กมธ.นิรโทษฯประชุมไร้ข้อสรุป "สามารถ"สั่งหาข้อมูลคดีการเมืองย้อนหลังปี2547 "อภิสิทธิ์-แก้วสรร"ย้ำไม่รับก.ม.ล้างผิด
ในการประชุมคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาพิจารณาร่างพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมแก่ผู้ซึ่งกระทำความผิด เนื่องจากการชุมนุมทางการเมือง การแสดงออกทางการเมืองของประชาชน (กมธ.นิรโทษกรรมฯ) ที่มีนายสามารถ แก้วมีชัย ส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย ฐานะประธานกรรมาธิการฯ ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม ครั้งที่ 7 ได้ใช้เวลาหารือนานนานกว่า 4 ชั่วโมง โดยไม่ได้เข้าสู่การพิจารณาเนื้อหาเป็นรายมาตรา ตามที่นายสามารถระบุเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาว่าจะมีการพิจารณาลงรายละเอียด เนื่องจากมีประชาชนที่เกี่ยวข้องส่งหนังสือให้เร่งรัดการพิจารณาแต่อย่างใด
นายสามารถ กล่าวสรุปในช่วงท้ายว่า จะให้ฝ่ายเลขานุการกรรมาธิการฯ หาข้อมูลเกี่ยวกับคดีที่เกี่ยวเนื่องกับการชุมนุมทางการเมือง ตั้งแต่ปี 2547 หรือ 2548 หลังจากที่นายสุนัย จุลพงศธร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ฐานะกรรมาธิการฯ มีการเสนอเพราะเห็นว่าช่วงเวลาดังกล่าวเป็นจุดเริ่มต้นของการชุมนุมทางการเมือง ที่พรรคประชาธิปัตย์ได้ขนคนไปร่วมชุมนุมที่มีนายสนธิ ลิ้มทองกุล ฐานะอดีตผู้ดำเนินรายการเมืองไทยรายสัปดาห์จัดขึ้น เพื่อให้ที่ประชุมพิจารณากรอบหรือจุดเริ่มต้นของเหตุการณ์ที่ก่อให้เกิดความขัดแย้งทางการเมืองในการประชุมครั้งถัดไป
สำหรับบรรยากาศการประชุมก่อนที่จะได้ข้อสรุป ได้มีการถกเถียงระหว่างส.ส.พรรคเพื่อไทยและส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ในประเด็นต่างๆ อาทิ ส.ส.พรรคเพื่อไทยเสนอให้มีการเริ่มเข้าสู่การพิจารณาเนื้อหาเป็นรายมาตรา เพราะขณะนี้ประชาชนที่ติดคุกและไม่ได้รับความยุติธรรมเดือดร้อนอย่างหนัก แต่ได้รับการทักท้วงโดยส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ฐานะกรรมาธิการฯว่าไม่ควรตั้งธง ขณะที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร และนายแก้วสรร อติโพธิ นักวิชาการ ในฐานะกรรมาธิการฯ แสดงความเห็นปฏิเสธไม่ยอมรับการนิรโทษกรรมให้กับการกระทำที่ตั้งใจทำความผิด รวมถึงต้องการล้างความผิดโดยไม่คำนึงถึงการลดความขัดแย้ง ทำให้นายสงวน พงษ์มณี ส.ส.ลำพูน พรรคเพื่อไทย ฐานะกรรมาธิการฯ ระบุว่า หากเป็นแบบนั้นจะทำให้การออกกฎหมายนิรโทษกรรมมีความลำบาก นอกจากนั้นที่ประชุมยังได้ถกเถียงเรื่องการอภิปรายที่พาดพิงถึงศาลยุติธรรม จนทำให้นายสามารถสั่งกับที่ประชุมว่าหากมีถ้อยคำที่พาดพิงถึงศาลขอให้ลบออกจากบันทึกการประชุมโดยอัตโนมัติ
ขณะที่นายนิพนธ์ ฮะกิมี รองเลขาธิการสำนักงานกฤษฎีกา ฐานะกรรมาธิการฯ ได้แสดงความเห็นตามที่มีผู้สอบถามว่าการนิรโทษกรรมกับผู้ที่กระทำความผิดที่อยู่ระหว่างการไต่สวนจะทำให้การปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ลำบากหรือไม่ ว่า ต้องมีการกำหนดถ้อยคำให้ชัดเจน นอกจากนั้นแล้วตนมองว่าการระบุว่าความผิดใดจะได้รับการนิรโทษกรรมหรือไม่นั้น ควรเขียนให้มีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาพิจารณาดีกว่า





