วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

จี้ปธ.รัฐสภาเปิดโอกาสฝ่ายค้านอภิปราย

"จุรินทร์"จี้ประธานรัฐสภาเปิดโอกาสฝ่ายค้านอภิปราย ชี้ร่างแก้ไขรธน. ม.4 ไม่รอบคอบ เหตุคณะกรรมการสรรหาส.ว.ยังมีอยู่ เตือนรวบรัด เกิดปัญหาแน่

นายจุรินทร์ ลักษณะวิศิษฐ์ ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) กล่าวถึงบรรยากาศการประชุมร่วมรัฐสภา เพื่อพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเกี่ยวกับที่มา ส.ว. ที่คณะกรรมาธิการฯพิจารณาเสร็จแล้ว ในวาระที่ 2 เป็นวันที่ 6 โดยยังคงพิจารณาอยู่ที่ มาตรา 4 ว่า หากประธานเปิดโอกาสให้สมาชิกที่ขอแปรญัตติและสงวนคำแปรญัตติ ได้ใช้สิทธิ์อภิปราย ไม่น่าจะมีปัญหา แต่ดูเหมือนว่าการพิจารณามาตรา 4 ที่ค้างมาจากการประชุมครั้งที่ผ่านมานั้น มีความพยายามที่จะไม่เปิดโอกาสให้ผู้แปรญัตติได้อภิปราย ในมาตรา 4 เพราะฉะนั้นเรื่องนี้จะเป็นประเด็น โดยให้เหตุผลว่า เนื่องจากมีการยกเลิกคณะกรรมการสรรหาในมาตรา 4 ไปแล้ว

ดังนั้นจะมาอภิปรายเรื่องคณะกรรมการสรรหาใด ๆ ที่แปรญัตติไว้ไม่ได้ ซึ่งหากดูตามรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2550 จะเห็นได้ว่ายังมีมาตรา 240 ที่กำหนดเรื่องภารกิจของคณะกรรมการสรรหา ที่ระบุว่า ถ้าหากตำแหน่งวุฒิสมาชิกว่างลงก็จะต้องมีการสรรหาขึ้นมาใหม่ ซึ่งแสดงให้เห็นว่า คณะกรรมการสรรหา ก็ยังอยู่ในรัฐธรรมนูญปัจจุบัน และแม้แก้ไขไปแล้วตามร่างที่กำลังพิจารณานั้น มาตรา 240 ในกรณีที่มีการคัดค้านว่าการสรรหาส.ว. เป็นไปโดยไม่ถูกต้องไม่ชอบด้วยกฎหมาย ให้คณะกรรมการสรรหาดำเนินการสืบสวนสอบสวนก็ยังอยู่ เนื่องจากการเขียนรัฐธรรมนูญฉบับแก้ไขเพิ่มเติม มีลักษณะที่ไม่รอบคอบ และไม่สอดคล้องต้องกันกับรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันที่ยังมีอยู่ เท่ากับว่าในเมื่อยังมีคณะกรรมการสรรหาผู้ที่สงวนคำแปรญัตติก็สามารถที่จะกลับมาอภิปรายได้ ทั้งนี้ตนจะนำเรื่องนี้เข้าชี้แจงในที่ประชุมต่อไป

ผู้สื่อข่าวถามว่า ได้มีการกำชับไปยังประธานรัฐสภาในเรื่องการเร่งรัดการลงมติ มาตรา 4 อย่างไรบ้าง นายจุรินทร์ กล่าวว่า เป็นเรื่องที่ประธานต้องปฏิบัติให้เป็นไปตามข้อบังคับ ถ้ารวบรัดตนเป็นห่วงว่าจะเกิดปัญหาตามมาภายหลัง นอกจากนี้ตนยังได้ทักท้วงประธานสภาไปแล้ว ว่าไม่ควรที่จะเปิดการประชุมในวันนี้ (30 ส.ค.) แต่ประธานรัฐสภา กลับฟังแต่วิปรัฐบาลไม่ฟังวิปสามฝ่าย และคาดว่าอาจจะมีการนัดประชุมต่อในวันเสาร์และอาทิตย์นี้อีก ถือเป็นเรื่องที่เกินความพอดี และเกินความจำเป็น แต่รัฐบาลมักออกมาระบุว่าไม่รีบร้อน ตรงกันข้ามกับพฤติกรรม ที่เร่งรีบในการประชุมติดต่อกันเป็นเวลาหลายวัน ควรเอาเวลาที่แก้ไขรัฐธรรมนูญ ไปแก้ไขปัญหาปากท้องของประชาชนจะดีกว่า เพราะการแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้ไม่ได้ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อส่วนรวม แต่จะเป็นประโยชน์ต่อรัฐบาลและวุฒิสมาชิกที่จะลงสมัครรับเลือกตั้ง รวมถึงพรรคการเมืองบางพรรคการเมืองเท่านั้น อย่างไรก็ตาม หากจะมีการนัดประชุมในวันเสาร์และอาทิตย์นั้น วิปฝ่ายค้านก็สุดปัญญาที่จะท้วงติงแล้ว

เมื่อถามว่า มีความกังวลในการอภิปราย มาตรา 5 ที่เกี่ยวกับประเด็นคุณสมบัติของผู้ที่จะลงสมัครรับเลือกตั้งเข้ามาเป็นส.ว. ที่มีผู้สงวนคำแปรญัตติเป็นจำนวนมากหรือไม่ นายจุรินทร์ กล่าวว่า ตนมีความกังวล เพราะไม่เพียงแต่ฝ่ายค้านที่สงวนคำแปรญัตติ แต่ยังมีส.ว.อีกมากที่จะอภิปราย ซึ่งหากมีการตัดสินเชื่อว่าจะเกิดเหตุการณ์ขัดแย้งในการประชุมแน่นอน