วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

นายกฯปาฐกถาปชต.ไม่ใช่เรื่องเสียงข้างมาก

นายกฯปาฐกถาพิเศษ ประชาธิปไตยไม่ใช่เรื่องเสียงข้างมากข้างน้อย แต่เป็นความเคารพซึ่งกันและกัน หวังนำแนวคิดอดีตผู้นำโลกเป็นแรงบรรดาลใจหาทางออก

เมื่อเวลา 08.45 น. ที่รร.พลาซ่า แอทธินี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหมเป็นประธานกล่าวเปิดงาน การปาฐกถาพิเศษ "ผนึกกำลังสู่อนาคต: เรียนรู้ร่วมกันจากประสบการณ์" หรือ Uniting for the Future: Leaning form each other’s experiences ซึ่งเป็นการจัดปาฐกถาพิเศษวิชาการเพื่อส่งเสริมให้สาธารณชนไทยได้รับฟังประสบการณ์จากวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิและผู้เชี่ยวชาญต่างประเทศ ที่มีส่วนร่วมและประสบการณ์ในการส่งเสริมประชาธิปไตย และเสริมสร้างสันติภาพในหลายประเทศทั่วโลก ที่จะเป็นประโยชน์สำหรับสังคมไทยในการสร้างอนาคตและส่งเสริมการพัฒนาประชาธิปไตย

ซึ่งมีนายโทนี่ แบลร์ อดีตนายกรัฐมนตรีสหราชอาณาจักร นายมาร์ตรี อาห์ติซารี อดีตประธานธิบดีฟินแลนด์ นางพริซิลลา เฮย์เนอร์ ผู้เชี่ยวชาญอิสระด้านความยุติธรรมในระยะเปลี่ยนผ่าน และที่ปรึกษาอาวุโส Centre for Humanitarian Dialogue (HDC) ร่วมเป็นองค์ปาฐก โดยมีนายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รมว.ต่างประเทศ นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา รองนายกรัฐมนตรี นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รมว.พาณิชย์ นรายวราเทพ รัตนากร รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรีและรมช.เกษตรและสหกรณ์ นางปวีณา หงสกุล รมว.กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ นายสุรินทร์ พิศสุวรรณ อดีตเลขาธิการอาเซียน นายสุรเกียรติ์ เสถียรไทย บรรดาตัวแทนจากสถานฑูต และองค์การระหว่างประเทศ นักวิชาการ มูลธิองค์การเพื่อประชาธิปไตย ภาคประชาชน เข้าร่วม

น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวถ้อยแถลงเปิดงานว่า การแลกเปลี่ยนความรู้เชิงวิชาการซึ่งจัดขึ้นเป็นครั้งแรก ขอขอบคุณวิทยากรผู้ทรงเกียรติที่ได้สละเวลาอันมีค่าเพื่อร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์ในวันนี้ รวมทั้ง สถาบันเทวะวงศ์ วโรปการณ์ กระทรวงการต่างประเทศ และ ภาควิชาระหว่างประเทศ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สำหรับการจัดงานสำคัญครั้งนี้ ความตั้งใจของงานปาฐกถาพิเศษครั้งนี้ คือการจัดเวทีเปิดสำหรับการร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์ ความคิด และแม้แต่เรื่องราวส่วนบุคคล เพื่อสร้างการเรียนรู้ซึ่งกันและกัน ในการสร้างเอกภาพเพื่อสันติภาพและความรุ่งเรืองของประชาชน โดยนายกรัฐมนตรีเชื่อว่า การปาฐกถาพิเศษครั้งนี้ รวมทั้งเวทีต่างๆในอนาคต จะเกิดประโยชน์ต่อการพัฒนาและสร้างความเข้าใจในประเด็นต่างๆที่เกี่ยวข้อง และสำคัญไปกว่านั้น จะเป็นการเตรียมพื้นฐานอันจะนำไปสู่แนวทางที่ปฏิบัติได้เพื่อนำไปดำเนินการ การแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับอุดมการณ์นั้นเป็นสิ่งสำคัญ แต่ท้ายที่สุดแล้ว เราต้องสามารถใส่เนื้อหา เพื่อนำไปสู่การปฏิบัติเพื่อการแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน

