วปอ.เสนอยุทธศาสตร์ชาติให้นายกฯ เร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ยกระดับประเทศเป็นศูนย์กลางภูมิภาค ตั้งเป้าเพิ่มรายได้2เท่าใน10ปี ลดรุนแรง3จว.ใต้
น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พร้อมด้วย พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม พล.อ.ธนะศํกดิ ปฏิมาประกร ผู้บัญชาการทหารสูงสุด(ผบ.สส.) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก(ผบ.ทบ.) พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง ผู้บัญชาการทหารอากาศ (ผบ.ทอ.) พล.อ.นิพัทธ์ ทองเล็ก รองปลัดกระทรวงกลาโหม พล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศัย รองผู้บัญชาการทหารเรือ(รอง ผบ.ทร.) พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร เสธ.ทบ. พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ร่วมรับฟังการแถลงยุทธศาสตร์ชาติ พ.ศ.2557 - 2561 ของ น.ศ.วิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร 2555 ประกอบด้วยหลักสูตรการป้องกันราชอาณาจักร รุ่นที่ 55 หลักสูตรการป้องกันราชอาณาจักรภาครัฐรวมเอกชน (ปรอ.) รุ่นที่ 25 และ หลักสูตรการป้องกันราชอาณาจักรภาครัฐ เอกชน และการเมือง (วปม.) รุ่นที่ 6 โดยกำหนดจุดยืนเชิงยุทธศาสตร์ของประเทศด้วยการเป็นศูนย์กลางการกระจายความเจริญของภูมิภาคเพื่อยกระดับรายได้เพิ่มเป็น 2 เท่าใน 10 ปี ซึ่งได้ระดมความคิดสรุปเป็นยุทธศาสตร์ของประเทศไทยในช่วงระยะเวลา 5 ปี โดยมี พล.ท.ชาตรี ช่างเนียน ผอ.วปอ. ให้การต้อนรับ
พล.ท.วิภาค วิภาตะศิลปิน ประธาน น.ศ.วปอ. 2555 ได้กล่าวว่า ความสำคัญของยุทธศาสตร์ชาติปี 57 - 61 คือการกำหนดจุดยืนเชิงยุทธศาสตร์ของประเทศเพื่อเป็นศูนย์กลางการกระจายของภูมิภาคโดยเน้นทุกด้าน 1.ฐานผลิตยานยนต์ อุตสาหกรรมอากาศยาน 2.ครัวของโลก และแหล่งเกษตรพลังงานชีวภาพ 3.ฐานการพัฒนาเทคโนโลยีพลังงานทางเลือก 4.ศูนย์รวมแฟร์ชั่นของภูมิภาค 5.ศูนย์กลางการท่องเที่ยวของอาเซียน 6.ศูนย์การบริการสุขภาพครบวงจรของภูมิภาค เพื่อให้บรรลุเป้าหมายจึงเสนอแนวทางขับเคลื่อนไว้ 3 แนวทาง 1.การกระจายความเจริญด้วยความเชื่อมโยง 2.การกระจายความเจริญการค้าและการลงทุน 3.การกระจายความเจริญในการพัฒนามนุษย์และแรงงาน โดยพัฒนาปัจจัยพื้นฐานเชิงยุทธศาสตร์ ระบบโลจิสติกส์ทุนมนุษย์ วิทยาศาสตร์เทคโนโลยีนวัตกรรม พลังงาน และการบริหารจัดการ
