วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

เปิดคดีถอด'สุรพงษ์'หลังปปช.ชี้มูลเอื้อชินฯ

วุฒิสภามีมตินัดแถลงเปิดคดีถอด"นพ.สุรพงษ์" หลังถูกป.ป.ช.ชี้มูลความผิดเอื้อประโยชน์ให้ชินคอร์ป 17 ก.ย. นี้

ในการประชุมวุฒิสภา นัดพิเศษ เพื่อดำเนินกระบวนการถอดถอน นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) และนายไกรสร พรสุธี ปลัดกระทรวงไอซีที ออกจากตำหน่งตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 270 หลังจากที่ที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.)ชี้มูลว่ามีความผิดทางอาญา มาตรา157 ฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต จากกรณีที่ดำเนินการอนุมัติแก้ไขสัญญาสัมปทาน โครงการดาวเทียมสื่อสารภายในประเทศ (ฉบับที่5) เพื่อลดสัดส่วนการถือหุ้นของบริษัท ชินคอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) โดยมิชอบ

โดยที่ประชุม ซึ่งมีนายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธานวุฒิสภา คนที่ 1 ทำหน้าที่เป็นประธานในที่ประชุม มีมติกำหนดวันแถลงสำนวนของ กรรมการ ป.ป.ช. ฐานะผู้กล่าวหา และแถลงคัดค้านของนายสุรพงษ์ และนายไกรสร ฐานะผู้ถูกกล่าวหา ในวันที่ 17 ก.ย.พร้อมกับกำหนดให้ส.ว.ส่งข้อซักถามกับสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาภายในวันที่ 16 ก.ย.

ต่อมา นายสุรพงษ์ และนายไกรสร ได้เสนอเอกสารและข้อมูลเพิ่มเติมให้กับวุฒิสภาจำนวน 7 รายการ เช่น รายงานงบการเงินของบริษัทชินคอร์ประหว่างปี 2548-2555 และเอกสารการที่ระบุถึงการนำส่งรายได้ของบริษัท ชินแซทเทลไลท์ จำกัด (มหาชน) ให้กับกระทรวงไอซีทีเกี่ยวกับการบริหารกิจการดาวเทียมไทยคมระหว่าง 2548-2555 เป็นต้น โดยนพ.สุรพงษ์ ให้เหตุผลว่าการเสนอเอกสารดังกล่าวให้กับที่ประชุมวุฒิสภาเพิ่มเติม เพราะเป็นพยานหลักฐานใหม่ที่ไม่เคยส่งให้กับป.ป.ช.มาก่อน ซึ่งล้วนเป็นเอกสารที่แสดงให้เห็นว่าการแก้ไขสัญญาสัมปทานนั้นได้ช่วยให้ไอซีทีได้รับรายได้เพิ่มมากขึ้น โดยไม่ได้ทำให้รัฐเสียหายตามที่ป.ป.ช.กล่าวหาแต่อย่างใด

ขณะที่นายธรรมนูญ เรืองดิษฐ์ ผู้ช่วยเลขาธิการป.ป.ช.ในฐานะตัวแทนคณะกรรมการป.ป.ช. ชี้แจงว่า ขอคัดค้านการส่งเอกสารเพิ่มเติมดังกล่าวของนพ.สุรพงษ์ เพราะเป็นเอกสารหลักฐานที่ไม่ได้ปรากฎอยู่ในสำนวนการไต่สวนของป.ป.ช. อย่างไรก็ตาม มีเอกสารบางรายการที่นพ.สุรพงษ์และนายไกรสร ได้ส่งมาให้ป.ป.ช.พิจารณาเพื่อขอความเป็นธรรม แต่ป.ป.ช.ได้มีความเห็นว่าเอกสารดังกล่าวไม่ได้เป็นพยานหลักฐานใหม่แต่อย่างใด ซึ่งเป็นดุลยพินิจของคณะกรรมการป.ป.ช.ตามมาตรา 44 ของพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตพ.ศ.2542 อย่างไรก็ตาม ที่ประชุมวุฒิสภามีมติเสียงข้างมากเห็นชอบกับเอกสารจำนวน 7 รายการตามที่นพ.สุรพงษ์ และนายไกรสร เสนอเข้ามาให้วุฒิสภาประกอบการพิจารณา จากนั้นนายสุรชัย สั่งปิดประชุมในเวลา 11.48 น.