นายกฯ กล่าวว่า ขณะนี้ประชาธิปไตยอยู่ในช่วงที่ยืนอยู่บนทางแยก และยังคงมีความพยายามที่จะริดรอนเสรีภาพของประชาชนในหลายๆแห่งทั่วโลก ซึ่งหลายท่านในที่นี้เชื่อในระบอบประชาธิปไตย และได้ทำงานอย่างหนักเพื่อปกป้องและรักษาหลักประชาธิปไตย ประชาธิปไตยนั้นคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของปัจเจกบุคคล รวมทั้งสนับสนุนอัจฉริยะภาพของบุคคลให้งอกงาม นอกจากนี้ ประชาธิปไตยให้โอกาสทางเศรษฐกิจที่เท่าเทียมเพื่อการเติบโต และประชาธิปไตยเคารพความแตกต่างหลากหลาย ในขณะที่เปิดให้ความแตกต่างนี้ สามารถแก้ไขได้ในแนวทางที่สันติ การให้ความสำคัญอย่างยิ่งต่อความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันเพื่อให้เกิดความมั่นคงและสันติภาพที่ยั่งยืน เพราะความมั่นคงเป็นพื้นฐานสำหรับทุกประเทศและภูมิภาคในการพัฒนาทางเศรษฐกิจและสังคมที่ยั่งยืน โดยความท้าทายของคนในรุ่นนี้ คือการสร้างอนาคตที่มั่นคงสำหรับลูกหลาน ที่ซึ่งความขัดแย้งลดน้อยลง และมีสภาพแวดล้อมที่ให้โอกาสที่เสมอภาคเพื่อการเติบโต รุ่งเรือง

ดังนั้น กุญแจสำคัญคือการทำงานเพื่อสร้างอนาคตที่รายล้อมด้วยประชาธิปไตยที่มีพื้นฐานที่เข้มแข็งและมั่นคง และเมื่อกล่าวถึงประชาธิปไตยนั้น ไม่ได้เพียงหมายถึงระบบที่เสียงข้างมากเป็นรัฐบาลและเสียงข้างน้อยเป็นฝ่ายค้าน แต่หมายรวมถึงวัฒนธรรมที่ประชาชนทุกคนเคารพความคิดเห็นซึ่งกันและกัน และที่ทุกคนยึดและเคารพต่อหลักนิติรัฐ นิติธรรม การมาร่วมปาฐกถาในวันนี้เพื่อลูกหลาน เราจำเป็นต้องเรียนรู้ซึ่งกันและกัน และเชื่อว่า คนไทยทุกคนจะได้รับประโยชน์จากประสบการณ์จากประเทศต่าง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การที่จะเรียนรู้ว่าประเทศต่าง ๆ ได้แก้ปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองและส่งเสริมการพัฒนาประชาธิปไตยอย่างไร รวมทั้งการสนับสนุนให้ทุกฝ่ายยกความขัดแย้งออกไปก่อน และร่วมกันทำงานเพื่อสร้างอนาคตของประชาธิปไตยที่มั่นคง แน่นอนว่าเราต้องรับฟังถึงความสำเร็จ แต่เราต้องเรียนรู้ความล้มเหลวเช่นเดียวกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อเอกภาพไม่บรรลุผล รวมทั้งผลที่ตามมาจากความขัดแย้งทางการเมือง เมื่อไม่มีความปรองดอง ในตอนท้าย

"หวังว่าบทเรียนจากกรณีศึกษาจากประเทศต่าง ๆ จะสร้างแรงบันดาลใจทุกคนในการสะท้อนมุมมองว่าอะไรคือสิ่งที่ดีที่สุดของประเทศ ซึ่งสิ่งนี้จะช่วยให้เราก้าวไปด้วยกันตามแนวทางประชาธิปไตย ในขณะที่เราแสวงหาความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันเพื่ออนาคตของลูกหลาน"นายกฯ กล่าว