"นพดล-กษิต"มองต่างมุม ยุทธศาสตร์"ยิ่งลักษณ์"โกอินเตอร์ ทัวร์นอก 43 ประเทศ รวม 55 ทริป ไทยได้อะไร?
การสร้างสถิติเยือนต่างประเทศมากที่สุดในรอบ 25 เดือนที่ผ่านมา ของนายกฯยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ที่ไปเหยียบมาแล้ว 43 ประเทศ รวม 55 ทริป หากจะมองในแง่ว่านี่คือยุทธศาสตร์ จึงต้องมาหาความกระจ่างจาก อดีตรมว.การต่างประเทศ 2 คนจาก 2 พรรคการเมือง ขั้วตรงข้าม "นพดล ปัทมะ" จากเพื่อไทย และ "กษิต ภิรมย์" จากประชาธิปัตย์ เพื่อไขข้อข้องใจในยุทธศาสตร์การต่างประเทศของรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ว่ามีเป้าหมายอย่างไร
นพดล ปัทมะ อดีต รมว.การต่างประเทศ รัฐบาลนายสมัคร สุนทรเวช และที่ปรึกษากฎหมาย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร
0 หลักเกณฑ์การคัดเลือกประเทศที่นายกฯ ไปเยือนเป็นอย่างไร
ไม่ได้เลือกเพราะตั้งใจไปเที่ยวประเทศนั้น แต่เลือกเพราะมีประเด็นในเชิงยุทธศาสตร์ที่จะเป็นประโยชน์แก่ประเทศไทย ทั้งเรื่องการค้า การลงทุน ตลาด ความสัมพันธ์ เวลาไปต่างประเทศมันเหนื่อยนะ ต้องเตรียมประเด็นหารือ เตรียมสุนทรพจน์ และศึกษาข้อมูลในข้อตกลงที่จะไปลงนาม ไม่ใช่เรื่องเที่ยวสนุก ส่วนความสำเร็จ ประเมินได้จากจำนวนข้อตกลงที่ไทยลงนามกับต่างประเทศ มูลค่าการค้าขายที่เพิ่มขึ้น และการกระชับความสัมพันธ์ให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น
0 การมีชื่อคุณยิ่งลักษณ์ปรากฏในเวทีโลก นับเป็นความสำเร็จประการหนึ่งด้วยหรือไม่
ก็ถือว่าเป็นความสำเร็จส่วนหนึ่ง แต่ไม่ใช่ความสำเร็จส่วนตัว ว่ามีคนตระกูลชินวัตรไปมีบทบาทในเวทีโลก แต่ไปในนามนายกฯประเทศไทย ทำให้ประเทศอยู่ในความสนใจของคนทั่วโลกมากขึ้น เหมือนเราอยู่ในจอเรดาร์มากขึ้น เปรียบเหมือนกับดารา หากมีโฆษณา มีคนเชิญไปโชว์ตัว มันก็มีโอกาสในการทำประโยชน์ได้ แต่คุณยิ่งลักษณ์ไม่ใช่ดารา แต่เป็นผู้นำที่มีบทบาทอย่างมาก หลังประเทศตกต่ำจากเหตุการณ์สลายการชุมนุมปี 2553 ต่างจากสมัยนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นนายกฯ ที่ไม่ค่อยได้รับเชิญให้ไปไหนในเวทีสำคัญๆ เพราะเขารู้ว่ามีที่มาที่ไปอย่างไร
0 สาเหตุที่ต่างประเทศเชิญคุณยิ่งลักษณ์ไปเยือน เพราะเป็นผู้นำหญิงหรือนามสกุล “ชินวัตร”
