กอ.รมน.เสนอแนวทางตอบ 5 ข้อเสนอ"บีอาร์เอ็น"ให้ สมช.แล้ว โต้คลิปนักรบ"ฟาตอนี"ไม่ใช่เรื่องจริง
พ.อ.จรูญ อำภา ที่ปรึกษาสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.)กล่าวถึงกรณีที่กลุ่มบีอาร์เอ็นจะปรับทีมพูดคุยจากนายฮัสซัน ตอยิบ เป็น นายอาแว ยาบะว่า ยังไม่มีการแจ้งมาอย่างเป็นทางการ เป็นเพียงการรับทราบ ขณะนี้ยังถือว่า นายฮัสซัน ตอยิบ เป็นแกนนำพูดคุยอยู่จนกว่าจะมีการแจ้งมาอย่างเป็นทางการ โดยผ่านผู้อำนวยความสะดวกอย่างไรก็ตามในส่วนรายละเอียด 5 ข้อของบีอาร์เอ็นนั้น ทางรัฐบาลไทยรับมาพิจารณาแล้ว ซึ่งขั้นตอนอยู่ในระหว่างศึกษา โดยนักวิชาการ นักกฎหมายเพื่อวิเคราะห์เอกสารทั้ง 38 หน้า คาดว่าในเร็ววันนี้ทาง ศปก.กปต.จะมีการประชุม 4 หน่วยงาน เพื่อให้ได้ข้อยุติ และนำเนื้อหาเหล่านี้ไปพูดคุยต่อไป
"ทางไทยยืนยันจะเสนอให้ยุติการก่อเหตุรุนแรงในพื้นที่ เพราะมีกลุ่มที่เห็นต่างอยู่ประมาณ 10 กว่ากลุ่ม จึงฝากบีอาร์เอ็นให้ไปช่วยดูว่ากลุ่มไหน เป็นกลุ่มที่นิยมความรุนแรง ซึ่งเขาจะต้องไปหามาให้ได้ โดยจะนำคำตอบมาพูดคุยกันในการพบกันครั้งต่อไป ส่วนที่มองว่าภายในกลุ่มบีอาร์เอ็น มีความขัดแย้งกันเองนั้น เป็นเรื่องที่บีอาร์เอ็นต้องไปดำเนินการ แต่ยอมรับว่าเป็นเรื่องยากที่เขาจะควบคุมกลุ่มในพื้นที่ได้ เพราะเขาขาดเอกภาพ ส่วนการปรับทีมพูดคุยของฝ่ายบีอาร์เอ็นนั้น ไม่ได้มองว่าเขาจะยกระดับมาเป็นเจรจา และคิดว่าไม่ใช่การลดระดับเพื่อล้มโต๊ะการพูดคุยสันติภาพ แต่มองว่าเป็นเรื่องภายใน และเป็นเรื่องความถูกใจของส่วนไหนมากกว่าเพราะการดำเนินการที่ผ่านมามีการทบทวนบทบาทการทำหน้าที่ของทุกกลุ่ม ในส่วนของไทยเองก็มีการปรับเช่นกันในเรื่องของการส่งคนเข้าพูดคุย”พ.อ.จรูญ กล่าว
ด้าน พ.อ.บรรพต พูลเพียร โฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร(กอ.รมน.) กล่าวถึงกรณีที่มีการเผยแพร่คลิปกลุ่มชายแต่งกลายคล้ายทหารพรานพร้อมอาวุธครบมืออ้างเป็น นักรบฟาตอนีว่า เป็นการกล่าวอ้าง ไม่ใช่เรื่องจริง ซึ่งต้องรอการพิสูจน์จากเจ้าหน้าที่ ทั้งนี้คิดว่า เป็นเพียงการนำมาเผยแพร่เพื่อเป็นการแสดงออกให้เห็นถึงศักยภาพและขีดความสามารถ
