"อภิสิทธิ์"ระบุพ.ร.บ.กู้เงิน 2 ล้านล้านบาท ไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ เลี่ยงวินัยการเงินการคลังหมวด 8
การประชุมสภาผู้แทนราษฏร เพื่อพิจารณาร่างพ.ร.บ.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของประเทศ พ.ศ....ในมาตรา 3 นิยามคำว่า “โครงการ” หมายความว่า โครงการตามแผนงานยุทธศาสตร์ที่ปรากฏในเอกสารประกอบการพิจารณาร่างพระราชบัญญัตินี้ที่มีการนำเสนอต่อสภา โดยนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ได้สงวนความเห็นว่า เรื่องนี้รัฐบาลกำลังขอกู้เงินพิเศษ โดยจะนำเงินลงทุนไปทำเพื่อการพัฒนาโครงสร้างการคมนาคมขนส่ง แต่รายละเอียดของโครงการกลับมีเพียงบัญชีแนบท้ายที่ระบุว่า มีโครงสร้างอะไรบ้างโดยไม่มีรายละเอียดความชัดเจนและยังเขียนจำนวนเงินกู้ไปรวมอยู่กับงบฯกลางอีก ซึ่งจำนวนกู้เงินเทียบเคียงได้กับงบประมาณแต่ละปีเลย ดังนั้น การขออำนาจกู้เงินจำนวน 2 ล้านล้านบาทดังกล่าวจึงไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญและยังกระทบในแง่การบริหารจัดการ เพราะท้ายที่สุดเงินกู้เหล่านี้ก็มาจากการเก็บภาษีอากรจากประชาชน ทั้งนี้ ตนไม่ปฏิเสธว่าการกู้เงินเกิดขึ้นหลายครั้ง แต่การกู้ต้องเป็นกรณีฉุกเฉินจำเป็นเร่งด่วนเท่านั้น จึงไม่สามารถเข้าสู่กระบวนการงบประมาณปกติได้ และในกรณีล่าสุด รัฐบาลก็อ้างการกู้เงินเพื่อนำไปใช้ในการป้องกันน้ำท่วม รัฐบาลก็อ้างจำเป็นเร่งด่วนจึงออกเป็นพระราชกำหนด แต่2ปีที่ผ่านมาก็ยังไม่เห็นเป็นรูปธรรมเมื่อเทียบกับรัฐบาลที่ผ่านมาที่กู้เงินเพื่อแก้ไขวิกฤตเศรษฐกิจ แต่เมื่อวิกฤตผ่านไป รัฐบาลก็กลับไปใช้เป็นงบประมาณปกติ
นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ส่วนข้ออ้างของรัฐบาลที่ว่า ถ้าไม่กู้เงินก็ไม่สามารถดำเนินการสร้างโครงการขนาดใหญ่ต่อเนื่องได้ เรื่องนี้ก็ฟังไม่ขึ้น อย่างการก่อสร้างรถไฟฟ้าจะต้องกู้เงินทั้งหมดมาเพื่อก่อสร้างหรือไม่ เมื่อเทียบกับกรณีการก่อสร้างสนามบินที่ใช้เวลานาน ก็อยู่ในแผนของหนี้สาธารณะและก็เป็นโครงการต่อเนื่อง ซึ่งอยู่ในงบประมาณปกติเช่นกัน การออกพ.ร.บ.กู้เงินจึงถือเป็นการหลีกเลี่ยงวินัยการเงินการคลังในหมวด 8 ของรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการเงิน การคลัง งบประมาณ ตามรัฐธรรมนูญ ขณะนี้มีความเสี่ยงสูงมาก ฝ่ายบริหารจะใช้จ่ายเงินขาดวินัยทางการเงินการคลัง ซึ่งมีความเสี่ยงสูงสุดที่ฝ่ายบริหารจะนำไปใช้ เพราะไม่มีความโปร่งใสต่อการตรวจสอบได้ ส่วนข้ออ้างว่าต้องทำระบบใหญ่ ตนเห็นว่าไม่เป็นความจริง อย่างรถไฟความเร็วสูงก็กระท่อนกระแท่น ถ้าในกฎหมายมีเพียง 7หน้า เวลาที่เราเสียไปทั้งหมดในโครงการไม่มีความหมาย เอกสารรายละเอียดนั้นไม่มีสถานะทางกฎหมาย ครม.จะชุดนี้หรือชุดต่อไป จะนำเงินก้อนนี้ไปทำอะไรก็ได้ตราบเท่าที่ครม.เห็นว่าสอดคล้องยุทธศาสตร์ 3 หน้า ทั้งนี้ สถานะเอกสาร2 เล่มไม่มีผลทางกฎหมาย การที่มีการแปรญัตติให้มีความชัดเจนต่อคำนิยามเรื่องของโครงการนั้น ก็เพราะไม่ต้องการให้มีการขุดโครงการอื่นเพิ่มเติมได้ตามใจชอบ
"ผมแปรญัตติให้โอกาส กมธ.และรัฐบาลอีกครั้ง ที่จะกลับมาเดินเส้นทางที่จะเดินด้วยความชอบด้วยรัฐธรรมนูญ ถ้ารัฐบาลเห็นด้วยกับคำแปรญัตตินี้จะราบรื่นมากพวกเราจะสบายใจมากขึ้นที่อยากเห็นโครงสร้างพื้นฐานจะได้ประสิทธิภาพและโปร่งใส แต่ถ้ายืนยันเหมือนเดิม ผมคิดไม่ได้ว่างานนี้รัฐบาลนำเงินประชาชนในปัจจุบันและอนาคต 2ล้านล้านบาทหลีกเลี่ยงกระบวนการงบประมาณตามรัฐธรรมนูญ"นายอภิสิทธิ์ กล่าว