เพราะเป็นผู้นำที่มาจากการเลือกตั้ง จะหญิง-ชาย ดำ-ขาว เตี้ย-สูง ไม่สำคัญเลย สำคัญคือประชาชนมอบความไว้วางใจให้หรือไม่ นั่นคือประชาธิปไตยที่ต่างประเทศเขาคิด ส่วนที่คนคิดว่าเป็นฝีมือของล็อบบี้ยิสต์ที่ พ.ต.ท.ทักษิณจ้างไว้ 4 บริษัท นั้น ผมไม่มีข้อมูล แต่เท่าที่คุยกับพ.ต.ท.ทักษิณ ท่านไม่ได้จ้างแล้ว เพราะไม่จำเป็นต้องล็อบบี้อะไรช่วงนี้ ท่านเดินทางไปประเทศมหาอำนาจได้ตั้งแต่ยุครัฐบาลนายอภิสิทธิ์แล้ว รัฐบาลปัจจุบันไม่ได้ช่วยท่าน
0 ภาพที่ออกมาคล้าย พ.ต.ท.ทักษิณไปกรุยทางให้ก่อนแล้วคุณยิ่งลักษณ์ยกคณะตามไป
ปฏิเสธไม่ได้ว่า พ.ต.ท.ทักษิณก็เดินทางไปหลายประเทศ บางครั้งก็ใกล้เคียงกัน แต่ไม่เคยอยู่ในประเทศเดียวกัน ณ เวลาเดียวกันกับนายกฯ เพราะไม่อยากให้เป็นประเด็นทางการเมือง พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นนายกฯ 5 ปี ท่านรู้จักผู้นำทั้งโลกมากมาย ดังนั้นท่านก็ไปในฐานะอดีตนายกฯ ไม่ได้ไปปูทางหรืออะไรหรอก เพราะเป็นเรื่องของกระทรวงการต่างประเทศ ส่วนการหารือคงมีบ้าง เพราะท่านเป็นที่ปรึกษา และ“ทักษิณคิด เพื่อไทยทำ” ดังนั้นก็ไม่แปลก ที่นโยบายบางเรื่องจะมีการหารือกันบ้าง
0 เหตุผลสำคัญที่นายกฯ ไปเยือนทาจิกิสถาน ซึ่งเป็นประเทศสุดท้ายที่ พ.ต.ท.ทักษิณไป ก่อนถูกรัฐประหารปี 2549 กับประเทศมอนเตรเนโกร ประเทศแรกที่ให้หนังสือเดินทาง พ.ต.ท.ทักษิณ หลังถูกยึดหนังสือเดินทางไทยคืออะไร
มอนเตรเนโกร วาระหลัก คือการยกเลิกวีซ่าให้เจ้าหน้าที่ที่ถือพาสปอร์ตการทูตและราชการ และเป็นการเปิดตลาดในคาบสมุทรบอลข่าน ซึ่งจะเป็นศูนย์กลางกระจายสินค้าไทยส่วนหนึ่ง ส่วนทาจิกิสถาน เข้าใจว่าไปคุยเรื่องน้ำ และตอบแทนที่ประธานาธิบดีเขามาประชุมเรื่องน้ำที่ไทย
0 ช่วยขยายความคำว่า “การทูตแบบใหม่”ของ พ.ต.ท.ทักษิณ
ก็ต้องยอมรับว่า พ.ต.ท.ทักษิณ เหมือนสารานุกรม หากใครอยากได้รับความรู้ รับคำปรึกษา ก็แค่โทรไปหาท่าน กอปรกับความรู้สึกดีๆ ที่ผู้นำต่างประเทศมีต่อ พ.ต.ท.ทักษิณมันก็ทำให้งานรัฐบาลนี้ราบรื่นขึ้น Personal diplomacy มันยังมีอยู่นะ ในเชิงความสัมพันธ์ส่วนตัวยังจำเป็นอยู่ การมีเคมีตรงกัน มีทัศนคติเดียวกัน มันช่วยให้ความสัมพันธ์ไปได้ราบรื่น ถ้าพูดอย่างอื่นก็เหมือนโกหก แต่อยู่ที่ว่าท่านทำเพื่อส่วนตัว เข้าพกเข้าห่อ เข้าตระกูลชินวัตร หรือทำเพื่อเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติ
