วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ปชป.ชี้ไทยเข้มแข็ง พัฒนาอย่างสมดุล

"ชวนนท์"ระบุไทยเข้มแข็ง พัฒนาอย่างสมดุล ทั้งด้านคมนาคม การศึกษา สาธารณสุข และชลประทาน ขณะที่ของเพื่อไทยมุ่งเมกะโปรเจคคมนาคมด้านเดียว

นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงถึง การเปิดตัวโครงการอนาคตที่เลือกได้ ไทยเข้มแข็ง 2020 ว่า สามารถดำเนินการได้ทันที และเป็นแนวทางพัฒนาประเทศที่สมดุลเกิดประโยชน์ครบถ้วนทุกด้านและตรวจสอบได้ ซึ่งในส่วนของพรรคประชาธิปัตย์จะมีการพัฒนาทั้งระบบคมนาคม ศึกษา วิจัย สาธารณสุข และชลประทาน แต่รัฐบาลยิ่งลักษณ์ที่เข้ามาบริหารประเทศกลับมาต่อยอดผิดทิศผิดทางเอาโครงการไปอยู่นอกระบบ มุ่งโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคม ละเลยด้านสาธารณสุข การศึกษาและชลประทาน

ดังนั้นจึงต้องบอกว่าพรรคเพื่อไทยยกโครงการของประชาธิปัตย์มาเกือบทั้งดุ้น ส่วนที่กล่าวหาเรื่องทุจริตโครงการไทยเข้มแข็งนั้นไม่มีคนของพรรคถูกดำเนินคดีในเรื่องนี้ ทั้ง ๆ ที่เป็นรัฐบาลมาสองปีมีแต่กล่าวหาอย่างเลื่อนลอย ไม่สามารถเอาผิดได้เลย เป็นวาทกรรมซ้ำซากของพรรคเพื่อไทย เรื่องทุจริตไม่มีใครสู้พรรคเพื่อไทยได้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร หัวหน้าพรรคไทยรักไทยหนีคดีที่ดินรัชดาไปต่างประเทศ นายประชา มาลีนนท์ รองหัวหน้าพรรคไทยรักไทยก็หนีคดีรถดับเพลิง ไปต่างประเทศ เป็นผลงานด้านทุจริตที่พรรคประชาธิปัตย์ไม่คิดจะสู้ จึงขอให้เลิกหยุดกล่าวหาโดยปราศจากหลักฐานยืนยันได้แล้ว ขอให้เอาเรื่องทุจริตคอร์รัปชั่นเป็นสมบัติส่วนตัวของพรรคเพื่อไทย

นายชวนนท์ กล่าวว่า โครงการไทยเข้มแข็ง 2020 ชี้วัดวิสัยทัศน์ระหว่างประชาธิปัตย์กับเพื่อไทยว่าใครเห็นโอกาสในการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน หรือใครเห็นโอกาสในการสร้างฐานการเมืองทุจริตคอร์รัปชั่น โดยจะมีการรณรงค์ประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อทุกช่องทาง รวมทั้งจัดนิทรรศการคู่ขนานกับเวทีผ่าความจริงด้วย โดยเนื้อหาที่มีการรณรงค์ของพรรคนั้น เป็นการเปรียบเทียบการใช้เงิน 2 ล้านล้านบาท ระหว่างพรรคเพื่อไทยกับพรรคประชาธิปัตย์ ให้เห็นรายละเอียดอย่างชัดเจนว่า ในขณะที่รัฐบาลกู้เงิน 2 ล้านล้านบาทสร้างหนี้ 50 ปี รวมดอกเบี้ย 5.16 ล้านล้านบาท แต่ทุ่มเงินไปกับการพัฒนาด้านคมนาคมเพียงอย่างเดียว และราคาสูงเกินความจริง ขาดความคุ้มค่า แต่ถ้าทำตามโครงการสร้างอนาคตไทยเข้มแข็ง 2020 ไม่ต้องกู้เงินนอกระบบงบประมาณ สามารถตรวจสอบได้ โดยยังมีการพัฒนาได้ถึงสี่ด้านพร้อมกัน คือ คมนาคม 1.2 ล้านล้านบาท ด้านการศึกษา 4 แสนล้านบาท ด้านสาธารณสุข 2 แสนล้านบาท และด้านชลประทานเพื่อการเกษตรอีก 2 แสนล้านบาท