วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'ยิ่งลักษณ์'เลือก'นิพัทธ์'นั่งปลัดกลาโหม

โผทหารจบ นายกฯฟันธงเลือก"นิพัทธ์"นั่งปลัดกลาโหม

น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีเเละรมว.กลาโหม ได้เป็นประธานในการประชุมคณะกรรมการปรับย้ายนายทหารชั้นนายพล โดยมีพล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา รมช.กลาโหม พล.อ.ทนงศักดิ์ อภิรักษ์โยธิน ปลัดกระทรวงกลาโหม พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร ผู้บัญชาการทหารสูงสุด พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก พล.ร.อ.สุรศักดิ์ หรุ่นเริงรมย์ ผู้บัญชาการทหารเรือ พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง ผู้บัญชาการทหารอากาศและพล.อ.ชาญ โกมลหิรัญ เจ้ากรมเสมียนตรา เข้าร่วมประชุมภายในห้องรับรองสำนักงานรมว.กลาโหม เพื่อหารือการจัดทำบัญชีโยกย้ายนายทหารประจำปี 2557 โดยใช้เวลาในการหารือ 1 ชั่วโมง

ภายหลังการประชุมเสร็จสิ้น น.ส.ยิ่งลักษณ์ปฏิเสธที่จะตอบคำถามว่า การหารือการจัดทำบัญชีรายชื่อปรับย้ายนายทหารเรียบร้อยหรือไม่ โดยนายกฯเพียงแค่ส่งยิ้มให้กับสื่อมวลชนเท่านั้น ต่อมาในเวลา 15.30 น.น.ส.ยิ่งลักษณ์เดินมาเป็นประธานในการประชุมสภากลาโหมประจำเดือนส.ค.ร่วมกับผบ.เหล่าทัพต่อไป โดยเมื่อประชุมสภากลาโหมเสร็จ ในเวลา 17.30 น. น.ส.ยิ่งลักษณ์จึงเดินทางออกจากกระทรวงกลาโหม ทั้งนี้เป็นที่น่าสังเกตว่า พล.อ.นิพัทธ์ ทองเล็ก รองปลัดกระทรวงกลาโหม(ตท.14) ซึ่งเป็นหนึ่งในแคนดิเดตที่จะมาดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงกลาโหมลงมาต้อนรับ และเดินลงมาส่งน.ส.ยิ่งลักษณ์กลับด้วยตนเอง โดยพล.อ.นิพัทธ์ มีสีหน้าที่ยิ้มแย้มแจ่มใส

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 29 ส.ค.ที่ผ่านมา พล.อ.ทนงศักดิ์ อภิรักษ์โยธิน ปลัดกระทรวงกลาโหม และพล.อ.ประยุทธ์ ได้เดินทางไปหารือกับน.ส.ยิ่งลักษณ์ เพื่อพูดคุยถึงปัญหาการพิจารณาบุคคลที่จะมาดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงกลาโหมคนใหม่ เนื่องจากรัฐบาลสนับสนุน พล.อ.นิพัทธ์ที่สามารถตอบสนองนโยบายของรัฐบาลได้ ขณะที่ฝ่ายการเมืองในพรรคเพื่อไทยผลักดัน พล.อ.จิระเดช โมกขะสมิต (ตท.13) ผู้ช่วยผบ.ทบ. โดยพล.อ.ประยุทธ์ พร้อมเสนอชื่อให้พิจารณาด้วย เนื่องจากจะทำให้โควต้า 5 เสือกองทัพบกว่างลงอีกหนึ่งตำแหน่ง เพื่อที่จะได้ขยับผู้ที่เหมาะสมในกองทัพบกขึ้นมาดำรงตำแหน่งแทน

โดยพล.อ.ทนงศักดิ์ เห็นว่า พล.อ.นิพัทธ์ และพล.อ.จิระเดช มีคุณสมบัติที่เหมาะสมที่จะขึ้นมาดำรงตำแหน่ง โดยพล.อ.จิระเดช (ตท.13 ) มีอายุราชการ 1 ปี (เกษียณปี2557) ขณะที่พล.อ.นิพัทธ์ (ตท.14 )เกษียณในปี 2559 หากให้พล.อ.จิระเดช ขึ้นมาดำรงตำแหน่ง 1 ปี จากนั้นให้พล.อ.นิพัทธ์ ขึ้นมาเป็นต่อ ก็ถือเป็นการให้โอกาสและหมุนเวียนตำแหน่ง ขณะที่พล.อ.นิพัทธ์ มีความพร้อมในการสนองนโยบายของรมว.กลาโหม และน่าจะสร้างบทบาทฝ่ายอำนวยการของกระทรวงกลาโหมเพื่อเข้าไปมีส่วนร่วมในอาเซียนได้อย่างดี