วันนี้ท่านมีทุกอย่างแล้ว ไม่จำเป็นต้องทำอะไรเพื่อประโยชน์ทับซ้อน ถ้ามีผลประโยชน์ทับซ้อน พ.ต.ท.ทักษิณต้องไปทีหลังสิ นายกฯ ต้องปูทางให้ก่อน แล้ว พ.ต.ท.ทักษิณไปเจรจาต่อ ดูจะมีความน่าสงสัยมากกว่า เพราะคล้ายๆ ใช้อำนาจรัฐไปเจรจาหาประโยชน์ให้ พ.ต.ท.ทักษิณ คล้ายๆ ไปปิดจ็อบ
0 การกล่าวสุนทรพจน์ที่แหลมคมทางการเมืองในเวทีโลก มีจุดประสงค์หลักคืออะไร
อันนี้ขึ้นอยู่กับกาลเทศะที่ไป อย่างตอนพูดเรื่องประชาธิปไตยที่ประเทศมองโกเลีย สะท้อนว่าประสบการณ์ทางการเมืองจะยาวหรือสั้นไม่สำคัญเท่าตัวตนและแนวคิดของผู้นำ ว่าคิดในแต่ละประเด็นอย่างไร เรื่องการเขียนสปีชจะมีทีมเขียน แต่ผู้นำเป็นคนกำหนดไอเดีย และอนุมัติร่างสุดท้าย
0 การโกอินเตอร์ช่วยให้เรตติ้งคุณยิ่งลักษณ์ในประเทศดีขึ้นหรือไม่
นายกฯ คงไม่ได้มองความนิยมทางการเมืองในประเทศเป็นหลัก ผมคิดว่าไม่ว่าท่านใช้ความสำเร็จในเวทีนานาชาติมาทำให้เป็นนางเอกในสายตาชนชั้นกลาง มันไม่ใช่ยุทธศาสตร์ “โลกล้อมไทย” ไม่มีหรอก มีแต่สมัยก่อนโลกเมินหน้าหนีจากไทยเพราะการบริหารภายในรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ และรัฐบาลนี้กำลังเปิดกะลาไปสู่โลก ไม่ใช่เอาโลกมาล้อมกะลา เราอยากเชื่อมโยงโลกกับไทยมากกว่า
กษิต ภิรมย์ อดีตรมว.การต่างประเทศ รัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ
0 หลักเกณฑ์ในการไปเยือนประเทศของนายกฯ เป็นอย่างไร
การเดินทางไปเยือนต่างประเทศ มี 5 เหตุผล คือ 1. ไปแนะนำตัวในโอกาสรับตำแหน่งใหม่ ซึ่งเป็นประเพณีปฏิบัติ ว่าต้องไปเยือนประเทศอาเซียนก่อน จากนั้นก็ไปประเทศที่เรามีความสัมพันธ์ยาวนาน เช่น สหรัฐ ญี่ปุ่น สหภาพยุโรป จีน 2. ไปเพราะห่างเหินกันมานาน จึงได้เวลาที่จะทบทวนและตั้งความสัมพันธ์กันใหม่ 3. ไปเพราะมีประเด็นคอขาดบาดตาย ที่ระดับรัฐมนตรี หรือปลัดกระทรวงไม่สามารถแก้ไขสถานการณ์ได้ จำเป็นต้องให้ระดับผู้นำบินไปตกลงกับผู้นำอีกประเทศ 4. ไปเพราะความสัมพันธ์ราบรื่น จะมีความร่วมมือกัน ก็ให้เกียรติผู้นำไปเจิมก่อน 5. ไปงานประชุมประจำต่างๆ
