"นายกรัฐมนตรี" เปิดงานจีน-อาเซียนเอ็กซ์โปครั้งที่ 10 หวังหารือจีน-ลาว-ไทย สร้างโครงข่าวรถไฟความเร็วสูง
นายธีรัตถ์ รัตนเสวี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เมื่อเวลา 09.30 น. ตามเวลาท้องถิ่น น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ได้เดินทางไปกล่าวสุนทรพจน์ในพิธีเปิดงานแสดงสินค้าจีน-อาเซียนเอ็กซ์โปครั้งที่ 10 ที่นครหนานหนิง สาธารณรัฐประชาชนจีน
โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า นายกรัฐมนตรีรู้สึกยินดีที่ได้มาร่วมงานครบรอบ 10 ปีการจัดงานจีน-อาเซียนเอ็กซ์โป ที่นครหนานหนิงเพราะเป็นสัญลักษณ์ในการเติบโตที่เข้มของของความร่วมมืออย่างใกล้ชิดระหว่างจีนและอาเซียน โดยเฉพาะความร่วมมือระหว่างเอกชน ซึ่งเห็นได้จากมูลค่าการค้าขายในงานอาเซียน-จีนเอ็กซ์โปในปี 2555 ที่ผ่านมา มีมูลค่าเกือบ 2,000 ล้านดอลลาร์และคาดว่าปีนี้มูลค่าการจะเติบโตมากขึ้น โดยในงานนี้มีผู้ประกอบการไทยเข้าร่วมหลายร้อยราย ทำให้ไทยเป็น 1 ในประเทศอาเซียนที่มีผู้ประกอบการเข้ามาร่วมงานมากที่สุด
นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ความสำเร็จของการจัดงานนี้มาจากวิสัยทัศน์ของอาเซียนและจีนที่มุ่งหน้าแสวงหาความสำเร็จร่วมกัน ซึ่งนำมาสู่การจัดทำการเปิดเสรีการค้าระหว่างกันหรือ FTA ASEAN-CHINA และทำให้จีนก้าวขึ้นมาเป็นคู่ค้าที่ใหญ่ที่สุดของอาเซียนตั้งแต่ปี 2011 เป็นต้นมา
นายกรัฐมนตรี กล่าวว่าจีนและอาเซียนยังสามารถที่จะขยายความสัมพันธ์ด้านการค้าและการลงทุนให้มากขึ้นกว่านี้ เพื่อสร้างเสถียรภาพทางเศรษฐกิจระหว่างกัน โดยอยากเห็นการเพิ่มการลงทุนระหว่างกัน รวมถึงขยายจำนวนรายการสินค้าที่เปิดเสรีระหว่างกันให้หลากหลายมากขึ้น และลดกำแพงที่ไม่ใช่ภาษีลง
นอกจากนี้นายกรัฐมนตรี ยังได้ย้ำถึงการเชื่อมโยงระหว่างจีนและอาเซียน หรือ Connectivity มีความสำคัญมาก เพื่อทำให้การค้า การไปมาหาสู่ระหว่างประชาชนกับประชาชนสะดวกมากขึ้น ดังนั้นประเทศต่างจะต้องหันมาให้ความสำคัญกับการพัฒนาระบบคมนาคมขนส่ง กฎระเบียบต่างๆ ให้เอื้อต่อการเคลื่อนย้ายของสินค้าและประชากรระหว่างกันได้ง่ายขึ้น เช่นการเชื่อมเขตปกครองตนเองกวางสีจ้วงกับประเทศในอาเซียน
ทั้งนี้ไทยเตรียมลงทุนครั้งใหญ่มูลค่า 2 ล้านล้านบาทเพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งรวมถึงก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงภายในปี 2020 ที่สามารถเชื่อมผ่าน สปป.ลาว ไปยังประเทศจีนได้ จึงอยากให้ทั้งสามประเทศคือจีน ลาว และไทย หารือกันอย่างเร่งด่วนในการพัฒนาโครงข่ายรถไฟความเร็วสูงร่วมกัน ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อประชาชนของจีนและอาเซียน





