"ธาริต"ตั้งค่าหัวผู้ต้องหาคดีโกงแวต4พันล้าน จับได้จ่ายทันหัวละ1ล้าน ลั่นได้ตัวจะมีข้อมูลโยงถึงขบวนการเบื้องหลังการฉ้อโกง
นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เปิดเผยความคืบหน้าการติดตามตัวผู้ต้องหาคดีโกงภาษีมูลค่าเพิ่ม (แวต) มูลค่ากว่า 4,000 ล้านบาท ว่า ดีเอสไอประกาศตั้งรางวัลนำจับผู้ต้องหาที่ถูกออกหมายจับในคดีดังกล่าว 5 ราย รายละ 1 ล้านบาท ประกอบด้วยนายวีรยุทธ แซ่หลก หรือธนยุทธ ดลธนโกเศศ , น.ส.สายธาร แซ่หลก , นายสุรเชษฐ์ มหารำลึก , นายประสิทธิ์ อัญญโชติ และนายกิติศักดิ์ อัญญโชติ ทั้งนี้ ไม่ว่าจะเป็นประชาชนผู้ให้เบาะแสหรือเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานใดที่สามารถให้ข้อมูลหรือจับกุมตัวผู้ต้องหาทั้งหมดได้ จะได้รับรางวัลนำจับทันทีรายละ 1 ล้านบาท จากการตรวจสอบเบาะแสล่าสุดเชื่อว่า ผู้ต้องหา 3 ราย ยังอยู่ในประเทศไทย
ส่วนนายวีรยุทธและน.ส.สายธาร มีข้อมูลว่าหลบหนีว่าไปอาศัยอยู่ที่ฮ่องกง อย่างไรก็ตาม หากสามารถจับผู้ต้องหาทั้ง 5 คนกลับมาดำเนินคดีได้ดีเอสไอเชื่อว่าอาจจะได้เบาะแสหรือข้อมูลที่จะนำไปสู่ขบวนการที่อยู่เบื้องหลังการวางแผนฉ้อโกงภาษีครั้งใหญ่ที่ทำให้รัฐสูญเงินหลายพันล้านบาท
สำหรับผู้ต้องหาทั้ง 5 รายก่อนหน้านี้ศาลได้อนุมัติหมายจับในข้อหากระทำความผิดฐานร่วมกันฉ้อโกง เป็นผู้ประกอบการจดทะเบียน โดยเจตนาหลีกเลี่ยงหรือพยายามหลีกเลี่ยงภาษีมูลค่าเพิ่ม กระทำการใดๆ โดยความเท็จ โดยฉ้อโกง หรืออุบาย หรือโดยวิธีการอื่นใดในทำนองเดียวกัน อันเป็นความผิดตามมาตรา 90/4 (6) แห่งประมวลรัษฎากร และมาตรา 341 ประกอบมาตรา 83 แห่งประมวลกฎหมายอาญา โดยผู้ต้องหาทั้งหมดถือเป็นตัวการสำคัญโดยขบวนการโกงแวตจะใช้วิธีการจัดตั้งนิติบุคคลขึ้นหลายบริษัทในเขตบางรัก กรุงเทพมหานคร และจังหวัดสมุทรปราการ มีการเชิญบุคคลอื่นเข้ามาเป็นกรรมการผู้มีอำนาจ ซึ่งมีนายกิติศักดิ์ เป็นผู้ติดต่อรวบรวมสำเนาบัตรประจำตัวประชาชน และสำเนาทะเบียนบ้านของบุคคลที่มีภูมิลำเนาอยู่ต่างจังหวัดซึ่งมีฐานะยากจน และมีรายได้น้อย ในพื้นที่จังหวัดพิจิตร ตาก และนครสวรรค์ อ้างว่าจะนำไปติดต่อเกี่ยวกับการเปิดบริษัทหรือเกี่ยวกับสิทธิทางการเกษตร จากนั้นกลุ่มบุคคลดังกล่าวก็จะนำเอกสารหลักฐานไปจดทะเบียนจัดตั้งนิติบุคคล มีทั้งกลุ่มนิติบุคคลที่เป็นผู้ขายสินค้าและกลุ่มนิติบุคคล ที่ขอคืนภาษี





