"อภิสิทธิ์"คาดรัฐบาลเคาะราคายางพารา ให้เกษตรกรที่ 90 บาท แต่ห่วงจะถึงเกษตรกรที่กรีดยางหรือไม่
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวในรายการฟ้าวันใหม่ ทาง Blue Sky Channel ถึงปัญหาเรื่องยางพาราว่า ขณะนี้เสมือนว่ารัฐบาลจะช่วยเกษตรกรได้ที่ราคา 90 บาท แต่ก็ยังมีความห่วงใยว่าจะไปถึงเกษตรกรที่กรีดยางหรือไม่หรือจะกลายเป็นผลประโยชน์ที่ตกอยู่กับเฉพาะเจ้าของสวนอย่างเดียว และความแตกต่างระหว่างการแทรกแซงราคา หรือแทรกแซงตลาดโดยตรง การประกันราคาหรือรายได้ กับวิธีการนี้มันก็ยังคงมีอยู่
ผู้นำฝ่ายค้านฯ กล่าวว่า ชี้ให้เห็นง่าย ๆ คือ วิธีนี้ความเสี่ยงจะอยู่ที่ชาวสวน อยู่ที่เกษตรกร นั่นคือมีได้มีเสีย คือคำนวนคร่าว ๆ สมมติไม่มีปัญหาเรื่องส่งเงินให้กับผู้กรีดยาง รัฐบาลก็บอกว่า ทำอย่างนี้ก็เท่ากับว่า ให้เกษตรกร 12 บาท ต่อกิโล ถ้าราคายางอยู่ที่ 78 บาทในปัจจุบัน ก็เหมือนกับว่าได้ 90 บาทหลายคนตกลง ก็ไม่ได้แตกต่างอะไรกัน ทำนองนั้น แต่ประเด็นอยู่ที่ว่าราคายางจะเป็นอย่างนี้ตลอดไปหรือไม่คำตอบคือไม่ใช่
ผู้สื่อข่าวถามว่า รัฐบาลมองว่ายางอยู่ในช่วงขาขึ้น หรือรังเกียจที่จะใช้วิธีการประกันราคา เพราะเป็นเรื่องที่พรรคประชาธิปัตย์เคยทำมาก่อน หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า เขามีจุดยืนค่อนข้างชัดว่าจะไม่ยุ่งเรื่องราคา ซึ่งก็เป็นท่าทีที่ตรงกันข้ามกับพืชผลตัวอื่น ส่วนเหตุผลที่แท้จริงคืออะไรนั้น น่าจะถามรัฐบาลมากกว่า แต่ที่สำคัญตอนนี้คือเกษตรกรพร้อมที่จะรับข้อเสนอ แล้วก็ไม่มีการชุมนุมแต่ว่าคงต้องการขอความมั่นใจในเชิงปฏิบัติ เพราะฉะนั้นดีที่สุดตอนนี้คือรัฐบาลทำให้มันจบ ด้วยการไปตกลงในรายละเอียดต่าง ๆ กับเกษตรกร ทั้งในกรอบเวลาว่าเงินที่จะช่วยเหลือนี้จะไปถึงมือเขาเมื่อไหร่ วิธีการไหนที่ยอมรับกันได้ และความเสี่ยงที่ยังเหลืออยู่กับวิธีการนี้จะมีท่าทีอย่างไร ถ้าทำอย่างนี้ได้ก็ไม่มีการชุมนุม เกษตรกรมีรายได้ในระดับซึ่งถือว่าพออยู่ได้ คือมีกำไรระดับตามสมควรเรื่องก็จะได้ยุติไป
เมื่อถามว่า วิธีการช่วยเหลือชดเชยอย่างนี้ เป็นการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า การบริหารสถานการณ์เฉพาะหน้านั้นต้องมี ส่วนในระยะยาวเรื่องการแปรรูปเพิ่มมูลค่าให้ยางก็เป็นส่วนสำคัญ และการลดต้นทุนก็เป็นแนวทางที่ต้องทำแน่นอน แต่ต้องยอมรับว่า ราคายางพารานั้นแกว่งตัวค่อนข้างมาก ซึ่ง 3 - 4 เดือนข้างหน้า ก็ต้องจับตาดูว่าราคายางในตลาดโลกเป็นอย่างไร ทั้งนี้ปัจจัย 2 ตัว ที่ต้องคำนึงถึงคือ 1.ปัจจัยในเรื่องที่รัฐบาลเป็นผู้ผลิตใหญ่ ซึ่งก็รวมทั้งไทยด้วยนั้น มีสัญญาณเกี่ยวกับเรื่องของการซื้อขาย การแทรกแซงหรือไม่ ถ้ารัฐบาลบอกปล่อยทุกอย่าง แล้วก็ไม่จับมือกับผู้ผลิตรายอื่น ก็ยังคิดว่ามีความเสี่ยงเรื่องราคายางอยู่ดี 2. ต้องจับตาดูปัจจัยการเมืองระหว่างประเทศ โดยเฉพาะเรื่องซีเรีย มีผลกระทบต่อราคาน้ำมัน ยางสังเคราะห์
ผู้สื่อข่าวถามว่า มองว่าการแก้ปัญหาของรัฐบาลช้าไปหรือไม่ จนทำให้ทุกอย่างบานปลาย ผู้นำฝ่ายค้านฯ กล่าวว่า ถ้ารัฐบาลเอาใจใส่ตั้งแต่ต้น ก็คงไม่ลุกลามบานปลายถึงตรงนี้ ก็อยากให้รัฐบาลปรับท่าทีตรงนี้ว่า เดิมทำไมถึงได้ไม่พยายามที่จะให้ความสนใจ หรือให้ความสำคัญกับเกษตรกรกลุ่มนี้ และตนก็ต้องคารวะการต่อสู้ของชาวสวนยาง เพราะต่อสู้จริงจังไม่อย่างนั้นคงไม่มาถึงจุดนี้





