วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'โทนี่ แบลร์'ชู5แนวทางสร้างปรองดอง

"โทนี่ แบลร์" ชู 5 แนวทางสร้างปรองดอง ติงแก้รัฐธรรมนูญ แค่เปลือก-ยุติธรรมต้องไร้อคติ

ในการปาฐกถาพิเศษเรื่อง "ผนึกกำลังสู่อนาคต : เรียนรู้ร่วมกันจากประสบการณ์" หรือ Uniting for the future : Learning from each other’s experiences ที่โรงแรมพลาซ่า แอทธินี เมื่อวานนี้ (2 ก.ย.) มีอดีตผู้นำสหราชอาณาจักร และผู้ทรงคุณวุฒิหลายรายเข้าร่วมงาน พร้อมเสนอแนวทางการสร้างความปรองดองแห่งชาติ

นายโทนี แบลร์ อดีตนายกรัฐมนตรีสหราชอาณาจักร กล่าวตอนหนึ่งว่า สาเหตุที่ได้มาร่วมงานนี้ เนื่องจากผู้จัดงานเชิญมาโดยไม่ได้รับเงินรับทองอะไร แต่มาเพราะว่าเชื่อในกระบวนการสมานฉันท์และปรองดอง ไม่ใช่มาเพื่อบรรยาย แต่มาเพื่อแบ่งปันประสบการณ์ อย่างไรก็ตาม สุดท้ายแล้วจะแก้ไขปัญหาอย่างไรเป็นหน้าที่ของคนไทย

นายแบลร์ กล่าวต่อว่า อยากบอกหลัก 5 ประการของการทำงานเรื่องปรองดอง จากประสบการณ์ที่ได้เข้าไปมีส่วนร่วมในกระบวนการปรองดองหลายสถานการณ์ ได้แก่

ประการที่ 1 คือ การปรองดองเกิดขึ้นได้ ก็ต่อเมื่อสังคมมีความรู้สึกอยากแบ่งปันมากกว่าแบ่งแยก หรือหมายความว่าเรามีความรู้สึกไม่พอใจเกิดขึ้น แต่ก็อยู่ในบริบทที่สังคมรู้สึก ต้องการเห็นโอกาสมากกว่าไม่พออกพอใจในอดีต สิ่งที่สำคัญคือการเจรจาต่อรองสันติภาพและการผนึกกำลังร่วมกันที่จะแบ่งปันโอกาส

ประการที่ 2 สังคมจะต้องอยู่กับสถานการณ์ที่พูดถึงเรื่องการปรองดอง หมายความว่าเป็นความขัดแย้งที่มีการปรองดอง อดีตสามารถนำมาวิเคราะห์ได้ แต่ไม่ควรตัดสิน ทั้งนี้ก็เพื่อความพอใจของทุกฝ่าย อย่างไรก็ตาม เราต้องยอมรับว่าจะอย่างไรก็ตามเราต้องมีสองฝ่าย และเราไม่สามารถข้ามพ้นได้ แต่สามารถตรวจวิเคราะห์อดีตเพื่อเดินสู่อนาคตได้

สิ่งที่ยากที่สุด คือ การยอมรับความไม่พอใจและการปล่อยตัวนักโทษ ดังนั้นความปรองดองจะไม่ใช่เรื่องที่เกี่ยวกับความคิดในอดีต แต่เป็นความคิดที่จะนำไปสู่อนาคต ทั้งนี้ หากวิเคราะห์เหตุการณ์ในประเทศไทย เราจะเห็นประเด็นต่างๆ ที่คล้ายคลึงกัน คือเรื่องของความทุกข์ของญาติเหยื่อที่เสียชีวิตก็ยังอยู่ แต่การปรองดองต้องก้าวข้ามมันไป

ประการที่ 3 คือ เราไม่สามารถลบล้างความอยุติธรรมได้ แต่สาระที่แท้จริงคือสามารถตั้งกรอบการทำงานที่ทุกคนเห็นว่ายุติธรรมได้ ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องสำคัญยิ่ง ซึ่งประเทศไทยมีกรอบอยู่แล้ว คุณสามารถลงรายละเอียดเพิ่มเติมในผลลัพธ์ที่ถูกต้อง

