วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

พิเชษฐ์เสนอปิดอภิปรายมาตรา6เห็นชอบ314

"พิเชษฐ์"เสนอปิดอภิปรายมาตรา6 เห็นชอบ 314 ต่อ 3 เสียง นัดประชุม 7 ก.ย. พิจารณามาตรา 7

เมื่อวันที่ 6 ก.ย.2556 การประชุมร่วมรัฐสภา ในช่วงค่ำ เพื่อพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ประเด็นที่มาส.ว.ในมาตรา 6 ฝ่ายค้านพยายามซักถามความชัดเจนในที่ประชุมเรื่องเวลาการพักประชุม ซึ่งปกติจะปิดการประชุมในเวลา 22.00 น. โดยฝ่ายค้านต้องการให้ปิดในเวลาที่ตกลงกันไว้ รวมทั้งสอบถามว่ามีข่าวว่าจะมีการพิจารณาวันที่ 7 ก.ย. รวมถึงวันที่ 10-11 ก.ย. โดยนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ประธานวิปฝ่ายค้าน ระบุว่า การดำเนินการในลักษณะเช่นนี้ก็เห็นแล้วว่า มีพยายามกำหนดวันประชุมอย่างเร่งรีบเพื่อช่วยเหลือวุฒิสภาที่มาจากการเลือกตั้งให้ทันลงรับสมัครเลือกตั้งในเดือนมีนาคม 2557 ใช่หรือไม่ ซึ่งส.ส.ฝ่ายรัฐบาลได้ประท้วงตอบโต้ จนทำให้บรรยากาศเริ่มตึงเครียด

จนนายนิคม ไวยรัชพานิช รองประธานรัฐสภา ในฐานะประธานในที่ประชุม ได้พยายามไกล่เกลี่ย และจะให้สมาชิกที่เหลือ 15 คนได้อภิปรายจนครบก่อนที่จะมีการปิดประชุมในวันนี้ แต่ก็ยังไม่สามารถตกลงเรื่องเวลากันได้ ทำให้นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน ส.ส. เชียงราย พรรคเพื่อไทย เสนอปิดการอภิปราย มาตรา 6 ส่งผลให้ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ประท้วงการทำหน้าที่ประธาน อย่าให้เหตุการณ์ปิดอภิปรายเหมือนมาตรา 5 เกิดขึ้นอีกเพราะจะมีปัญหา โดยนายนิคม ก็ขอให้นายพิเชษฐ์ถอนญัตติ แต่นายพิเชษฐ์ปฏิเสธ เนื่องจากมีการอภิปรายมากพอสมควรแล้ว

อย่างไรก็ดี นายดิเรก ถึงฝั่ง ส.ว.นนทบุรี ได้ลุกขึ้นอภิปรายว่า การตัดสินใจเรื่องเวลาอภิปรายขอให้เป็นดุลยพินิจของประธานในที่ประชุม แต่ตนมีข้อมูลเรื่องการใช้เวลาการอภิปรายตั้งแต่วันแรก จนถึงมาตรา 6 มีผู้ประท้วงแล้วกว่า 38 ชั่วโมง ฝ่ายค้านใช้เวลาอภิปรายนาน 25 ชั่วโมง รัฐบาล 1 ชั่วโมง คณะกรรมาธิการฯ 2 ชั่วโมง และส.ว.เพียง 14 ชั่วโมง

ขณะที่นายสมชาย แสวงการ ส.ว.สรรหา อภิปรายว่า ตนสนับสนุนให้ประธานในที่ประชุมเดินตามญัตติของนายพิเชษฐ์ และขอให้ท่านประธานเดินหน้าปิดการอภิปรายมาตรา 6 เหมือนกับมาตรา 5 ที่ผ่านมา ซึ่งพวกตนจะได้ยื่นเรื่องถอดถอนต่อนายนิคมเพิ่มอีก 1 ฉบับ แต่นายนิคม ตัดบทว่า ตนทำตามข้อบังคับการประชุม หากสมาชิกจะยื่นร้องอีกก็สามารถทำได้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สมาชิกยังคงถกเถียงกัน และอภิปรายพาดพิงกันไปมา ทำให้นายนิคม สั่งพักการประชุม 15 นาที เพื่อให้ทั้ง 3 ฝ่ายไปตกลงกันนอกรอบ จนกระทั่งเวลา 22.20 น. ได้เปิดประชุมอีกครั้ง นายวิชาญ มีนชัยนันท์ ส.ส.เพื่อไทย ในฐานะเลขานุการวิป 3 ฝ่าย ชี้แจงว่า ทางฝ่ายค้านไม่เข้าร่วมประชุม แต่ผลสรุปให้มีการประชุมต่อไป ขณะที่นายพิเชษฐ์ ก็ขอยืนยันตามญัตติเดิม ขณะที่นายสุพจน์ เลียดประถม ส.ว.ตราด ได้เสนอญัตติให้เปิดอภิปรายต่อ อย่างไรก็ตามนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้ฝ่ายค้าน ได้ประท้วงประธานว่า ประธานจะปิดอภิปรายไม่ได้เนื่องจากผิดข้อบังคับและขัดรัฐธรรมนูญ

ในที่สุดนายนิคม ก็ให้มีการลงมติในญัตติดังกล่าว ผลปรากฏว่า ที่ประชุมมีมติเห็นด้วยกับการปิดอภิปรายด้วยคะแนน 314 เสียง ไม่ปิดอภิปราย 7 เสียง จากนั้นได้มีการลงมติในมาตรา 6 ซึ่งที่ประชุมเห็นชอบตามคณะกรรมาธิการเสียงข้างมากด้วยคะแนน 314 เสียงต่อ 3 งดออกเสียง 13 เสียง ไม่ลงคะแนน 1 เสียง ให้ ส.ว.สามารถลงสมัครรับเลือกตั้งได้โดยไม่ต้องเว้นวรรค

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างที่มีการลงมติส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ได้นำบัตรประจำตัวที่ใช้แสดงตนชูขึ้นเหนือศีรษะเพื่อแสดงให้เห็นว่า พรรคประชาธิปัตย์ไม่ร่วมลงมติในมาตราดังกล่าว จากนั้นนายนิคมได้แจ้งนัดประชุมในวันที่ 7 ก.ย.เวลา 10.00 น. เพื่อพิจารณามาตรา 7 ทำให้ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ส่งเสียงโห่แสดงความไม่พอใจที่นัดประชุมในวันที่ 7 ก.ย.