"กรณ์"เผยฝ่ายกฎหมายพรรคร่างคำร้อง ชงศาลรธน. ปมพ.ร.บ.กู้เงิน 2 ล้านล้านขัดรธน. คาดสัปดาห์หน้าแล้วเสร็จ
นายกรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แถลงถึงขั้นตอนการตรวจาสอบของพรรคประชาธิปัตย์ ในประเด็นร่างพ.ร.บ.กู้เงิน 2 ล้านล้านบาท ว่า พรรคประชาธิปัตย์ จะติดตามตรวจสอบร่างพ.ร.บ.กู้เงิน 2 ล้านล้านบาทของรัฐบาล ด้วยการยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญให้วินิจฉัยตีความว่าร่างพ.ร.บ.นี้ ขัดต่อรัฐธรรมนูญ หมวด 8 ว่าด้วยวินัยการคลังหรือไม่ ซึ่งขณะนี้คณะทำงานฝ่ายกฎหมายเศรษฐกิจของพรรค กำลังดำเนินการร่างคำร้องดังกล่าว ซึ่งคาดว่าในสัปดาห์หน้าคณะทำงานฝ่ายกฎหมายเศรษฐกิจของพรรค จะร่างคำร้องได้เสร็จ แต่อย่างไรก็ตามพรรคจะยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ภายหลังจากร่างพ.ร.บ.นี้ ผ่านการพิจารณาในชั้นวุฒิสภาแล้ว ทั้งนี้ ในวันจันทร์ที่ 23 ก.ย. เวลา 12.00 น. ที่สโมสรราชพฤกษ์ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ จะเป็นแกนนำแถลงแผนการลงทุนเพื่ออนาคตไทยเข้มแข็ง 2020 เพื่อโรดโชว์ให้ข้อมูลประชาชน ไปเปรียบเทียบกับแผนกู้เงิน 2 ล้านล้านบาท
โดยเรามั่นใจว่าแผนการลงทุนเพื่ออนาตไทยเข้มแข็งฯ จะตอบโจทย์ให้กับประเทศไทยได้มากกว่าเวทีโรดโชว์ของรัฐบาลแน่นอน นอกจากนี้จะมีการให้ข้อมูลผ่านเวทีผ่าความจริงของพรรคประชาธิปัตย์ทุกสัปดาห์ด้วย แต่คงจะไม่จัดเวทีประกบกับเวทีโรดโชว์ของรัฐบาลเนื่องจากเราไม่มีงบประมาณเพียงพอ แต่ข้อมูลที่รัฐบาลจะนำไปเผยแพร่ให้กับประชาชนตามแผนโรดโชว์นั้น เชื่อได้ว่าจะเป็นการให้ข้อมูลที่บิดเบือนไม่ได้สะท้อนข้อเท็จจริง
นายกรณ์ กล่าวต่อว่า ตนขอสรุปข้อมูลในการอภิปรายร่างพ.ร.บ.กู้เงินในสภาผู้แทนราษฎรที่ผ่านมาดังนี้ ในประเด็นที่เกี่ยวกับเงิน รัฐบาลอ้างว่างบลงทุนในระบบงบประมาณมีไม่เพียงพอ จึงต้องไปลงทุนด้วยเงินนอกระบบ แต่นายกิติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้ยอมรับในที่ประชุมสภาแล้วว่าสามารถกู้เงินในระบบมาดำเนินการได้ จึงสามารถหลีกเลี่ยงไม่ให้ประชาชนเป็นหนี้ได้ ส่วนประเด็น เรื่องตัวงาน จะเห็นได้ว่ารัฐบาลไม่สามารถตรวจสอบรายละเอียดโครงการได้อย่างโปร่งใส เพราะหน่วยงานที่ตรวจสอบเป็นหน่วยงานภายใต้รัฐบาลทั้งสิ้น พร้อมกันนี้พ.ร.บ.กู้เงิน 2 ล้านล้าน มีการเสนอให้สภาพิจารณาเพียงครั้งเดียวเท่านั้น เหมือนเป็นการตีเช็คเปล่า เพื่อให้รัฐบาลนำเงินไปใช้ได้ถึง 7 ปี อีกทั้ง การร่าง พ.ร.บ.ครั้งนี้ส่อขัดรัฐธรรมนูญ ทำให้นักลงทุนไม่มีความเชื่อมั่น ตรงข้ามกับที่รัฐบาลบอกว่าการกู้เงินครั้งนี้จะทำให้นักลงทุนเกิดความมั่นใจ อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่า พรรคประชาธิปัตย์เห็นด้วยกับการพัฒนาสาธารณูปโภค ซึ่งในร่างพ.ร.บ.นี้มีการกำหนดไว้ถึง 17 เส้นทาง และเป็นการนำสิ่งที่รัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์เคยศึกษามา ใส่ไว้ในร่างพ.ร.บ.นี้ถึง 11 เส้นทาง แต่เราเห็นว่างบเงินกู้ครั้งนี้ ถูกใส่ไว้ในกระทรวงคมนาคมถึง 99.6 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งเราไม่เห็นที่รัฐบาลจะนำเงินเกือบทั้งหมดของการกู้เงิน ที่มุ่งเน้นไปพัฒนาระบบรางและรางรถไฟ เพราะการสร้างชาติจะต้องสร้างชาติด้วยคนและน้ำ
"เราเชื่อว่าการลงทุนเป็นสิ่งที่สำคัญ แต่การลงทุนที่ไม่สามารถตรวจสอบได้อย่างโปร่งใส ถือเป็นการขัดวินัยการเงินการคลังอย่างแท้จริง อีกทั้ง รัฐบาลยังไม่มีความพร้อมในการดำเนินการ ดังนั้นการให้อำนาจรัฐกู้เงิน โดยที่ไม่มีแผนการดำเนินการ ถือเป็นการสร้างความเสียหายให้แก่ประเทศชาติอย่างมหาศาล" นายกรณ์ กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่า พรรคเพื่อไทยถามหาความรับผิดชอบ หากศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า ร่างพ.ร.บ.กู้เงิน ไม่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ นายกรณ์ กล่าวว่า เป็นคำถามที่ไร้สาระ ฝ่ายค้านมีหน้าที่ตรวจสอบความถูกต้อง ซึ่งที่ผ่านมาไม่ใช่เฉพาะพรรคประชาธิปัตย์ แต่ นายคณิต ณ นคร ประธานคณะกรรมการปฎิรูปกฎหมาย (คปก.) ได้แนะนำแล้วว่าร่างพ.ร.บ.นี้ขัดรัฐธรรมนูญ แต่รัฐบาลกลับดื้อดึง นำความเสี่ยงมาสู่ประเทศ ดังนั้นในการโร้ดโชว์ของรัฐบาลไปยังทั่วประเทศ สิ่งที่รัฐบาลต้องคือทำไมต้องนำพาประเทศให้เกิดความเสี่ยงขนาดนี้