โดยตัวแทน วปม. รุ่นที่ 6 ได้กล่าวว่า ยุทธศาสตร์ดังกล่าวจะทำให้เกิดนโยบายความมั่นคงแห่งชาติ 8 ด้าน คือ 1.สร้างความเชื่อมโยง คือ ยกระดับรถไฟรางคู่ การขนส่งทางเรือ การจัดการห้วงอากาศอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อสร้างความสมดุล 2.การพัฒนาเชิงพื้นที่และการพัฒนาร่วม เพื่อการเชื่อมโยงกับประเทศเพื่อนบ้าน 3.การส่งเสริมการลงทุนในต่างประเทศ คือ เราต้องขยายไปยังประเทศเพื่อนบ้าน ผู้ประกอบการต้องพร้อมที่จะส่งออกในสินค้า เช่น มันฝรั่งสินค้าในโอท็อบ เพื่อยกระดับสินค้า และทำให้ประเทศไทยเป็นฐานลงทุน 4.การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ต้องพัฒนาด้านทักษะ พัฒนาผู้ประกอบการ มาตรฐานฝีมือในประเทศ 5.วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และนวัตกรรม คือ ไทยควรเป็นศูนย์กลางวิจัยเขตร้อน และโครงสร้างพื้นฐาน 6. พลังงานทดแทนและประสิทธิภาพการใช้พลังงาน คือ ต้องพัฒนาพลังงานทดแทนสอดคล้องการอนุลักษณ์สิ่งแวดล้อม 7.การเงิน การคลัง 8. การบริหารจัดการ โดยการมีส่วนร่วมของประชาชน การกระจายความเจริญ ทั้งนี้ หากออกเป็นนโยบายจะสามารถผลักดันให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางความเจริญในที่สุดจะทำให้ประเทศไทยก้าวสู่เป้าหายรายได้สูงขึ้นเป็น 2 เท่าเป็นเวลา 10 ปี
ตัวแทนทางทหาร น.ศ.วปอ.55 กล่าวว่า ได้กล่าวว่า ความสำคัญการลดความรุนแรงใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ มองว่ากองทัพกำลังรับมือสงครามยุคใหม่ที่ใช้เครื่องมืออาวุธ แนวคิดที่แตกต่างออก โดยบ่งเป็นเซลล์เล็กๆแยกปฏิบัติการทำลายความเป็นปึกแผ่นของสังคมทำให้เกิดความแตกแยก สร้างดินแดนมิคสัญญี คสัญกยี เพื่อเปิดโอกาสให้ต่างประเทศเข้ามาแทรกแซง ซึ่งทาง น.ส.วปอ.มองว่าประชาชนเป็นจุดสำคัญ และทำให้ประชาชนเข้าใจปัญหาและทำให้ประชาชนสนับสนุนรัฐบาล หากทำแบบนี้ผู้ก่อความไม่สงบจะไม่ได้รับชัยชนะ พร้อมทั้งปิดโอกาสที่จะให้ต่างประเทศเข้ามาแทรกแซงเรื่องภายในของเรา ทั้งนี้ อยากให้ประชาชนทั้งประเทศอดทนรอเห็นสันติภาพในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพราะปัญหาที่สะสมมานาน ต้องใช้เวลาในการแก้ไข แต่มองว่ากำลังใจทุกภาคส่วนเป็นสิ่งสำคัญ โดยมองว่าความลำบากของผู้ก่อเหตุจะทำให้ทดถอย และกองทัพต้องได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐและเอกชนอย่างเพียงพอ และเน้นให้ใช้แนวทางพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ
นอกจากนี้ เรายังสนับสนุนการพูดคุยสันติภาพแต่จะต้องพูดคุยกับบุคคลที่เป็นตัวจริงและมีอำนาจสั่งการควบคุมในพื้นที่ภาคใต้ นอกจากนี้ การดำเนินการต่างๆต้องอยู่ภายใต้กรอบรัฐธรรมนูญไทยและจุดหมายต้องไม่ให้เกิดการแบ่งแยกดินแดนในอนาคต อย่างไรก็ตาม น.ศ.วปอ. เน้นถึงประเด็นสร้างความเชื่อมั่นศรัทธาของประชาชน ซึ่งมองว่า กองทัพ ต้องมีหน้าที่ในการพิทักษ์ ปกป้อง สถาบัน และยึดหลักกฎหมายเป็นหลัก พร้อมทั้งวางตัวเป้นกลางทางการเมือง พร้อมทั้งจัดให้มีการติดต่อสื่อสารกับประชาชนโดยผ่านสื่อของกองทัพทุกชนิด





