ศาลอุทธรณ์พิพากษาคุก"สนธิ" 2 ปี นำคำพูด"ดา ตอร์ปิโด"หมิ่นเบื้องสูง มาพูดซ้ำ ทำให้คนไม่รู้เนื้อหาได้รู้
ศาลอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ คดีหมายเลขดำ อ.2066/2553 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 10 เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง นายสนธิ ลิ้มทองกุล อดีตแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย อายุ 64 ปี เป็นจำเลย ในความผิดฐานหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ พระราชินี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 จากกรณีเมื่อวันที่ 20 ก.ค. 51 จำเลยได้ขึ้นเวทีปราศรัยกลุ่มผู้ชุมนุม พธม. บริเวณเชิงสะพานมัฆวานรังสรรค์ โดยนำคำปราศรัยของ น.ส.ดารณี ชาญเชิงศิลปะกุล หรือ ดา ตอร์ปิโด แนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ ( นปช.) จำเลย คดีดูหมิ่นสถาบัน ที่ศาลอาญาพิพากษาจำคุก15 ปี น.ส. ดารณี ในกรณีที่ได้พูดหมิ่นสถาบันบนเวทีปราศรัย สนามหลวง เมื่อวันที่ 18 ก.ค.51 มาเผยแพร่ซ้ำที่ปราศรัยบนเวทีของกลุ่ม พธม. โดยจำเลยให้การปฏิเสธ
ขณะที่คดีนี้ ศาลชั้นต้น มีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 26 ก.ย.55 ให้ยกฟ้อง เนื่องจากเห็นว่า การพูดของจำเลยสืบเนื่องมาจากการที่ น.ส.ดารณี พูดบนเวทีปราศรัย ที่ท้องสนามหลวง ซึ่งการพูดของจำเลย เป็นการสรุปข้อความบางตอนมาให้ประชาชนฟัง โดยจำเลยเห็นว่าคำพูดของ น.ส.ดารณี เป็นความผิดฐานดูหมิ่น พระมหากษัตริย์ และพระราชินี จึงเรียกร้องให้ พล.ต.อ.พัชรวาท วงศ์สุวรรณ ผบ.ตร.ขณะนั้น ให้ดำเนินคดีกับน.ส.ดารณี การกระทำของจำเลยจึงไม่เป็นการขยายคำพูดของน.ส.ดารณีอันมีเจตนาโดยตรงเพื่อหมิ่นประมาทหรือดูหมิ่นพระมหากษัตริย์ และพระราชินี การกระทำของจำเลยจึงไม่มีความผิดตามฟ้อง แต่ต่อมาโจทก์ยื่นอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์ตรวจสำนวนประชุมปรึกษาหารือกันแล้ว คดีมีประเด็นต้องวินิจฉัยว่า จำเลยมีเจตนาดูหมิ่นใส่ร้ายอาฆาต สถาบันหรือไม่ เห็นว่า ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า วันที่ 18-19 ก.ค.51 จำเลยนำคำพูดของ น.ส.ดารณี ที่พูดพาดพิงสถาบัน มาปราศรัยบนเวทีพันธมิตรฯ ซึ่งเป็นการนำคำพูด มาหมิ่นประมาทซ้ำ
ที่จำเลย อ้างว่าไม่เจตนา โดยการนำคำพูดนั้น มากล่าวซ้ำเพื่อให้ติดตามดำเนินคดีกับ น.ส.ดารณี นั้น ศาลอุทธรณ์ เห็นว่า หากเป็นเช่นนั้น จำเลยไม่มีความจำเป็นต้องนำเนื้อหาดังกล่าวมาถ่ายทอดโดยพูดซ้ำอีกในที่สาธารณะ เพราะคนไทยบางส่วนยังไม่ทราบว่า น.ส.ดารณี พูดอย่างไร แต่ก็อาจมาทราบจากการที่จำเลยพูด กระทั่งทำให้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์ และส่งผลกระทบต่อสถาบัน ซึ่งเป็นการกระทำที่ไม่ระวังอย่างเพียงพอ โดยการกระทำของจำเลยได้ครบองค์ประกอบความผิดแล้วจึงพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดฐานดูหมิ่น ฯตาม ม.112 ให้จำคุก 3 ปี แต่คำให้การของจำเลยเป็นประโยชน์ ต่อการพิจารณาคดีอยู่บ้าง เห็นควรลดโทษ 1ใน 3 คงจำคุกจำเลยทั้งสิ้น 2 ปี
ภายหลังฟังคำพิพากษาแล้ว นายสนธิ ก็ได้ถูกควบคุมไปยังห้องพักบริเวณ ชั้น 2 ของศาลอาญา โดยนายสนธิ ระบุเพียงว่า จะยื่นประกันตัวก่อน ขณะที่นายสุวัตร อภัยภักดิ์ ทนายความ ได้ยื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์เป็นกรมธรรม์ประกันอิสรภาพ บริษัทวิริยะ ประกันภัย จำกัด มูลค่า 500,000 บาท เพื่อขอปล่อยชั่วคราวระหว่างฎีกาต่อสู้คดีทั้งนี้เมื่อศาลพิจารณาแล้วอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราวโดยตีราคาประกัน 500,000 บาท





