กต.ยืนยัน นายกฯ ทัวร์ต่างประเทศ ได้ประโยชน์การค้า - ภาพลักษณ์ไทยดีในสายตาประชาคมโลก
ที่กระทรวงการต่างประเทศ นายวิชาวัฒน์ อิศรภักดี รองปลัดกระทรวงการต่างประเทศ ให้สัมภษณ์กับ"สำนักข่าวเนชั่น" เกี่ยวกับการเยือนต่างประเทศของนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีว่า การจัดทำร่างแผนการเยือนของนายกฯ ได้พิจารณาตามยุทธศาสตร์ที่เป็นไปตามนโยบายการต่างประเทศในหลักการ 4 แนวทาง ประกอบด้วย 1.ประเทศในกลุ่มอาเซียนที่ถือว่ามีความสำคัญเป็นอันดับแรกๆ และเป็นประเพณีปฏิบัติที่ผู้นำประเทศที่เพิ่งเข้ารับตำแหน่งต้องไปเยี่ยมเยือนก่อน 2.ประเทศที่มีความสำคัญด้านยุทธศาสตร์ของไทย เช่น จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ที่มีความสำคัญและใกล้ชิดกับไทย ทั้งด้านภูมิศาสตร์และความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ
ชี้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์และการดำเนินนโยบายการต่างประเทศ
นายวิชาวัฒน์ กล่าวอีกว่า 3.ประเทศที่มีความสำคัญกับไทยในด้านเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน และการท่องเที่ยว อาทิ เยอรมนี ฝรั่งเศส สหราชอาณาจักร เป็นต้น 4.ประเทศที่เป็นแหล่งทรัพยากร และประเทศที่เป็นตลาดใหม่ในด้านการขยายสินค้า เช่น ประเทศในทวีปแอฟริกา ประเทศในภูมิภาคเอเชียกลาง นอกจากการเยือนในส่วนของพหุภาคี ก็ยังมีการต้องไปร่วมประชุมต่างๆ อาทิ การประชุมอาเซียน การประชุมกลุ่มประเทศกรอบความร่วมมือทางเศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก (เอเปค) การประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศเอเชีย-ยุโรป (อาเซม) การประชุมของสหประชาชาติ รวมถึงการประชุมที่มุ่งประเด็นเฉพาะ เช่น การประชุมเวทีประชาธิปไตยที่เกาะบาหลี ประเทศอินโดนีเซีย การประชุมระดับผู้นำว่าด้วยความมั่นคงทางนิวเคลียร์ ที่ประเทศเกาหลีใต้ เมื่อปี 2555 ซึ่งเป็นโอกาสให้ไทยได้แสดงท่าที่และจุดยืนในเวทีระหว่างประเทศ และเป็นโอกาสที่จะได้พบปะผู้นำประเทศต่างๆเป็นจำนวนมาก ทำให้สามารถมีการหารือแบบทวิภาคได้
การเยือนนายกฯ ตอกย้ำให้ต่างชาติเชื่อมั่นเสถียรภาพการเมืองไทย ง่ายตัดสินใจลงทุน
นายวิชาวัฒน์ กล่าวว่า ที่ผ่านมาการที่นายกฯ ได้เดินทางไปเยือนต่างประเทศ ซึ่งได้มีการพบปะหารือข้อราชการกับผู้นำประเทศต่างๆ และนำคณะภาคเอกชนจากสาขาต่างๆ ที่สอดคล้องกับการค้าขายในประเทศนั้นๆ ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อโอกาสความร่วมมือทางเศรษฐกิจต่อกันมากขึ้น และยังเป็นการส่งเสริมความสัมพันธ์ที่มีระหว่างกัน โดยแน่นอนว่า การไปปรากฎตัวของนายกฯ ย่อมส่งผลต่อความเชื่อมั่นต่อรัฐบาล และนักลงทุนต่างชาติที่มีต่อประเทศไทย รวมทั้งคนประเทศนั้นได้เกิดความรู้สึกมั่นใจต่อรัฐบาล จะได้เดินทางมาท่องเที่ยวประเทศไทยมากขึ้น
