งนี้ ในส่วนของตนเข้าใจว่าครม.และฝ่ายบริหารมีหน้าที่หาเงินและต้องคำนึงถึงงบฯ แต่เหตุผลที่ผ่านมาครม.ก็มักจะจัดสรรงบให้เฉพาะหน่วยงานสังกัดตนเอง ส่วนศาลและองค์กรอิสระที่มีหน้าที่ตรวจสอบรัฐบาล เรื่องงบฯจึงเป็นเครื่องมือในการบีบศาลหรือองค์กรอิสระ จึงเสนอว่าโดยหลักการแล้ว จะต้องมีการพูดคุยกันจนกระทั่งศาล องค์กรอิสระ และรัฐ เห็นว่าเพียงพอแล้ว
"แต่ในกรณีปี 57 ไม่มีการเจรจากัน ในเมื่อเสนอมาแสดงว่าไม่เพียงพออยู่แล้ว ควรจะเจรจากัน แต่กลับปรับลด ความไม่เพียงพอ จึงหยุดอยู่ที่คำขอของเขา" นายไพบูลย์ กล่าว
ส่วนที่โฆษกศาลระบุว่าเสียหายเฉพาะส่วน ไม่ใช่เสียหายทั้งหมดนั้น นายไพบูลย์ กล่าวว่า หากเสียหายเฉพาะ ม.27 , ม.28 ก็สามารถส่งไปสภา และลงมติแก้ไขได้ ส่วนหากผลการตัดสินออกระบุว่างบฯที่ได้รับจัดสรรไม่เพียงพอ รัฐบาลต้องรับผิดชอบทางการเมืองอย่างไรนั้่น นายไพบูลย์ กล่าวว่า ไม่จำเป็น เมื่อศาลวินิจฉัยก็เป็นบรรทัดฐานแล้ว





