ครม.อนุมัติไทยเซ็นความตกลงกับมอนเตเนโกรยกเว้นวีซ่าให้คนถือพาสปอร์ตการทูต-ราชการ "โฆษกรัฐ"ยันไม่เกี่ยว"ทักษิณ"ได้เป็นพลเมืองมอนเตฯ
นายภักดีหาญส์ หิมะทองคำ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) ว่า ที่ประชุมครม.มีมติอนุมัติตามที่กระทรวงการต่างประเทศเสนอเรื่องการจัดทำความตกลงระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทย กับรัฐบาลแห่งมอนเตเนโกร ว่าด้วยการยกเว้นการตรวจลงตรา (วีซ่า) สำหรับผู้ถือหนังสือเดินทางทูตและราชการไทยและมอนเตเนโกร โดยให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ หรือผู้ที่ได้รับมอบหมายเป็นผู้ลงนามในความตกลงดังกล่าว
ทั้งนี้ กระทรวงการต่างประเทศรายงานว่าความตกลงดังกล่าวจัดทำขึ้นเพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทางเข้า-ออก และพำนักของบุคคลที่ถือหนังสือเดินทางทูตและราชการไทยและมอนเตเนโกร โดยไม่ต้องขอรับการตรวจลงตรา(วีซ่า) เป็นระยะเวลาไม่เกิน 90 วัน อย่างไรก็ตาม คู่ภาคีมีสิทธิปฏิเสธการเข้าเมืองด้วยเหตุผลด้านความมั่นคงของประเทศหรือด้านสาธารณสุข ทั้งนี้การจัดทำความตกลงดังกล่าวถือเป็นการยกระดับความร่วมมือระหว่าง 2 ประเทศ เพื่อเป็นพื้นฐานไปสู่การพัฒนาความสัมพันธ์ในมิติต่าง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านการเมือง เศรษฐกิจ และการท่องเที่ยว
นายภักดีหาญส์ กล่าวอีกว่า ประเทศไทยได้สถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตกับมอนเตเนโกร เมื่อวันที่ 6 มิ.ย.2550 ซึ่งความสัมพันธ์ดำเนินมาด้วยความราบรื่น ขณะที่การค้าระหว่าง 2 ประเทศมีมูลค่าประมาณ 5 ล้านดอลลาร์ (หรือประมาณ 150 กว่าล้านบาท) แม้จะถือว่ามีมูลค่าไม่มาก แต่มอนเตเนโกรมีการนำเข้าสินค้าอุปโภคบริโภคจากไทย กว่า 80% ดังนั้น ประเทศดังกล่าวจึงมีศักยภาพในการเป็นตลาดสินค้าอุปโภคบริโภคของไทย รวมถึงประเทศนี้ยังมีศักยภาพในการเป็นแหล่งเงินลงทุนในสาขาต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นสาขาประมง การท่องเที่ยว และโครงสร้างพื้นฐาน ตลอดจนเป็นประตูเข้าสู่ประเทศในคาบสมุทรบอลข่าน เนื่องจาก มอนเตเนโกรมีท่าเรือสำคัญที่ทะเลเอเดรียติก
นายภักดีหาญส์ กล่าวว่า การทำความตกลงนี้ไม่ได้มีอะไรที่ผิดปกติ และไม่เกี่ยวกับกรณีที่มอนเตเนโกรให้หนังสือเดินทาง(พาสปอร์ต)และสิทธิความเป็นพลเมืองพิเศษแก่พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เพราะที่ผ่านมา ประเทศดังกล่าวมีการให้สิทธิความเป็นพลเมืองพิเศษแก่ชาวต่างประเทศที่เข้ามาอยู่ในประเทศและนำเงินมาเปิดบัญชีเงินฝากในประเทศนี้ อย่างน้อย 1 ล้านเหรียญสหรัฐ เพราะถือว่าเป็นผู้ที่มีศักยภาพทางการเงินหรือเข้ามาประกอบธุรกิจซึ่งเป็นประโยชน์ต่อเศรษฐกิจของเขา และประเทศนี้ต้องการให้คนเข้ามาลงทุนมากๆ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม มีกำหนดการเดินทางเยือน สาธารณรัฐมอนเตเนโกรอย่างเป็นทางการ ในวันที่ 13-14 ก.ย.นี้ หลังจากเสร็จสิ้นการร่วมประชุมคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ สมัยที่ 24 ที่สมาพันธรัฐสวิส รวมถึงการเยือนสาธารณรัฐอิตาลีและนครรัฐวาติกันอย่างเป็นทางการ
โดยนายกรัฐมนนตรี และคณะจะเดินทางถึงสาธารณรัฐมอนเตเนโกร ในวันที่ 13 ก.ย.นี้ เวลา 15.00 น. จากนั้นวันที่ 14 ก.ย. มีกำหนดการเข้าเยี่ยมคารวะประธานาธิบดีแห่งมอนเตเนโกร และพบหารือกับนายกรัฐมนตรีมอนเตเนโกร ซึ่งคาดว่าจะมีการลงนามความตกลงดังกล่าว ก่อนเดินทางกลับประเทศไทย





