ประธานวิปรัฐบาล เผยนัดประชุมร่วมรัฐสภาถกแก้รธน.ที่มาส.ว.7,10,11 ก.ย. หนุนส.ส.เสนอปิดอภิปรายหากเห็นว่าเยิ่นเย้อ
นายอำนวย คลังผา ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) เปิดเผยว่า วิปรัฐบาลได้หารือกันเป็นวงเล็กเมื่อเวลา 10.00 น.ที่พรรคเพื่อไทย โดยที่ประชุมมีความเห็นว่าให้เดินหน้าพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเรื่องที่มาของส.ว.ในมาตรา 6 ต่อทันที ทั้งนี้ จะมีการนัดประชุมร่วมรัฐสภาเพื่อพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเรื่องที่มาของส.ว.ในวันเสาร์ที่ 7 ก.ย. วันอังคารและวันพุธที่ 10 - 11 ก.ย.ตั้งแต่เวลา 10.00 น.ด้วย โดยในมาตราที่เหลืออยู่นั้นจะให้เกียรติฝ่ายค้านได้อภิปรายอย่างเต็มที่ แต่คิดว่าควรที่จะกำหนดกรอบให้ชัดเจนว่าจะเอาอีกกี่วันถึงจะจบ เพราะที่ผ่านมาไม่เคยมีการพิจารณาแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งไหนที่ยืดยาวขนาดนี้ สมัยรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ก็แก้ไขกันไวมาก วันนี้เราก็พิจารณากันนานพอสมควรแล้ว
นายอำนวย กล่าวอีกว่า ส่วนตัวเห็นด้วยหากจะมีส.ส.เสนอปิดการอภิปรายหากเห็นว่าอภิปรายเยิ่นเย้อพอสมควรแล้ว ตรงนี้ถือเป็นเอกสิทธิของส.ส. ประธานในที่ประชุมก็ทำอื่นใดไม่ได้ ต้องดำเนินการ ยืนยันว่าเราไม่ได้เร่งรีบทำตามใบสั่งใคร หรือต้องการเอาใจส.ว.เพื่อให้เสร็จทันการเลือกตั้งใหม่ที่จะมีขึ้น แต่เป็นการพิจารณาไปตามขั้นตอน สำหรับพฤติกรรมของส.ส.พรรคประชาธิปัตย์บางคนนั้นตนเห็นว่าไม่เหมาะสม เป็นผู้หลักผู้ใหญ่แล้ว จะตัดสินใจทำอะไรก็รู้ดีแก่ใจว่าผิดหรือถูก ตนไม่อยากวิจารณ์อะไร แต่ประชาชนที่ดูก็พิจารณาเองได้ ทั้งนี้ เชื่อว่าอาจจะมีคนไปยื่นให้คณะกรรมการจริยธรรม สภาฯสอบสวน ส่วนการพิจารณาร่างพ.ร.บ.เงินกู้ 2 ล้านล้านบาทหรือการแถลงผลงานรัฐบาลนั้น ตนยังตอบไม่ได้ว่าจะพิจารณาได้ในวันไหน อยากให้การพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญจบเสียก่อน
นายเกียรติอุดม เมนะสวัสดิ์ ส.ส.อุดรธานี พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีที่นายเชน เทือกสุบรรณ ส.ส.สุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์ ทุ่มเก้าอี้ในห้องประชุมสภาฯ ว่า ไม่ว่าจะมีอารมณ์โกรธเกลียดแค่ไหนก็ไม่ควรทำแบบนี้ กริยาแบบนี้ควรไปทำข้างนอก เพราะสภาฯ เป็นสถานที่รโหฐานและศักดิ์สิทธิ์ ทุกคนต้องให้ความเคารพ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นถ้ามีคนเสนอญัตติปิดอภิปรายแล้วไม่เห็นด้วยก็ควรเสนอให้เปิดอภิปรายต่อ ว่ากันด้วยเหตุด้วยผล ทั้งนี้การอภิปรายที่ผ่านมามักจะพบเห็นการพาดพิงบุคคลภายนอกหลายครั้ง อภิปรายอยู่ดีๆ ก็โยงไปหาพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี อย่างไรก็ตาม ส่วนตัวคิดว่าวันนี้น่าจะหันหน้ามาคุยกัน ถ้าฝ่ายหนึ่งคุยแต่อีกฝ่ายหนึ่งไม่คุยก็ลำบาก เรามีระบบสภาฯ ดีกว่าไม่มี เรามีเวทีให้พูดถ่ายทอดสดให้ชาวบ้านฟังมันดีกว่าไม่ใช่หรือ





