"อัษฎางค์"อัด"อภิสิทธิ์"ไม่เป็นสุภาพบุรุษ จนปัญญา เปิดหน้าเล่นทุกเรื่อง ด้าน"ถวิลวดี"แนะปชป.เข้าหาปชช.มากกว่าใช้วาทกรรม
นายอัษฎางค์ ปาณิกบุตร อดีตคณบดี คณะรัฐศาสตร์ ม.รามคำแหง นักวิชาการอิสระ กล่าวถึงการปราศรัยของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ที่ถูกวิจารณ์การใช้ถ้อยคำไม่เหมาะสมว่า เป็นเพราะนายอภิสิทธิ์ จนปัญญาไม่รู้จะเล่นอะไร ดังนั้น จึงทำให้การเล่นเกมของพรรคประชาธิปัตย์ เปิดหน้าเล่นในทุกเรื่อง ขณะเดียวกันรัฐบาลก็ไม่สามารถที่จะแก้เกมได้ รวมถึงคนกทม. เสียงส่วนใหญ่เป็นของประชาธิปัตย์ นายอภิสิทธิ์ จึงคิดว่าได้ผลทั้งๆที่ไม่เป็นกระบวนการทางประชาธิปไตย พฤติกรรมของนายอภิสิทธิ์ ที่ใช้คำหยาบคาย ถือเป็นพฤติกรรมไม่เป็นสุภาพบุรุษ แต่ตนมองว่าเขาไม่แคร์เพราะคน กทม. ส่วนใหญ่ยังนิยมในตัวพรรคประชาธิปัตย์ นอกจากนี้นายอภิสิทธิ์เป็นถึงอดีตนายกฯการเล่นเช่นนี้ไม่คำนึงถึงภาพลักษณ์ที่เคยมีมา
นายอัษฎางค์ ระบุต่อว่า อยากให้สังคมคิดให้ดีว่าหากหัวหน้าพรคคการเมืองออกมาเล่นเกมแบบนี้ อนาคตอาจต้องหาคนอื่นขึ้นมาเป็นหัวหน้าพรรคการเมืองแทนตนมองบทบาทภาคทางการเมืองที่จะตรวจสอบหรือที่จะคานอำนาจของรัฐบาล ควรจะจับมือกับภาควิชาการเช่น ม.หอการค้ารวมถึงสื่อให้มาเป็นเครือข่ายการตรวจสอบทุจริต เพราะนี่ถือเป็นกระบวนการทางประชาธิปไตยที่ไม่ละเมิดสิทธิของคนอื่น
ขณะที่นางถวิลวดี บุรีกุล ผู้อำนวยการสำนักวิจัยและพัฒนา สถาบันพระปกเกล้า กล่าวถึงกรณีเดียวกันว่าเป็นเรื่องธรรมดาที่เมื่อ ปชป. ซึ่งแสดงบทบาทในสภาได้ไม่เต็มที่ เนื่องจากเสียงข้างมากไม่ยอมเปิดให้อภิปรายจึงต้องออกไปสร้างบทบาทในเครือข่ายของเขา อย่างไรก็ตามการใช้ถ้อยคำกล่าวพาดพิงถึงคนในพรรคเพื่อไทยก็เป็นความธรรมดา เพราะคนที่เป็น ส.ส. ก็ย่อมจะถูกด่าได้ แต่ตนมองว่าเป็นประเด็นเล็กที่ไม่ควรขยายสู่ประเด็นใหญ่ ถ้า ส.ส.ของเพื่อไทยดีจริงก็ไม่ควรใส่ใจและควรทำหน้่าที่จของตนเองในสภาให้ดีที่สุด อย่าไปปิดกั้นพรรคฝ่ายค้านที่จะแสดงความเห็นหรืออภิปรายไม่เช่นนั้นก็จะเกิดเวทีนอกสภามากขึ้นเรื่อยๆ
โดยทุกฝ่ายควรหยุดเพราะหากมีไปก็ไม่เกิดประโยชน์อะไรกับประเทศ และการเปิดเวทีของประชาธิปัตย์ไม่ได้มีส่วนการเพิ่มฐานคะแนนนิยมที่จะนำไปสู่การชนะในการเลือกตั้งได้ พรรคประชาธิปัตยควรทบทวนการใช้วาทกรรมทางการเมืองและเพิ่มประสิทธิภาการเข้าหาประชาชนดีกว่า เพราะการเปิดเวทีและการใช้ถ้อยคำอาจจะได้มาซึ่งความสะใจ แต่ไม่สามรถโน้มนาวให้คนที่