แต่การไปต่างประเทศของคุณยิ่งลักษณ์ ไม่ค่อยเป็นธรรมชาติ ไม่ค่อยตรงประเด็นที่ผมบอก ดูพร่ำเพรื่อมาก เป็นประวัติศาสตร์และไม่มีจุดหมายแน่นอน ที่สำคัญการไปต่างประเทศ บ้านเมืองต้องสงบตามสมควร เพราะปัญหามันอยู่ในบ้าน ถ้าไปแล้วไม่มีอะไรไปอวด มันก็ชวนเชิญให้นายกฯ ต้องแก้ปัญหาอยู่ในประเทศมากกว่า
0 ตัวชี้วัดความสำเร็จในการเยือนต่างประเทศของนายกฯ ประกอบด้วยอะไรบ้าง
มันต้องอยู่ที่เป้าหมายก่อน ผมไม่สนใจว่าไปแล้วกลับมาเล่าอะไร แต่สนใจว่าก่อนไปจะไปทำอะไร เช่น ผมไปวาติกันเพื่อปรึกษาเรื่อง interface dialogs (การเสวนาระหว่างคนต่างความเชื่อถือ) ให้อยู่ร่วมกันได้ในพหุสังคม ส่วนคุณยิ่งลักษณ์ไปเพื่อเชิญพระสันตะปาปาเสด็จมาไทย หรือไปปากีสถานเพื่อบอกว่าอยากร่วมกันผลิตอาวุธ แล้วอินเดียกับบังคลาเทศเขาว่าอย่างไรล่ะ มันเหมาะสมหรือไม่
0 ประเมินว่าทริปไหนของคุณยิ่งลักษณ์ที่ประสบความสำเร็จบ้างและอย่างไร
ผมไม่คิดว่ามีอะไรจับต้องได้ แต่อาจสำเร็จในแง่ว่า ต่างชาติชื่นชมว่าเป็นนายกฯหญิง ที่มาจากการเลือกตั้ง ชนะท่วมท้น เท่ากับประชาธิปไตยกลับมาสู่ประเทศไทยเต็มใบ ก็ออกไปแสดงตัวได้ว่า ฉันเป็นผู้นำประชาธิปไตย แต่นั่นมันช่วง 3-6 เดือนแรก แต่หลังจากนั้นล่ะ เรามีอะไรจะไปโชว์ นอกจากความงดงามและการแต่งตัวสวยของคุณยิ่งลักษณ์
0 อย่างน้อยก็ประสบความสำเร็จในแง่การสร้างชื่อในเวทีโลกหรือไม่
มันต้องสร้างชื่อให้ประเทศไทย นายกฯไม่มีหน้าที่ใช้เงินหลายสิบล้านบาทเพื่อประชาสัมพันธ์ตัวเอง นี่ไม่ใช่ประกวดนางงามจักรวาลนี่ครับ จะไปสร้างชื่อได้อย่างไร ในเมื่อบ้านเมืองยังยุ่งเหยิงวุ่นวายขนาดนี้
0 แต่คุณยิ่งลักษณ์ได้รับการจัดอันดับให้เป็นผู้หญิงที่ทรงอิทธิพลของโลกจาก 3 นิตยสารใหญ่ “ไทมส์-นิวส์วีค-ฟอร์บส” มองว่าอะไรทำให้สื่อโลกให้พื้นที่กับนายกฯ
พวกเขาอาจดูผิวเผิน ว่าคุณยิ่งลักษณ์เป็นสุภาพสตรีที่มาจากการเลือกตั้ง แน่นอนโลกต้องชื่นชม เพราะเขาไม่ได้ลงลึกในรายละเอียด ก็ดูจากมือในสภา จากคะแนนเสียง 19 ล้านเสียงที่โหวตให้ ถามว่าแล้วได้ใช้ตำแหน่งใช้เสียงข้างมากทำอะไรเพื่อประเทศและภูมิภาคบ้าง ส่วนพี่ชายจะไปจ้างบริษัทที่ปรึกษาโฆษณาให้น้องสาวหรือไม่ อันนั้นก็อีกเรื่องหนึ่ง
0 มองอย่างไรที่ พ.ต.ท.ทักษิณ มักเดินทางไปเยือนหลายประเทศก่อนคณะนายกฯ
