"ประชา"ยันต้องเจรจาบีอาร์เอ็น ชี้เดินมาถูกทางแล้ว คาดประชุมศปก.กปต.ภายใน 2 สัปดาห์ ถกหาข้อสรุป 5ข้อบีอาร์เอ็น
พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการนัดหมายพูดคุยสันติภาพระหว่างทีมเจรจาฝ่ายไทยกับกลุ่มบีอาร์เอ็น ว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการประสานงาน เพราะแต่ละฝ่ายก็ต้องพิจารณาในรายละเอียดให้รอบคอบซึ่งอีกฝ่ายก็มีเวลาเตรียมการพูดคุยดังกล่าว แต่ยืนยันว่ายังต้องมีการพูดคุยอย่างต่อเนื่อง เพราะได้เดินมาถูกทางและทำดีแล้ว ส่วนฝ่ายมาเลเซียในฐานะผู้อำนวยความสะดวกในการพูดคุย ก็เห็นด้วยว่าทุกอย่างต้องมีการพูดคุยกัน ทั้งนี้เราพยายามให้กลุ่มบีอาร์เอ็นมีการพูดคุยกับกลุ่มอื่นๆด้วยที่เกี่ยวข้องด้วยโดยหลักมีไม่เกิน 3 กลุ่ม
พล.ต.อ.ประชา กล่าวอีกว่า ส่วนความคืบหน้าการประชุมศูนย์ปฏิบัติการคณะกรรมการขับเคลื่อนนโยบายยุทธศาสตร์และแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้(ศปก.กปต.) เพื่อพิจารณา 5 ข้อของกลุ่มบีอาร์เอ็น คาดว่าจะได้หารือไม่เกิน 2 สัปดาห์จากนี้ ขณะนี้กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร(กอ.รมน.) เร่งทำรายละเอียดเรื่องนี้อยู่เพื่อเราจะได้นำไปหารือกันให้ตกผลึกในเรื่องท่าทีของฝ่ายไทยต่อข้อเสนอแต่ละข้อก่อนที่จะไปพูดคุย ซึ่งเราไม่จำเป็นที่เราต้องเห็นด้วยกับข้อเสนอทั้งหมดของเขา ขณะเดียวกันก็ต้องบอกจุดประสงค์ของเราด้วยว่าสิ่งใดที่เรายอมรับไม่ได้ เพื่อให้ทั้ง 2 ฝ่ายพร้อมหารือกันว่าจะปรับปรุงแก้ไขอย่างไร
เมื่อถามว่ากลุ่มบีอาร์เอ็นพยายามระบุว่าฝ่ายไทยถ่วงเวลาการให้คำตอบต่อข้อเสนอ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เราไม่ได้ถ่วงเวลา และเขาก็ทราบว่าทั้งสองฝ่ายต่างต้องทำการบ้านในเรื่องนี้ ทางกอ.รมน.ต้องพิจารณาด้วยความรอบคอบ โดยสิ่งที่สำคัญที่สุด คือการพูดคุยต่อไปนี้ต้องไม่มีการพูดถึงการแบ่งแยกดินแดนโดยเด็ดขาด เพราะเป็นสิ่งที่เราและมาเลเซียไม่เห็นด้วย เมื่อถามต่อว่าฝ่ายไทยจะยื่นข้อเสนอของตัวเองกลับไปยังฝ่ายบีอาร์เอ็นหรือไม่ รองนายกฯ กล่าวว่า คงมีบ้าง แต่ตนยังไม่ขอพูดรายละเอียดในตอนนี้ ขอให้เราได้ข้อสรุปก่อน
เมื่อถามว่าคิดว่าจะได้รับความร่วมมือจากส.ส.หลายคนที่วิพากษ์วิจารณ์การแก้ปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ของรัฐบาลในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร หรือไม่ พล.ต.อ.ประชา กล่าวว่า หวังว่าจะได้รับความร่วมมือหรือความคิดเห็นจากนักการเมืองทุกพรรค ทั้งที่เห็นด้วยหรือเห็นแตกต่าง เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องของประเทศชาติ ทั้งนี้นายถาวร เสนเนียม รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้มาพูดคุยกับตนแล้วเช่นกันหลังจากการอภิปรายในสภาฯเสร็จแล้วว่าอยากเห็นความสันติสุขกลับคืนมา
เมื่อถามว่าหากศาลปกครองสูงสุดตัดสินใจให้รัฐบาลคืนตำแหน่งเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ(สมช.) ให้กับนายถวิล เปลี่ยนศรี จะมีผลกระทบต่อการพูดคุยเพื่อสันติภาพหรือไม่ เพราะขณะนี้ พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร ดำรงตำแหน่งดังกล่าว และเป็นหัวหน้าคณะฝ่ายไทย พล.ต.อ.ประชา กล่าวว่า ไม่ส่งผลกระทบ ถ้าศาลปกครองสูงสุดสั่งให้เราปฏิบัติ เราก็ปฎิบัติ ส่วนจะปฏิบัติอย่างไรนั้นก็เป็นอีกเรื่อง เมื่อถามต่อว่าแสดงว่านายถวิล อาจไม่ได้กลับมาเป็นเลขาธิการสมช.ใช่หรือไม่ พล.ต.อ.ประชา กล่าวเพียงว่า เรายินดีปฏิบัติ





