"พล.ร.อ.ณรงค์"รับมอบเก้าอี้แม่ทัพเรือคนใหม่ ลั่นนำทร.เป็นหนึ่งในอาเซียน พร้อมทำงานช่วยรัฐบาล ยันไม่ยุ่งการเมือง
ผู้สื่อข่าวรายงานจากกองบัญชาการกองทัพเรือว่า พล.ร.อ.สุรศักดิ์ หรุ่นเริงรมย์ ผู้บัญชาการทหารเรือ(ผบ.ทร.) ได้ประกอบพิธีส่งมอบหน้าที่ผู้บัญชาการทหารเรือให้กับพล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศัย รองผู้บัญชาการทหารเรือ โดยมีนายทหารชั้นผู้ใหญ่จากหน่วยต่างๆของกองทัพเรือเข้าร่วมพิธี ซึ่งกองทหารเกียรติยศได้ยิงสลุตจำนวน 19 นัด เพื่อเทิดเกียรติให้แก่พล.ร.อ.สุรศักดิ์ ก่อนอำลาชีวิตรับราชการด้วย
พล.ร.อ.ณรงค์ กล่าวว่า ทุกคนยอมรับในความรู้ความสามารถ ความขยันหมั่นเพียร สติปัญญา คุณธรรม ความเป็นผู้นำในการบังคับบัญชา รวมถึงความเป็นสุภาพบุรุษทางทหารเรือของ พล.ร.อ.สุรศักดิ์ ที่ผ่านมา จึงได้รับความไว้วางใจจากผู้บังคับบัญชาในการปฏิบัติหน้าที่จนได้รับตำแหน่งเป็นผู้นำสูงสุดในกองทัพเรือ โดยทุ่มเทกำลังกาย ไม่เห็นแก่ความเหน็ดเหนื่อย ปฏิบัติงาน เสริมสร้างความมั่นคงให้กับกองทัพเรือ มุ่งผลประโยชน์ของประเทศชาติเป็นสำคัญจนเป็นที่ยกย่องของประชาชน ในโอกาสเกษียณอายุราชการตนและนายทหารทุกคน รู้สึกอาลัยรักเป็นอย่างยิ่ง เพราะตลอด 40 ปี พล.ร.อ.สุรศักดิ์ ได้สร้างคุณงามความดีจนเป็นที่ประจักษ์ เทิดทูนสถาบันไว้ยิ่งชีวิต ตนและข้าราชการของกองทัพเรือขอ จารึกเกียรติคุณที่ท่านได้กระทำและขอนำมาเป็นแบบอย่างสืบไป
ภายหลังเสร็จพิธี พล.ร.อ.ณรงค์ กล่าวถึงนโยบายการพัฒนากองทัพเรือใน 1 ปีว่า นโยบายจะต้องสานงานต่อจาก ผบ.ทร.ท่านเดิมที่ดำเนินการไว้ โดยเฉพาะการปรับปรุงพัฒนากำลังรบให้เป็นไปตามโครงสร้างของกองทัพเรือ และบูรณาการศักยภาพทางเรือร่วมกับเหล่าทัพอื่นอย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งการเข้าไปช่วยเหลือประชาชน และการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งกองทัพเรือต้องเป็นไปตามวิสัยทัศน์ที่ได้กำหนดไว้ โดยจะเป็นกองทัพเรือชั้นนำในภูมิภาคด้วยขนาดกำลังรบ สมดุล ทันสมัย ส่วนการจัดหาซื้อเรือดำน้ำนั้น ทางกองทัพเรือยังดำรงความต้องการและความมุ่งมั่น เพราะถือเป็นกำลังรบที่มีความสำคัญ ปัจจุบันโครงสร้างของกองทัพเรือวิเคราะห์แล้วว่า เรือดำน้ำเป็นอาวุธที่เพิ่มศักยภาพของกองทัพเรือให้มีความเข้มแข็งทัดเทียมกับประเทศรอบบ้าน แต่คงต้องดูจังหวะ เวลา และความเหมาะสม
เมื่อถามถึงความคืบหน้าโครงการจัดสร้างเรือฟริเกตจากประเทศเกาหลีใต้ พล.ร.อ.ณรงค์ กล่าวว่า ตอนนี้อยู่ในช่วงเริ่มต้นของโครงการ เมื่อมีการลงนามในสัญญาแล้ว ทางบริษัทดังกล่าวจะต้องดำเนินการในการเซ็ตระบบ ในการออกแบบ แก้แบบ คงต้องใช้ระยะเวลาอีกนาน 5 - 6 ปีกว่าจะได้เรือมาประจำการ เมื่อถามถึงความเป็นธรรมในการโยกย้ายนายทหารครั้งที่ผ่านมา พล.ร.อ.ณรงค์ กล่าวว่า เรื่องความเป็นธรรมหรือไม่เป็นธรรมขึ้นอยู่กับการมอง แต่ทุกคนทราบว่า คนที่ไปดำรงตำแหน่งจะคิดว่า ตัวเองเหมาะสมหรือพอใจ คงเป็นไปไม่ได้ แต่ต้องดูจากผู้บังคับบัญชาที่มองลงมาว่า ใครเหมาะสมในตำแหน่งไหน ทั้งนี้ ตนเชื่อว่า กองทัพเรืออยู่กันแบบพี่น้อง อาจจะมีบ้างในช่วงแรกในความรู้สึกที่ไม่พอใจนักที่ต้องไปอยู่ในตำแหน่งที่ตัวเองคิดว่าไม่เหมาะสม แต่อีกสักพักคงหมดปัญหา ตนจะทำเรื่องนี้ให้ดีที่สุด และแบ่งงานให้ดีที่สุด ส่วนจุดยืนต่อสถานการณ์ทางการเมืองนั้น ตนเป็นทหารอาชีพ การเมืองเป็นเรื่องของรัฐบาล กองทัพเรือเป็นเครื่องมือของรัฐบาลขึ้นอยู่กับรัฐบาลว่า จะสั่งให้เราทำอะไร ถ้ารัฐบาลสั่งในสิ่งที่ถูกต้อง กองทัพเรือจะทำอย่างสุดใจ ซึ่งทุกรัฐบาลมีใจที่จะใช้กองทัพให้เป็นประโยชน์เพื่อประเทศชาติทั้งสิ้น และกองทัพเรือจะไม่เข้าไปก้าวกายเรื่องการเมือง





