"อภิสิทธิ์"ชำแหละ 4 ปมหลักกู้ 2 ล้านล้าน ยกข้อมูลทีดีอาร์ไอ ถล่มซ้ำพร้อมทำทันที ฟุ้งใช้งบฯแค่ 1 ใน 5 ของโครงการ
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์กล่าวว่า ตามแผนกู้เงิน 2 ล้านล้านบาทของรัฐบาลมี 4 ปัญหาหลักคือ 1.เป็นการกู้เงินที่ขาดวินัย ขาดการตรวจสอบ ขาดความโปร่งใส ที่กู้นอกระบบงบประมาณ เจตนาหลีกเลี่ยงที่จะต้องแสดงความพร้อมในโครงการต่างๆ และความพร้อมในการแสดงความคุ้มค่า ความเหมาะสม ซึ่งการกู้นอกระบบงบประมาณ ซึ่งนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง ยอมรับเองในสภาฯว่า กู้ในระบบงบประมาณได้ ทำให้รัฐบาลไม่จำเป็นต้องยืนยันตัวโครงการ ที่จะนำเงินกู้ไปใช้ในการลงทุน การกู้ลักษณะนี้จะเป็นการเปิดช่องทางให้ทุกๆรัฐบาลในอนาคตสามารถหลีกเลี่ยง พ.ร.บ.วิธีงบประมาณและหันไปกู้โดยตรง “นอกระบบ” ในลักษณะเดียวกันในอนาคต
นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า 2.การกู้ครั้งนี้รัฐบาลอ้างว่า"เพื่ออนาคตไทย 2020" แต่ตอบโจทย์ความต้องการด้านเดียวคือ ด้านคมนาคม โดยที่ 99.6% ของเงินกู้ได้จัดให้กับกระทรวงคมนาคม และอีก0.4% เป็นลักษณะ"ค่าปากถุง"ให้ผู้จัดเงินกู้คือกระทรวงการคลัง นำไปลงทุนสร้างด่านศุลกากร ซึ่งงานเช่นนี้ปกติใช้เงินงบประมาณได้ รัฐบาลอ้าง ดัชนีขีดความสามารถ ในการแข่งขันของประเทศที่ชี้ว่า ลำดับของไทยทางด้านคมนาคมนั้น ค่อนข้างตํ่า แต่ไม่พูดถึงดัชนีทางด้านสาธารณสุขหรือการศึกษาที่ตํ่ากว่ามาก
นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า 3.โครงการส่วนใหญ่ในแผนเงินกู้ 2 ล้านล้านบาทของรัฐบาล ยังไม่มีความชัดเจน เช่น ทางสำนักวิจัยทีดีอาร์ไอได้สรุปว่า โครงการที่พร้อมดำเนินการจริงมีมูลค่ารวมเพียงประมาณ 1 ใน 5ของโครงการทั้งหมด ดังนั้นจึงไม่สมควรที่จะให้อำนาจการกู้ล่วงหน้า กับโครงการส่วนที่เหลือในลักษณะ เช็คเปล่า 4.การประเมินความคุ้มค่าโครงการ ที่นำไปใช้ในการตัดสินใจของรัฐบาลมีปัญหามาก และมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายฝ่ายบริหาร รัฐบาลจึงไม่เคยกล้าพูดถึงภาระการชดเชยการขาดทุนในอนาคต และรัฐบาลจึงไม่กล้ายืนยันว่าจะสามารถรักษาระดับหนี้ไม่ให้เกิน 50% ต่อจีดีพีของประเทศตามคำสัญญาของรัฐบาล
นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า พรรคประชาธิปัตย์จึงขอเสนอ"อนาคตที่เลือกได้"ให้กับพี่น้องประชาชน โดยพรรคประชาธิปัตย์ขอเสนอแนวทางการลงทุนเงิน 2 ล้านล้านบาทใน 7 ปีข้างหน้า ที่อยู่บนพื้นฐานความเชื่อว่า เพียงถนนกับรางไม่เพียงพอ แต่ถ้าคนเข้มแข็ง อนาคตไทยเข้มแข็งได้ พรรคจึงเสนอ 1. เงิน 2 ล้านล้านบาททั้งหมดจะอยู่ในระบบงบประมาณ มีความโปร่งใสกว่า ตรวจสอบได้ และไม่ขัดรัฐธรรมนูญ และเรายืนยันว่าเงินในระบบงบประมาณมีเพียงพอเหลือเฟือที่จะรองรับแผนการลงทุนของเรา 2 .เราจะจัดสรรเงินดังนี้ 2.1 โครงสร้างพื้นฐานทางด้านคมนาคม 1.2 ล้านล้านบาท 2.2 การศึกษา การพัฒนา และการวิจัย 4 แสนล้านบาท 2.3 การสาธารณสุข 2 แสนล้านบาท และ2.4 ระบบชลประทานเพื่อการเกษตร 2 แสนล้านบาททั้งนี้1. โครงสร้างพื้นฐานทางด้านคมนาคม จะสร้างรถไฟความเร็วสูง 36,722 ล้านบาท รถไฟทางคู่ 397,377 ล้านบาท , รถไฟทางคู่สายใหม่ 110,555 ล้านบาท , รถไฟฟ้า 410,996 ล้านบาท , ปรับปรุงระบบรถไฟ 20,912 ล้านบาท , ถนนทั้งระบบ และสถานีขนส่ง 198,422 ล้านบาท , ท่าเรือ 26,622 ล้านบาท รวม ด้านคมนาคม 1.2 ล้านล้านบาท
"เชื่อว่าการจัดสรรเงินกู้ลักษณะนี้จะส่งผลทางบวก ให้กับประเทศชาติและประชาชนได้มากกว่าแผนกู้เงิน 2 ล้านล้านบาทของรัฐบาลในหลายมิติ คือ1. รักษาเสถียรภาพทางการคลังได้ดีกว่า 2. โปร่งใสและสามารถลดทุจริตคอร์รัปชั่นได้มากกว่า 3. ตอบโจทย์ความต้องการในการพัฒนาประเทศได้ดีกว่า 4. เป็นการใช้ “เงินแผ่นดิน” ที่มีความยุติธรรมและเป็นประโยชน์ต่อคนไทยทุกคน ทุกชนชั้นมากกว่า ดังนั้นเราจึงขอเสนอ “อนาคตที่เลือกได้” นี้ ให้กับพี่น้องประชาชนคนไทยทุกคน และยินดีมอบข้อเสนอนี้ให้รัฐบาลพิจารณาเพื่อนำไปสู่การปฏิบัติ และพร้อมที่จะสนับสนุนรัฐบาลในทุกด้าน เพื่อให้แผนนี้ลุล่วงเพื่ออนาคตคนไทยทุกคน จะเข้มแข็งภายในปี 2020 หากรัฐบาลปฏิเสธข้อเสนอนี้ พรรคประชาธิปัตย์ขอยืนยันกับพี่น้องประชาชนทุกคนว่า เราพร้อมนำแผนนี้สู่การปฏิบัติเมื่อใดที่ประชาชนพร้อมให้โอกาสเรากลับมาดูแลคนไทยทุกคนในฐานะฝ่ายบริหาร"นายอภิสิทธิ์ กล่าว