สำหรับประเด็นเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ หรือประเด็นว่าใครขึ้นมายึดอำนาจนั้น ประเด็นเหล่านี้เป็นประเด็นแค่พื้นผิว แต่ลึกลงไปคือความไม่เห็นชอบของแต่ละฝ่าย การปรองดองจะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อคุยในประเด็นที่ลึกลงไปในแง่ของความยุติธรรมและความสมดุล ไม่ว่าจะเห็นขัดแย้งอย่างไรก็ต้องทำให้เห็นว่ามีทางเดินไปสู่อนาคตได้

ประการที่ 4 คือ หลักการประชาธิปไตยที่แท้และใช้งานได้ หมายความว่าในแต่ละประเทศมีการแบ่งแยกกัน มีพรรค ชนชั้น ศาสนา เชื้อชาติ และสีผิว ในประเทศไทยมีการแบ่งแยกมากมาย แต่เป็นเรื่องปกติ อย่างไรก็ตาม 2-3 อย่างที่เกี่ยวกับประชาธิปไตยอย่างแท้จริง คือ ประชาธิปไตยไม่ใช่เรื่องของการลงคะแนนเสียงเฉยๆ ไม่ใช่เรื่องที่ว่าคนส่วนใหญ่เข้าไปมีอำนาจ แต่ประชาธิปไตยเป็นเรื่องเกี่ยวกับแนวคิดที่ว่าคนส่วนใหญ่จะมีความสัมพันธ์กับคนกลุ่มน้อยอย่างไร หากคิดว่าประชาธิปไตยคือการชนะทุกอย่าง จะทำให้คนกลุ่มน้อยรู้สึกว่าถูกกีดกันในทุกเรื่อง

"ผมเห็นว่าประชาธิปไตยคือพหุภาคี ไม่ใช่อำนาจกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง แต่เป็นเรื่องการมีพื้นที่แบ่งปันทำงานกันได้ แบ่งปันค่านิยมบางอย่างร่วมกัน ประชาธิปไตยเป็นเรื่องของความคิด นี่คิดแกนของประชาธิปไตย ส่วนเรื่องหลักนิติธรรมต้องดำเนินไปไม่เอนเอียง ไม่ว่าจะเป็นตุลาการหรือรัฐบาลต้องตรวจสอบได้ กระบวนการยุติธรรมต้องมีความเป็นอิสระปราศจากการแทรกแซงหรืออคติ นี่คือกระบวนการยุติธรรมที่ถูกต้อง" นายแบลร์ กล่าว

ประการที่ 5 คือ หลักการที่นำไปปฏิบัติได้จริง แต่ปัจจุบันหลงลืมไป การปรองดองจะเกิดขึ้นได้ง่าย ถ้ารัฐบาลมีประสิทธิภาพในการดูแลประชาชน โปร่งใส ตรวจสอบได้ ทั้งนี้ การปรองดองจะง่ายขึ้นถ้ารัฐบาลกำลังทำงานเพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลงให้ประชาชนรู้สึกดีขึ้น หรืออีกนัยหนึ่งคือให้ประชาชนรู้สึกว่ากระบวนการสันติภาพนำไปสู่ความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ดังนั้นประเด็นที่รัฐบาลจะเดินหาประชาชน ทำให้มีความเป็นอยู่ดีขึ้น คือ ประเด็นที่สำคัญและเป็นสิ่งที่ท้าทายของรัฐบาล

นี่คือ หลักการทั้ง 5 ข้อ ในการทำงานเรื่องปรองดองของผม กระบวนการนี้ไม่ง่าย และบางครั้งคุณอาจก้าวไปสู่เหตุการณ์ที่ว่าความแตกต่างไม่สามารถนำไปสู่ความปรองดองได้เลย แต่สิ่งที่สำคัญในการปรองดอง คือ อย่ายอมแพ้ เพราะเป็นอนาคตของประเทศ แม้จะดูยากแค่ไหน แต่ก็คุ้มค่าที่จะปรองดอง"

"ขอย้ำว่า ประชาชนต้องเข้ามามีส่วนร่วม ในทุกประสบการณ์ที่ผมทำมา ผู้นำต้องอยู่หน้าขบวนการปรองดอง และประชาชนต้องตามหลังมาด้วย ฉะนั้นอย่ายอมแพ้ และอยากจะบอกว่า คุณไม่สามารถลบเลือนความแตกต่างได้ แต่ยืนยันว่าหากสามารถทำงานร่วมกัน ก็จะนำผลประโยชน์ไปสู่ประชาชนได้อย่างมหาศาล" นายแบลร์ ระบุทิ้งท้าย