เลขาวุฒิสภาย้ำไม่มีปัญหา หากไร้ประธานศาลรธน. นั่งกรรมการสรรหากกต.ชุดใหม่ จ่อถก 20 ก.ย.นี้
นางนรรัตน์ พิมเสน เลขาธิการวุฒิสภา กล่าวถึงกรณีการหารือของคณะกรรมการสรรหา คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ชุดใหม่ ภายหลังครบวาระการดำรงตำแหน่งในวันนี้ (19 ก.ย.) ว่า เมื่อ กกต. ครบวาระลง ต้องมีคณะกรรมการสรรหากกต.ชุดใหม่ โดยจะต้องเป็นไปตามกระบวนการขั้นตอนตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 231(1) ที่ระบุว่าคณะกรรมการสรรหา จะต้องประกอบด้วย ประธานศาลฎีกา ประธานศาลรัฐธรรมนูญ ประธานศาลปกครองสูงสุด ประธานสภาผู้แทนราษฎร ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ผู้แทนจากที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา และผู้แทนจากที่ประชุมใหญ่ตุลาการในศาลปกครองสูงสุด ซึ่งตนได้ส่งหนังสือไปยังประธานองค์กร ที่ต้องทำหน้าที่เป็นคณะกรรมการสรรหา เป็นที่เรียบร้อยแล้ว
โดยได้มีการนัดประชุมกันในวันที่ 20 ก.ย.นี้ เวลา13.30 น. ที่อาคารวุฒิสภา เพื่อกำหนดกรอบการดำเนินการสรรหา ยกเว้นประธานศาลรัฐธรรมนูญ เพราะเป็นที่ทราบกันดีว่า ขณะนี้ตำแหน่งประธานศาลรัฐธรรมนูญยังอยู่ระหว่างขั้นตอนการสรรหา จึงยังไม่ได้ส่งหนังสือเชิญไป อีกทั้ง ตามรัฐธรรมนูญมาตรา มาตรา 231 (1) ยังได้ระบุไว้ว่า ในกรณีที่ไม่มีกรรมการในตำแหน่งใด หรือมีแต่ไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ ถ้ากรรรมการที่เหลืออยู่นั้นมีจำนวนไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่ง คณะกรรมการสรรหาที่เหลืออยู่ก็สามารถดำเนินการได้
นางนรรัตน์ กล่าวอีกว่า สำหรับกรณีของนายไพโรจน์ วายุภาพ ประธานศาลฎีกา ที่จะเกษียณอายุและจะพ้นตำแหน่งในวันที่ 30 ก.ย.นี้นั้น ก็ยังสามารถทำหน้าที่เป็นกรรมการสรรหาไปก่อนจนกว่าพ้นจากตำแหน่ง และหลังจากนั้นก็จะเปลี่ยนเป็นนายดิเรก อิงคนินันท์ ถ้าได้รับการโปรดเกล้าฯเป็นประธานศาลฎีกาคนใหม่ ซึ่งจะมีผลในวันที่ 1 ต.ค.นี้ เข้ามาทำหน้าที่คณะกรรมสรรหาต่อไป ทั้งนี้กระบวนการดังกล่าวถือว่าไม่น่าจะมีปัญหาอะไร
ผู้สื่อข่าวรานงานว่า สำหรับบรรยากาศภายในสำนักงานคณะกรรมการเลือกตั้งนั้น ยังคงเป็นไปตามปกติ ยังไม่ได้มีการจัดงานอำลาตำแหน่งของกกต. แต่อย่างใด ซึ่ง กกต.ทั้ง 5 คน ก็ยังคงทำหน้าที่ปกติเหมือนเช่นทุกวันที่ผ่านมา เพราะต้องอยู่ในตำแหน่ง เพื่อปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจนกว่ากกต.ชุดใหม่จะเข้ารับหน้าที่ ไม่ถือเป็นการรักษาการในตำแหน่ง ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 232 บัญญัติไว้





