"พล.อ.ไตรรงค์"ทำบุญวันเกิด 64 ปี เผยอยากเห็นคนไทยสามัคคี-ปรองดอง เหน็บปชป.เลิกขวางปฏิรูปการเมือง ซัดหยุดหนุนม็อบสวนยาง
พล.อ.ไตรรงค์ อินทรทัต อดีตหัวหน้าฝ่ายเสนาธิการประจำรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พร้อมครอบครัว ทำบุญเลี้ยงอาหารเด็กสถานสงเคราะห์เด็กหญิงบ้านราชวิถี เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันเกิดครบรอบปีที่ 64 ปี ในวันที่ 1 ก.ย.ที่จะถึงนี้ พร้อมมอบเงินสนับสนุนในการซ่อมแซมอาคารบ้านขจร จำนวน 5 แสนบาท เพื่อให้เป็นที่พักพิงและอำนวยความสะดวกแก่เด็กที่อยู่ในความดูแลของสถานสงเคราะห์หญิงบ้านราชวิถี โดยมีเพื่อนเตรียมทหารรุ่น 10 และบุคคลใกล้ชิดตบเท้าเข้าร่วมอวยพรวันเกิดอย่างพร้อมเพรียง
พล.อ.ไตรรงค์ ได้ให้สัมภาษณ์ในระหว่างการทำบุญเลี้ยงอาหารเด็กว่า วันเกิดปีนี้อยากเห็นเด็กเยาวชนทุกคนเติบโตขึ้นเป็นพลเมืองที่ดี โดยเฉพาะเด็กๆที่สถานสงเคราะห์หญิงราชวิถีแห่งนี้ ซึ่งถือเป็นสถานที่ที่ตนได้ดูแลมาเป็นเวลากว่า 18 ปีแล้วก็อยากเห็นเด็กทุกคนที่นี่เติบโตเป็นคนดี เพื่ออนาคตของประเทศชาติ ส่วนสถานการณ์ความขัดแย้งในปัจจุบันก็อยากฝากให้ทุกคนทีความสามัคคีกัน เพราะความปรองดองดีที่สุด ใครที่ขวางอยู่ก็เลิกขวางซะ พรรคไหนที่ขวางอยู่ก็เลิกขวางซะ ให้ปรองดองกันดีกว่า
ส่วนการจัดตั้งเวทีปฏิรูปประเทศเพื่อสร้างความปรองดองตามนโยบายของรัฐบาลนั้น พล.อ.ไตรรงค์ กล่าวว่า ส่วนตัวเห็นด้วยและสนับสนุนแนวเพื่อให้เกิดความปรองดอง เมื่อถามย้ำว่าได้รับการทาบทามจากรัฐบาลบ้างหรือไม่ พล.อ.ไตรรงค์ ระบุว่า ไม่มี อย่างตนไม่มีใครมาทาบทาม เมื่อถามว่ามองการจัดทำบัญชีโยกย้ายรายชื่อนายทหารประจำปี 2556 อย่างไรในฐานะที่เคยเป็นอดีตนายทหาร พล.อ.ไตรรงค์ ระบุว่า ไม่มีความเห็นต่อเรื่องดังกล่าว แต่เห็นว่าผู้บัญชาการเหล่าทัพหรือผู้บังคับบัญชาเสนอชื่อใครขึ้นมา ก็เป็นไปตามนั้น เพราะทุกอย่างมีขั้นตอน มีกฎระเบียบอยู่แล้ว
เมื่อถามว่ามองปัญหาความขัดแย้งกรณีม็อบสวนยางพารา ที่ อ.ชะอวด จ.นครศรีธรรมราช อย่างไร เพราะมีหลายฝ่ายตั้งข้อสงสัยว่าอาจมีพรรคการเมืองคอยให้การสนับสนุนอยู่ พล.อ.ไตรรงค์ ระบุว่า ขอให้คนที่มีพฤติกรรมดังกล่าวหยุดการกระทำ เพราะทำให้บ้านเมืองเกิดความเสียหาย ใครที่หนุนม็อบอยู่ก็เลิกเถอะ มันจะได้สมานฉันท์กันสักที อายกันบ้าง อย่าเอาแต่ผลประโยชน์ของพรรคการเมือง
เมื่อถามถึงความสัมพันธ์กับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในฐานะเพื่อร่วมรุ่นเตรียมทหาร 10 เป็นอย่างไรบ้าง พล.อ.ไตรรงค์ ระบุว่า ได้มีการพูดคุยและไปมาหาสู่กันตามประสาเพื่อน ซึ่งส่วนใหญ่ประเด็นที่พูดคุยกันก็เป็นเรื่องสัพเพเหระ ไมได้เป็นเรื่องที่มีสาระหรือเรื่องเกี่ยวกับการเมืองแต่อย่างใด





