วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ปชป.เผยถก2ล้านล้าน ตีแผ่ทุจริตไม่คุ้มค่า

ปชป.เผยอภิปราย2 ล้านล้าน ตีแผ่ ความไม่ชอบธรรม-ความคุ้มค่า เสนอกู้เงินได้ผ่านจ่ายเงินตามงบประมาณประจำปีปกติ

นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี ส.ส.กทม. พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะกรรมาธิการพิจารณาร่างพ.ร.บ.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของประเทศ พ.ศ... (2ล้านล้านบาท) เปิดเผยว่า การพิจารณาร่างพ.ร.บ.ดังกล่าวในวาระ2 วันที่ 19ก.ย.นี้ การอภิปรายของฝ่ายค้านจะแบ่งเป็น 2 หมวด ได้แก่ 1.เรื่องความไม่ชอบธรรมตามกฎหมายวินัยการเงินการคลัง ที่รัฐบาลพยายามหลีกเลี่ยงการจัดซื้อจัดจ้างตามวิธีการปกติ ไม่ให้มีการจ่ายเงินวิธีการปกติตามงบประมาณประจำปี ซึ่งจะส่งผลให้เกิดการเอื้อประโยชน์ต่อการทุจริต ซึ่งจะตีแผ่เรื่องดังกล่าวให้มีความชัดเจน

และ2.เรื่องความคุ้มค่าของโครงการต่างๆ เช่นรถไฟความเร็วสุง รวมมูลคค่าทั้งงหมด 783,000 กว่าล้านบาท หากลงทุนโครงการนี้จะเกิดการเจ๊ง จึงไม่อยากให้มีการทำโครงการนี้และจะเกิดการก่อหนี้มหาศาลแน่นอน อย่างไรก็ตามพรรคประชาธิปัตย์จะเสนอแนวทำกฎหมายฉบับนี้ให้ไม่ขัดกฎหมายและรัฐธรรมนูญ โดยการกู้เงินได้แต่ให้จ่ายเงินตามงบประมาณประจำปีปกติ ซึ่งตนเคยเสนอแนวทางนี้ต่อประชุมคณะกรรมาธิการฯ แล้ว แต่รัฐบาลไม่ยอมรับ ซึ่งตนก็จะเสนออีกครั้ง หากรัฐบาลยังไม่เห็นด้วยและไม่ยอมรับแนวทางนี้ ก็จะเสนอเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยอย่างแน่นอน

ด้านนายเจือ ราชสีห์ ส.ส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการคมนาคม สภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า การอภิปรายร่างพ.ร.บ.ดังกล่าวจะตอกย้ำให้ประชาชนเห็นว่าพรรคประชาธิปัตย์ไม่ขัดข้องที่จะมีโครงสร้างพื้นฐาน และพรรคก็เห็นด้วย แต่ที่ไม่เห็นด้วยคือการกู้เงินมาทำโครงการที่จะเป็นภาระให้คนรุ่นหลังจึงอยากให้ใช้เงินในงบประมาณประจำปี ที่สามารถตรวจสอบได้ แต่รัฐบาลก็หลีกเลี่ยงเรื่องนี้

นอกจากนี้จะชี้ให้เห็นถึงความไม่พร้อมของหน่วยงานต่างๆ ที่จะรับผิดชอบโครงการ เช่น การประเมินผลกระทบต่อสุขภาพ(เอทไอเอ) ที่ยังไม่มีการตรวจสอบและเรื่องนี้รัฐธรรมนูญก็กำหนดไว้ แต่โครงการต่างๆ ยังไม่ผ่านเรื่องเหล่านี้ ทั้งนี้พรรคกังวลเรื่องความโปร่งใส เพราะเป็นการกู้เพื่อหนีตรวจสอบ ถืิอว่า "กู้เงินชาตินี้ ชำระหนี้ชาติหน้า" เพราะจะต้องกู้ให้เสร็จภายใน 7 ปี และชำระหนี้ภายใน 50 ปี นอกจากนี้มีข้อสังเกตรายงานคณะกรรมาธิการฯ ที่เสียงข้างมากให้ปรับลด 1 หมื่นล้านบาทเศษ แต่มีการนำเงินดังกล่าวไปรวมอยู่งบเผื่อเหลือเผื่อขาดที่ของเดิมมีอยู่แล้ว 9,000 ล้านบาท ทำให้ในรายงานมีงบเผื่อเหลือเผื่อขาดกว่า 2.1 หมื่นบาท อย่างไรก็ตามฝ่ายค้านมั่นใจข้อมุลที่จะใช้อภิปราย เพราะรัฐบาลไม่มีข้อมูลรายละเอียดโครงการชัดเจน มีแต่การสมมุติฐานเท่านั้น