นายกฯ ร่วมเวทีระหว่างประเทศ บนพื้นฐานมุ่งมั่นเจตนารมณ์ให้ความร่วมมือกับต่างชาติ
นายวิชาวัฒน์ ชี้ให้เห็นว่า การเยือนต่างประเทศของนายกฯ ได้มีบทบาทสำคัญในการวางรากฐานความร่วมมือระหว่างประเทศที่ได้เห็นพ้องกันในด้านๆ อาทิ การตั้งเป้ามูลค่าการค้าการลงทุนให้สูงขึ้น การยืนยันระดับผู้นำรัฐบาลต่อท่าทีของไทย และยืนยันให้เห็นถึงเสถียรภาพทางการเมืองที่แท้จริงของไทย ขณะที่การเดินทางไปร่วมประชุมในเวทีความร่วมมือระหว่างประเทศ นายกฯ ได้มีบทบาทในฐานะที่เป็นผู้นำหญิงขึ้นกล่าวแสดงวิสัยทัศน์ ยืนยันถึงความมุ่งมั่นในเจตนารมณ์ทางการเมือง และระบบเศรษฐกิจ บรรยากาศการลงทุน และโครงสร้างพื้นฐานของประเทศไทย ที่พร้อมจะให้ความร่วมมือกับต่างชาติในเรื่องต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการค้าการลงทุน เศรษฐกิจ การเมือง สังคมวัฒนธรรม การรักษาสันติภาพ ต่อต้านการก่อการร้าย ภัยคุกคามความมั่นคงของมนุษย์ การบริหารจัดการน้ำ อาหาร พลังงาน พิบัติภัยทางธรรมชาติ เป็นต้น
"การที่นายกฯ เดินทางไปพบปะหารือกับผู้นำระดับสูงของรัฐบาลประเทศต่างๆ ด้วยตัวเอง ย่อมมีเครดีตดีกว่า และได้การตอบรับเป็นผลดี แตกต่างจากที่กระทรวงการต่างประเทศมีหนังสือไปยังรัฐบาลนั้นๆ อย่าง การขอเสียงสนับสนุนประเทศไทยชิงตำแหน่งสมาชิกไม่ถาวรของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ เมื่อนายกฯ ได้หยิบยกเรื่องนี้ขึ้นกล่าว หลายประเทศได้พิจารณาให้เสียงทันที" รองปลัดวิชาวัฒน์กล่าว
กต.ยืนยัน นายกฯ แบ่งเวลาให้ภารกิจในประเทศ กับแสวงหาโอกาสทาง ศก.ให้ประเทศ
นายวิชาวัฒน์ กล่าวว่า การเดินทางไปต่างประเทศของนายกฯ แม้จะดูถี่ ซึ่งปกติเฉลี่ยเดือนละ 2 ครั้ง แต่ท่านก็ได้แบ่งเวลาได้พอสมควร ระหว่างภารกิจในประเทศ กับการเดินทางไปแสวงหาโอกาสทางเศรษฐกิจให้กับสินค้า นักธุรกิจและประเทศไทย การส่งเสริมธุรกิจในประเทศได้ก้าวไปลงทุนยังต่างประเทศ รวมทั้งการศึกษาพลังงานทดแทน และสำรวจแหล่งพลังงานสำรองให้กับประเทศ จะเห็นว่า เดินทางของนายกฯ ในครั้งหนึ่งจะใช้เวลาสั้นๆ และจะเดินไปในหลายประเทศที่อยู่ใกล้เคียงกัน เพื่อให้การเยือนทุกครั้งเป็นประโยชน์สูงสุดและคุ้มค่ากับงบประมาณที่จ่ายไป
ส่วนคำวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับการเยือนต่างประเทศของนายกฯ เกิดขึ้นบ่อยจนขาดภารกิจในประเทศนั้น นายวิชาวัฒน์กล่าวว่า นายกฯ มีบทบาทในหลากหลายมิติ การเดินทางไปต่างประเทศในบรรยากาศที่เอื้อต่อการเสริมสร้างความสัมพันธ์และเจรจาการค้าใหม่ๆ ให้เกิดขึ้น โดยเฉพาะมีประเทศขนาดเล็กที่เพิ่งเปิดประเทศรับการลงทุนจากต่างประเทศ หากประเทศไทยสามารถเข้าไปเจริญความสัมพันธ์ และบุกเบิกตลาดการค้าเป็นอันดับต้นๆ ของประเทศนั้น ย่อมได้เปรียบและเป็นโอกาสดีต่อสินค้าไทยในอนาคต
