"สุรนันทน์"เผยนายกฯลงนามทูลเกล้าฯแก้รธน.ที่มาส.ว. ยันนำขึ้นทูลเกล้าภายใน20วัน นับแต่วันที่ได้รับร่างรธน.จากสภา
นายสุรนันทน์ เวชชาชีวะ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงความคืบหน้าการดำเนินการทูลเกล้าฯร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญประเด็นที่มาของ ส.ว.ว่า ขณะนี้ทางเลขาธิการคณะรัฐมนตรีร่วมกับเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา ได้ทำเอกสารเรียบร้อยแล้ว และนายกฯ ได้ลงนามทูลเกล้าฯถวายร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญแล้ว ซึ่งขณะนี้อยู่ในขั้นตอนที่ เลขาครม.จะเป็นผู้ที่ประสานงานกับสำนักพระราชวัง ตามขั้นตอนของธุรการที่เสนอขึ้นไป ส่วนจะเป็นอย่างไรก็ต้องเป็นไปตามขั้นตอนที่ระบุไว้
เลขาธิการนายกฯ กล่าวว่า การลงนามครั้งนี้ทางเลขาครม.และเลขากฤษฎีกามีความเห็นที่ชัดเจน ซึ่งทางสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ระบุว่า การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญได้มีการบัญญัติไว้ โดยเฉพาะในหมวด 15 การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ซึ่งตามมาตรา 291 ได้บัญญัติว่า การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ให้กระทำได้ตามหลักเกณฑ์และวิธีการดังต่อไปนี้ ใน (7) เมื่อการลงมติได้เป็นไปตามที่กล่าวแล้ว ให้นำร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมขึ้นทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวาย และให้นำบทบัญญัติมาตรา 150 และมาตรา 151 มาบังคับใช้โดยอนุโลม ดังนั้นความเห็นคือมาตรา 291 ของรัฐธรรมนูญ ได้บัญญัติหลักเกณฑ์และวิธีการในการแก้ไขรัฐธรรมนูญโดยนำเฉพาะมาตรา 150 และ 151 มาใช้บังคับเท่านั้น มิได้บัญญัติให้นำมาตราอื่นใดมาบังคับด้วย การดำเนินการหลังที่รัฐสภาเห็นชอบกับการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญแล้ว นายกฯจึงมีหน้าที่นำขึ้นทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายภายใน 20 วัน นับแต่วันที่ได้รับร่างรัฐธรรมนูญนั้นจากรัฐสภา เพื่อพระมหากษัตริย์ทรงลงพระปรมาภิไธย และประกาศในราชกิจจานุเบกษาต่อไปตามมาตรา 150 ของรัฐธรรมนูญ
นอกจากนี้ กฤษฎีกายังมีความเห็นด้วยว่าสำหรับกรณีที่ส.ส. และส.ว. ได้เสนอเรื่องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญ พิจารณาวินิจฉัยตามมาตรา 68 ของรัฐธรรมนูญนั้น ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 68 ดังกล่าวมิได้บัญญัติให้ระงับการดำเนินการตามมาตรา 291 ของรัฐธรรมนูญ และมิใช่กรณีตามมาตรา 154 ของรัฐธรรมนูญ อีกทั้งในมาตรา 154 เป็นบทบัญญัติที่เกี่ยวกับการตราพระราชบัญญัติที่ขัดแย้งกับรัฐธรรมนูญ ซึ่งมาตรา 291 ของรัฐธรรมนูญ มิได้บัญญัติให้มาบังคับใช้ด้วยแต่ประการใด ทั้งนี้เป็นไปตามคำสั่งของศาลรัฐธรรมนูญที่ 4/2554 ลงวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2554 กรณีร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ตามมาตรา 154 (1) ว่า กระบวนการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ชอบด้วยรัฐธรรมนูญหรือไม่ ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยในกรณีนั้น ว่า มาตรา 291(7) ได้บัญญัติให้นำบทบัญญัติเกี่ยวกับการตราพระราชบัญญัติเฉพาะ มาตรา 150 และมาตรา 151 มาบังคับใช้โดยอนุโลม มิได้บัญญัติให้นำมาตรา 154 ซึ่งเป็นบทบัญญัติว่าด้วยการตราพระราชบัญญัติให้ขัดหรือแย้งต่อศาลรัฐธรรมนูญ โดยให้ศาลรัฐธรรมนูญเป็นองค์กรวินิจฉัยมาบังคับใช้ ดังนั้นเมื่อพิจารณาบทบัญญัติประกอบกันแล้ว กรณีตามคำร้องนี้จึงไม่ต้องด้วยหลักเกณฑ์ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 154 (1) ที่ศาลรัฐธรรมนูญจะรับวินิจฉัยได้ ซึ่งนี่เป็นคำวินิจฉัยเดิมเมื่อปี 2554 ฉะนั้นเมื่อคำวินิจฉัยนั้นเป็นบรรทัดฐาน ครั้งนี้ก็เชื่อว่าจะเป็นไปตามนั้น คือใช้มาตรา 150, 151 โดยอนุโลม ทำให้ความเห็นที่นายกฯ พิจารณาแล้ว และได้ลงนามทูลเกล้าฯ ถวายแล้ว
นายสุรนันทน์ กล่าวต่อว่า ที่พรรคประชาธิปัตย์ใช้รัฐธรรมนูญมาตรา 154 ยื่นเรื่องต่อประธานรัฐสภาให้ส่งศาลรัฐธรรมนูญ ร้องขอให้ระงับการนำทูลเกล้าฯนั้น ขณะนี้นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ยังไม่ได้แจ้งมายังนายกฯ เมื่อถามว่า ในกรณีมาตรา 154 สมัยนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นนายกฯ ไม่ได้มีการนำทูลเกล้าฯ แต่ทำไมรัฐบาลจึงทูลเกล้าฯ นายสุรนันทน์ กล่วาว่า ครั้งนั้นศาลไม่รับฟ้อง แต่ครั้งนี้ในส่วนของคณะกรรมการกฤษฏีกามีความชัดเจนว่าไม่ขัดรัฐธรรมนูญ สามารถนำขึ้นทูลเกล้าฯได้ อีกทั้งนายกฯไม่มีทางเลือกเพราะเมื่อรัฐสภาได้พิจารณาเสร็จสิ้น นายกฯต้องนำขึ้นทูลเกล้าฯภายใน 20 วัน





