วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'กรณ์'หั่นเงินกู้เหลือ4แสนล.อีก1.6ลล.กู้งบ

"กรณ์"ขอปรับลดวงเงินกู้เหลือ 4 แสนล้านบาทให้เฉพาะโครงการที่มีความพร้อม ชี้เงินอีก 1.6 ล้านล้านบาท ใช้กรอบกู้เงินในงบฯ ขาดดุลรายปีได้

ประชุมสภาผู้แทนราษฎรนัดพิเศษเพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งขอประเทศ (พ.ร.บ.กู้เงินฯ) วงเงิน 2 ล้านล้านบาท หลังจากที่กรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพ.ร.บ.กู้เงินฯ แล้วเสร็จ ได้เข้าสู่การพิจารณาในส่วนของคำปรารถ ที่ระบุว่า "โดยที่เป็นการสมควรมีกฎหมายว่าด้วยการให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของประเทศ มีมูลค่ารวมกันไม่เกินสองล้านล้านบาท" ทั้งนี้มีส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ของสงวนความเห็นไว้ทั้งหมด 14 คน

นายกรณ์ จาติกวณิช ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายเพื่อขอปรับลดวงเงินเงินกู้เหลือ 4 แสนล้านบาท ว่า เนื่องจากในชั้นกรรมาธิการฯ ที่ได้เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับโครงการมาชี้แจงแล้วพบว่าโครงการที่ผ่านการประเมินความคุ้มค่า และมีความพร้อมเข้าสู่กระบวนการรับฟังความเห็น ประเมินผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม มีมูลค่าเพียง 4 แสนล้านบาทเท่านั้น ส่วนโครงการที่เหลือและมีมูลค่ารวม 1.6ล้านล้านบาท นั้น สามารถดำเนินการกู้เงินและเบิกจ่ายได้ตามกฎหมายงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณได้ โดยในปีงบประมาณ 2557 ที่รัฐบาลตั้งงบประมาณแบบขาดดุลดังนั้นตามสูตรจึงจะต้องกู้เงินเพื่อมาชดเชยงบขาดดุล โดยมีกรอบวงเงินกู้ได้ถึง 5.5 แสนล้านบาท และในปี 2557 นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ระบุถึงแผนการกู้เงินตามร่างพ.ร.บ.กู้เงิน 2ล้านล้านบาทว่าจะมีระยะเวลาการกู้ถึง 7 ปีและในปีแรกของการกู้เงินจะใช้วงเงินกู้ 1.3 แสนล้านบาท ดังนั้นเมื่อคำนวณจากกรอบวงเงินกู้ของปี 2557 จึงถือว่าไม่เกินเพดานกู้เงินของรัฐบาล

นายกรณ์ กล่าวต่อว่า สำหรับปี 2558 กระทรวงการคลังได้ตั้งเป้าลดการขาดดุลงบประมาณ ลงเหลือ 1.5 แสนล้านบาท ทำให้รัฐบาลมีเพดานกู้เงินถึง 3.9 แสนล้านบาท และเมื่อพิจารณาแผนการกู้เงินตามโครงการกู้เงิน 2 ล้านล้านบาท จะมีแผนกู้เงิน จำนวน 2.4 แสนล้านบาท ดังนั้นจึงมีกรอบกู้เงินเหลืออยู่อีก 6 แสนล้านบาท ทั้งนี้รัฐบาลระบุว่าจะมีการกู้เงินตามร่างพ.ร.บ.กู้เงิน 2 ล้านล้านบาท มากที่สุดในปี 2560 รวมวงเงินที่จะใช้ 4แสนล้านบาท ซึ่งปีดังกล่าวเชื่อว่าเพดานเงินกู้ของรัฐบาลจะอยู่ที่ 7 แสนล้านบาท ดังนั้นเมื่อพิจารณาตัวเลขดังกล่าวแล้ว ทำให้เห็นชัดเจนว่าไม่มีปีไหนที่รัฐบาลจะมีปัญหาในการกู้เงินนอกงบประมาณเพื่อจะใช้ในโครงการเพื่อการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของประเทศ

“ผมขอถามประธานกรรมาธิการฯว่า หากไม่มีกฎหมายฉบับนี้ รัฐบาลจะสามารถเดินหน้าโครงการในร่างพ.ร.บ.กู้เงิน 2ล้านล้านบาทได้หรือไม่ หากตอบไม่ได้ ผมจะขอใช้สิทธิ์กรรมาธิการฯเสียงข้างน้อยตอบแทน เพราะผมมีช่องทางที่ชัดเจนว่าโครงการทุกโครงการเดินหน้าต่อไปได้แม้ไม่มีร่างพ.ร.บ.กู้เงิน 2 ล้านล้านบาท” นายกรณ์ อภิปราย

ด้านนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกฯ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานกรรมาธิการฯ ชี้แจงว่าเหตุผลสำคัญที่รัฐบาลเสนอร่างพ.ร.บ.กู้เงิน 2 ล้านล้านบาท แทนที่จะเป็นการออกตามพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี เพื่อให้เกิดความต่อเนื่อง ยืนยันว่าการออกเป็นพ.ร.บ.กู้เงิน และนำเสนอผ่านสภาฯ ถือเป็นการปฏิบัติในระบบ อย่างไรก็ตามการเสนอร่างกฎหมาย ไม่ได้มีเจตนาเพื่อเลี่ยงการตรวจสอบ การควบคุม รัฐบาลก่อนหน้านี้เคยมีการออกกฎหมายเพื่อใช้เงินลักษณะเดียวกัน เนื่องจากวงเงินที่ใช้จ่ายเกินกว่ากรอบวงเงินงบประมาณประจำปี