นายกฯ ติดภารกิจอยู่ต่างประเทศ ก็ห่วงใยติดตามสถานการณ์ในประเทศต่อเนื่อง
เมื่อถามว่า ได้มีการตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับการเยือนต่างประเทศของนายกฯ ที่มักจะเกิดขึ้นในช่วงที่มีการประชุมรัฐสภา และการประชุมสำคัญๆ ที่นายกฯต้องรับทราบ หรือการเยือนเกิดขึ้นในช่วงที่ประเทศเกิดสถานการณ์ไม่ปกติ ไม่ว่าจะเป็นน้ำท่วม หรือเหตุกรณ์ความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ นายวิชาวัฒน์ กล่าวว่า นายกฯ อยู่ในต่างประเทศก็สามารถสั่งการมายังในประเทศได้ โดยที่หน่วยงานที่รับผิดชอบเรื่องนั้นก็รายงานให้นายกฯ ทราบเป็นระยะๆ และนายกฯ ก็ติดตามข่าวสารด้วยความห่วงใยทุกครั้งที่เกิดเหตุการณ์ แม้จะติดภารกิจอยู่นอกประเทศก็ตาม
"ที่ผ่านมากรณีที่เกิดสถานการณ์ไม่ปกติในประเทศเกิดขึ้นในระหว่างที่อยู่ต่างประเทศนั้น นายกฯ ก็ได้มีการเลื่อนกลับประเทศให้เร็วขึ้น แต่ก็ยังไม่เคยมีการยกเลิกการเยือน เนื่องจากการเยือนแต่ละครั้งมีการติดต่อประสานตามขั้นตอนพิธีการทูตและใช้เวลาเตรียมการอย่างน้อย 3-4 เดือน หากจะเลื่อนหรือยกเลิกการเยือน ทางกระทรวงการต่างประเทศกับสำนักงานเลขาธิการนายกรัฐมนตรี (สลน.) จะต้องปรึกษาหารือกันอย่างถี่ถ้วน เนื่องจากเกรงกระทบต่อความสัมพันธ์และโอกาสทางเศรษฐกิจ ยิ่งประเทศเล็กที่เพิ่งเปิดประเทศ อย่าง ประเทศเอสโตเนียที่เป็นประเทศเล็ก และยังคงมีทรัพยากรทางธรรมชาติที่สมบูรณ์ เค้ามีความตั้งใจอย่างมาก ในการต้อนรับรัฐบาลไทย ที่ปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตยมาเยือนติดต่อสร้างสัมพันธ์ประเทศ และการค้าการลงทุน ขณะเดียวกันก็เป็นโอกาสที่สินค้าอุปโภคบริโภคของไทยจะส่งไปขายที่นั้นได้เป็นจำนวนมาก เนื่องจากประชากรในประเทศน้อย และยังต้องพึ่งการนำเข้าสินค้าเกษตรและอาหารจากต่างประเทศเป็นหลัก" รองปลัดวิชาวัฒน์ กล่าว
นายกฯ จัดตั้งคณะทำงานติดตามผลการเยือน ระบุ อาจไม่เห็นผลทันที ต้องรอผลประเมินในรอบปี
นายวิชาวัฒน์ กล่าวว่า นายกฯ ได้ให้จัดตั้งคณะทำงานติดตามผลการเยือนต่างประเทศ โดยมีนายจุลพงษ์ โนนศรีชัย ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเป็นประธาน ทั้งนี้ คณะทำงานจะมีการประชุมเพื่อรับฟังการรายงานความคืบหน้าจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในเรื่องนั้นๆ ของแต่ละการเยือนของนายกฯ เป็นระยะๆ เพื่อจะได้ทราบถึงผลความสำเร็จในการเยือนต่างประเทศในครั้งนั้นๆ ที่อาจจะไม่ปรากฏผลทันทีทันใด คงต้องรอดูการประเมินผลงานในรอบปี อย่างไรก็ตาม ขอยืนยันว่าการเยือนต่างประเทศของนายกฯ ได้ช่วยสร้างบรรยากาศโอกาสความร่วมมือและภาพลักษณ์ที่ดีของไทยในสายตาประชาคมระหว่างประเทศ