ก็ไปปูทาง แล้วให้น้องมาเจิมความชอบธรรมไง ก็เป็นสิ่งที่สังคมสงสัยว่า ทำไมพี่น้องต้องเดินตามกันไป ทางมารยาทไม่เคยเกิดขึ้นเลย โทนี่ แบล์ร (อดีตนายกรัฐมนตรีอังกฤษ) บารัค โอบามา (ประธานาธิบดีสหรัฐฯ) เขาจะไม่ทำแบบนี้กับพี่น้องของเขาเด็ดขาด ไม่ว่าพี่น้องเขาจะมีฐานะเป็นนักธุรกิจ อาจารย์ หรือนักโทษหนีคดี เพราะมันผิดหลักจริยธรรมและหลักประชาธิปไตย อย่างจอร์จ บุช (อดีตประธานาธิบดีคนที่ 41 ของสหรัฐฯ) ไม่ไปไหนเลย ไม่พูดอะไรเลย เขาจะไม่ทำอะไรที่จะไปก่อให้เกิดความสงสัยให้สถานะและตำแหน่งลูกชายเขา (จอร์จ ดับเบิลยู บุช อดีตประธานาธิบดีคนที่ 43 ของสหรัฐฯ) แต่นี่คุณยิ่งลักษณ์ไม่แคร์ พี่ไป ฉันก็ไป
0 พ.ต.ท.ทักษิณระบุว่า นี่เป็นการทูตแบบใหม่
ไม่มีครับ เพราะ พ.ต.ท.ทักษิณเป็นนักโทษหนีคดี เขาไม่มีตำแหน่งในรัฐบาลไทย ประเทศไทยจะไปผูกพันตัวเองเพราะ พ.ต.ท. ทักษิณไปทำอย่างนั้นอย่างนี้ไม่ได้ ก็เป็นเรื่องของกระบวนการยุติธรรมและภาคประชาชนที่ต้องปฏิเสธ เราไม่มีอำนาจไปทำอะไร พ.ต.ท.ทักษิณ แต่เรามีอำนาจเหนือคนชื่อยิ่งลักษณ์ ประชาชนต้องออกมารักษาความถูกต้อง คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ผู้ตรวจการแผ่นดินรัฐสภาทำอะไรกัน นี่ไม่ใช่การทูต นี่มัน gangster (อันธพาล) ไม่ใช่หน้าที่เขา
0 คำกล่าวปาฐกถาของคุณยิ่งลักษณ์ในหลายเวทีส่งผลต่อการเมืองภายในประเทศหรือไม่
มันแล้วแต่ว่าใครไปนั่งฟัง ไปหลอกใครล่ะ ถ้าคนมีสติปัญญา ติดตามการเมืองไทย ย่อมรู้ว่าห่างไกลจากความจริง อย่างคำปาฐกถาที่มองโกเลีย (มีประชาชนผู้บริสุทธิ์เสียชีวิต 91 ศพกลางกรุงเทพฯ จากเหตุการณ์พฤษภาคม 2553) เรื่องนี้กระบวนการยุติธรรมกำลังดำเนินการอยู่ ยังไม่ยุติ ผมถามว่าทำไม โคฟี่ อันนัน (อดีตเลขาธิการสหประชาชาติ) กับโทนี่ แบลร์ ถึงอ่านรายงานคณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริงเพื่อความปรองดองแห่งชาติ (คอป.) ที่มีนายคณิต ณ นคร เป็นประธานล่ะ
ทำไมทั้ง 2 คนบอกให้คุณยิ่งลักษณ์ดำเนินการตามข้อเสนอ คอป. ดังนั้นเวลาพูดป้ายสีก็พูดได้ ณ เวลานั้น แต่มันมีข้อมูลเป็นอื่น และสะท้อนกลับมาที่ภาวะผู้นำ หากไปพูดอะไรไม่ตรงความจริง หรือเสี่ยงตีความ มันก็เป็นปัญหา





