"พงศ์เทพ"เตือนเหตุการณ์รัฐประหาร 19 กันยาฯ เป็นบทเรียนประชาชนไม่ยอมรับ พาประเทศชาติถอยหลัง ต่างชาติไม่ให้ความร่วมมือ
นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา รองนายกรัฐมนตรี แถลงว่า วันที่ 19 ก.ย.2556 เป็นการครบรอบ 7 ปีของการรัฐประหารยึดอำนาจเมื่อวันที่ 19 ก.ย.2549 ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวคงเป็นบทเรียนที่ดีในการทำให้ประชาชนตระหนักแล้วว่าการรัฐประหารได้สร้างความเสียหายให้กับประเทศอย่างไร และทำให้ประชาธิปไตยของไทยต้องกลับไปเริ่มต้นใหม่อย่างไร
รวมถึงทำให้ประชาชนได้เห็นว่าการแก้ปัญหาต่างๆที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชนคือการให้เป็นการแก้ไขโดยกลไกของระบอบประชาธิปไตยเอง ซึ่งระบอบประชาธิปไตยเป็นระบอบเดียวที่กลไกซึ่งให้อำนาจอยู่ที่ประชาชนสามารถแก้ไขปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้นในการปกครองระบอบประชาธิปไตย ขณะที่การปกครองระบอบอื่นไม่มีกลไกการแก้ปัญหาในตัวเอง
นอกจากนี้ ประเทศต่างๆทั่วโลกที่กำลังเดินหน้าในแนวทางประชาธิปไตยมากขึ้นก็ปฏิเสธหรือไม่ยอมรับประเทศที่ถอยหลังเข้าคลองสู่การปกครองแบบเผด็จการ จะเห็นได้ว่าหลังจากที่ประเทศไทยมีการยึดอำนาจในวันที่ 19 ก.ย.2549 เมื่อเรามีการไปติดต่อกับต่างประเทศ กลับไม่ได้รับความร่วมมือหรือการต้อนรับจากต่างประเทศจนกระทั่งเมื่อประเทศไทยกลับเข้าสู่รูปแบบของความเป็นประชาธิปไตยแล้ว ก็สามารถไปเจรจาหรือติดต่อค้าขายกับต่างประเทศได้ นี่จึงเป็นสิ่งที่ตนอยากย้ำเตือนให้ประชาชนปฏิเสธการปกครองอื่นๆที่ไม่ใช่ประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข เพราะขณะนี้ยังมีความพยายามที่จะดึงประเทศไทยให้ไประบอบการปกครองที่ไม่ใช่ประชาธิปไตยอีกครั้ง
นายพงศ์เทพ กล่าวอีกว่า เมื่อเกิดเหตุการณ์รัฐประหารเมื่อปี 2549 ได้มีกระบวนการของประชาชนในการต่อต้านการยึดอำนาจดังกล่าว แสดงให้เห็นว่าประชาชนมีความตื่นตัวมากขึ้นกว่าในอดีต ซึ่งจะทำให้ใครก็ตามที่คิดจะชักจูงให้มีการยึดอำนาจหรือการใช้กำลังอย่างไม่ถูกต้อง กล้าที่จะกระทำเช่นนั้นอีก ส่วนกรณีที่เกิดเหตุการณ์ต่างๆขณะนี้ รัฐบาลไม่ได้เป็นผู้ก่อขึ้น แต่เป็นการกระทำของกลุ่มอื่น ซึ่งการแสดงความคิดเห็นที่แตกต่างกันนั้น รัฐบาลถือเป็นสิทธิเสรีภาพ แต่ขอให้อยู่ในกรอบของกฎหมายและมีเหตุผล รวมถึงเรายินดีรับฟังทุกกลุ่มทุกฝ่าย





