วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

รัฐบาลชี้ผลพวงรัฐประหารทำลงทุนสะดุด

"สุรนันทน์" ชี้ผลพวงรัฐประหาร 19 ก.ย. ส่งผลการลงทุนสะดุด รัฐบาลต้องกู้ 2 ล้านล้านบาทเพื่อลงทุนใหญ่

นายสุรนันทน์ เวชชาชีวะ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการครบรอบ 7 ปี รัฐประหาร 19 ก.ย.2549 ว่า 7 ปีที่ผ่านมาเราได้บทเรียนเยอะ ซึ่งผมเป็นคนหนึ่งที่ต้องพ้นจากตำแหน่งเมื่อ 7 ปีที่แล้ว แต่สิ่งที่สำคัญคือประชาธิปไตยที่สูญเสียไป ซึ่งวันนี้เราได้บทเรียน ทั้งนี้จากการที่ผมได้มีโอกาสทำงานกับน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ในเวลา 2 ปีที่ผ่านมา ได้ร่วมเดินทางไปต่างประเทศกับนายกฯ พูดจากับหลายกลุ่มก็จะเห็นว่า 2 ปีที่ผ่านมา เราต้องใช้เวลาอย่างมากในการที่จะเรียกความเชื่อมั่นกลับมา เพราะผลกระทบจากรัฐประหารเมื่อวันที่ 19 ก.ย. 2549 โดยจุดเริ่มต้นของความขัดแย้งคือการตัดสินใจทำรัฐประหารล้มล้างระบอบประชาธิปไตย เมื่อประชาธิปไตยได้กลับคืนมาจากการเลือกตั้งเมื่อ 2 ปีที่แล้ว ก็ต้องใช้เวลาอย่างมากในการทำความเข้าใจ

ตัวอย่างที่ดีในวันนี้คือการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน 2 ล้านล้าน ถ้าหากมีความต่อเนื่องในการจัดทำงบประมาณตั้งแต่ปี 2548-2549 ซึ่งพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้เริ่มต้นโครงการโมเดิร์น ไทยแลนด์ ถ้ามีความต่อเนื่องในช่วงเวลาดังกล่าว ก็จะทำให้เราไม่เกิดความล้าหลังในการลงทุนอย่างที่ผ่านมา ทำให้วันนี้เราต้องตัดสินใจลงทุนขนาดใหญ่ ซึ่งก็หวังว่าสมาชิกรัฐสภาส่วนใหญ่จะเข้าใจ และทำให้การลงทุนที่เราขาดมาในอดีตเดินไปข้างหน้าได้

เมื่อถามว่า หากร่างพ.ร.บ.กู้เงิน 2 ล้านล้านบาท ไม่ผ่านจะทำให้เกิดผลเสียอย่างไร นายสุรนันทน์ กล่าวว่า สิ่งที่เสียหายคือโอกาส วันนี้เราล้าหลังมามากการที่รัฐบาลได้นำเสนอเป็นสิ่งที่ได้รับการยอมรับในสากล การหารือกับสถาบันการเงินไทย และต่างประเทศเขามองว่า 2 ปีที่ผ่านมารัฐบาลได้กระตุ้นเศรษฐกิจกลับมาได้ โดยตอนนี้ถึงเวลาที่จะลงทุนขนาดใหญ่ว่าจะเป็นโครงสร้างพื้นฐาน หรือบริหารจัดการหนี้ หากต้องสะดุดลงก็จะทำให้ความเชื่อมั่นสูญเสียไป และไม่ได้เรียกกลับมาง่ายๆ ตรงนี้ถือเป็นโครงการของประเทศ ของคนไทยทุกคน ฉะนั้นถ้าเราช่วยกันให้ผ่านไปได้จะมีการสร้างรายได้จำนวนมหาศาลในระยะสั้น และในระยะยาว ส่วนสิ่งที่รัฐบาลทำมักถูกยื่นให้ศาลตีความ นั้นก็เป็นไปตามกระบวนการ หากเป็นเจตนารมณ์ที่ดี ก็หวังว่าเราจะได้รับความเป็นธรรมจากการตีความนั้น และหวังว่าจะไม่มีวาระซ่อนเร้น ส่วนข้อสงสัยเรื่องการใช้เงินนั้นทุกอย่างเป็นไปด้วยความโปร่งใส ทุกอย่างจะต้องมีการศึกษาความเป็นไปได้ตลอดจนกลไกต่าง ๆ ที่เป็นไปตามระบบ ระเบียบราชการทั้งสิ้น