แหล่งข่าวจากกอ.รมน.เปิดเผยว่า ทางกอ.รมน.ได้ทำเอกสารส่งไปทาง พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร เลขาธิการสมช. จำนวน 2 แผ่น เพื่อเป็นแนวทางให้ พล.ท.ภราดร ตอบข้อเรียกร้อง 5 ข้อของบีอาร์เอ็น เพราะหากเขายังไม่ได้คำตอบทั้ง 5 ข้อ การพูดคุยจะไม่เกิดขึ้น และคาดว่าทางบีอาร์เอ็นจะรับคำตอบอันนี้ได้ โดยเอกสารแผ่นแรกมีข้อสรุปว่าทางการไทยรับข้อพิจารณาของบีอาร์เอ็น ส่วนของแผ่นที่สองเป็นการอธิบายแต่ละข้อเรียกร้องของบีอาร์เอ็น โดยข้อที่ 1 ระบุว่าจะให้ประเทศมาเลเซียเป็นคนกลางในการพูดคุยทาง กอ.รมน.เสนอไปว่ารัฐบาลไทยยืนยันมาตลอดว่า เหตุการณ์ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นเรื่องภายในประเทศ ไม่ต้องการให้ต่างประเทศเข้ามายุ่งเกี่ยว ส่วนข้อที่สองที่ขอให้เรายอมรับว่ากลุ่มบีอาร์เอ็นเป็นตัวแทนของชาวปัตตานีในการพูดคุยครั้งนี้ ทาง กอ.รมน.เสนอไปว่าทางบีอาร์เอ็นต้องแสดงให้เห็นว่า สามารถควบคุมได้ทุกกลุ่ม รวมทั้งสอบถามประชาชนในพื้นที่ให้ยอมรับว่ากลุ่มบีอาร์เอ็นเป็นตัวแทนของเขาหรือไม่
แหล่งข่าวยังกล่าวอีกว่า ส่วนข้อที่ 3 ที่ให้โอไอซีเข้ามาเป็นพยานในการพูดคุยนั้น มีคำตอบเหมือนข้อที่ 1 ส่วนข้อที่ 4 แบ่งการเขตปกครอง และการยอมรับในอัตลักษณ์นั้น ทางกอ.รมน.เสนอไปว่า ประเทศไทยไม่ได้ปิดกั้นการแสดงออกเรื่องอัตลักษณ์ คนในพื้นที่นับถือศาสนาอะไรก็ได้ ส่วนการแบ่งเขตการปกครอง บีอาร์เอ็นนำแค่ประวัติศาสตร์ท่อนหนึ่งมากล่าวอ้าง ไม่มีการพูดถึงประวัติศาสตร์ก่อนหน้านี้ ส่วนข้อที่ 5 การปล่อยตัวนักโทษนั้น ทุกอย่างต้องเป็นไปตามกระบวนการยุติธรรมของไทย หากเรื่องถึงศาลแล้ว ไม่สามารถไปแทรกแซงกระบวนการยุติธรรมได้ แต่หากอยู่ในขั้นตอนของพรก.ฉุกเฉินจะอยู่ข่ายที่จะพิจารณาได้ เอกสารที่กอ.รมน. ส่งให้ เลขาธิการสมช.เป็นเพียงการนำเสนอแนวทางเพื่อนำไปตอบกับบีอาร์เอ็นเท่านั้น ไม่ใช่ว่าจะไปบังคับว่า ต้องดำเนินการตามเอกสารนี้ แต่กอ.รมน.ศึกษาแล้วเห็นว่า คำตอบเช่นนี้น่าจะส่งผลดีต่อทั้งสองฝ่าย โดยไม่ทำให้เราเสี่ยงที่จะตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบ และ คำตอบไม่ได้ปฏิเสธในลักษณะของการหักด้ามพร้าด้วยเข่า ขึ้นอยู่กับว่าทางเลขาฯ สมช.จะพิจารณาอย่างไร





