"กรณ์" โต้ "ชัชชาติ" โครงการใหญ่มีปัญหาเพราะการบริหารจัดการไม่ดี ไม่เกี่ยวกับระบบงบประมาณ คาดรถไฟความเร็วสูง ทำรัฐขาดทุนปีละแสนล้าน
นายกรณ์ จาติกวณิช ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร นัดพิเศษ ซึ่งพิจารณา ร่างพ.ร.บ.ติให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของประเทศ หรือ พ.ร.บ.กู้เงินฯ วงเงิน 2ล้านล้านบาท ว่า นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊คส่วนตัวระบุรับประกันว่าการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองจะไม่มีผลกระทบต่อโครงการตามพ.ร.บ.กู้เงิน 2 ล้านล้านบาท เพราะทุกๆ รัฐบาลนับจากนี้ ต้องทำตามแผนสร้างอนาคต ดังนั้นตนขอถามว่าการใช้เงินในระบบงบประมาณปกติไม่ทำให้เกิดการต่อเนื่องของโครงการอย่างไร ทั้งนี้ที่ผ่านมาโครงการใหญ่ๆ เช่น โครงการก่อสร้างสนามบินสุวรรณภูมิ ที่ไม่ประสบความสำเร็จหรือโครงการล่าช้า ฝ่ายบริหาร และปัญหาของการการบริหารจัดการ ไม่ใช่มาจากปัญหาของที่มาของเงินแต่อย่างใด
โดยนายกรณ์ อภิปรายด้วยว่าการลงทุนโครการด้านคมนาคมขนส่ง ตามร่าง พ.ร.บ.กู้เงินฯ เชื่อว่าจะทำให้ขาดทุนเงินสด เช่น รถไฟความเร็วสูง เส้นทางกรุงเทพ-เชียงใหม่ เชื่อว่าจะขาดทุนเงินสดปีละ 3หมื่นล้านบาท, โครงการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงทั้ง 4 เส้นทางทำแล้วเสร็จเชื่อว่าจะขาดทุนถึงปีละ 1 แสนล้านบาท ทำให้รัฐบาลต้องนำเงินภาษีของประชาชนไปจ่ายชดเชยให้กับส่วนที่ขาดทุน นอกจากนั้นแล้วสำหรับโครงการก่อสร้างรถไฟฟ้าใต้ดิน 10เส้นทางเพิ่มเติมในพื้นที่กทม. เชื่อว่าจะขาดทุนเงินสดถึงปีละ 2 แสนล้านบาท ทำให้ต้องนำเงินภาษีของคนทั้งประเทศมาชดเชยให้กับคนกทม.
ด้านนายชัชชาติ ชี้แจงว่าการพัฒนาโครสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมขนส่งของรัฐบาลได้คำนึงถึงผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจ เช่น เมื่อ 10 ปีก่อนรัฐบาลลงทุนสร้างถนน ใช้เงินไป 6 แสนล้านบาท ซึ่งไม่ได้เก็บเงินคนใช้ถนน แต่สิ่งที่ได้คือความเติบโตทางเศรษฐกิจ ความเจริญของเมือง ส่วนการทำโครงการรถไฟฟ้าความเร็วสูงนั้นได้มีการสำรวจและดำเนินการหลักวิทยาศาสตร์ ไม่มีการบิดเบือนแต่อย่างใด





