สภาถกปัญหาราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ "สุเทพ"แนะนายกฯจับมืออินโดนีเซีย กุมราคาตลาดโลก
ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ได้พิจารณาญัตติที่ ส.ส.ฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาล เสนอให้รัฐบาลพิจารณาปัญหาความเดือดร้อนประชาชนในเรื่องราคาพืชผลการเกษตรตกต่ำและค่าครองชีพที่มีราคาแพง โดยนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน หรือวิปฝ่ายค้าน กล่าวว่า ขณะนี้ราคาพืชผลการเกษตรตกต่ำทุกตัว ไม่ว่าข้าวโพด ลำใย มันสำปะหลัง อ้อย โดยเฉพาะยางพารา สมัยรัฐบาลประชาธิปัตย์อยู่ที่กิโลกรัมละ 120 บาท ขณะนี้เหลือเพียง 66.76 บาท ทำให้เกษตรกรชาวสวนยางเตรียมชุมนุมพร้อมกันทั่วประเทศ วันที่ 3 ก.ย. สิ่งที่เห็นได้ชัดช่วง 2 ปีที่รัฐบาลบริหารราชการแผ่นดินไร้ประสิทธิภาพ ทั้งราคาสินค้าอุปโภคบริโภคที่ขยับสูงต่อเนื่อง ไข่ไก่แพงสุดฟองละ 7 บาท ราคาก๊าชหุงตุ้มที่จะปรับขึ้นวันที่ 1 ก.ย. ค่าเอฟทีไฟฟ้า ค่าทางด่วน เมื่อค่าครองชีพถีบตัวสูงขึ้นรายได้ประชาชนไม่พอกับรายจ่าย ผลตามมาคือภาวะหนี้สินเพิ่มขึ้น ตัวเลขภาวะสินเชื่อครัวเรือนเมื่อเทียบกับจีดีพี พุ่งขึ้นสูงถึงร้อยละ 77.51 ทั้งหมดนี้เกิดจากรัฐบาลบริหารงานผิดพลาดล้มเหลว ไม่โปร่งใส ไร้ประสิทธิภาพ ดังนั้น ส.ส.ทั้ง 73 คน จึงขอเรียกร้องนายกฯให้ความสนใจเข้าร่วมรับฟังและเร่งลงมาแก้ปัญหา
น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ที่นั่งรับฟังอยู่ได้ชี้แจงว่า วันนี้เป็นโอกาสดีที่เราจะได้พูดคุยกันถึงปัญหาราคาสินค้าและสินค้าเกษตรตกต่ำ รัฐบาลยินดีรับฟังและพยายามแก้ปัญหา เราไม่เคยเลือกปฏิบัติ และรับไปแก้ปัญหาไม่ว่าจะเป็นยางพารา หรือข้าว แต่มาตรการอาจแตกต่างกัน ข้าวก็มาตรการหนึ่ง ยางพาราก็มีอีกหลายวิธีที่จะแก้ เราจะเร่งรับฟังและพูดคุยกับชาวสวนยาง เพื่อแก้ปัญหาร่วมกัน รวมไปถึงข้อแนะนำของสมาชิก แต่วันนี้ต้องขออภัย ณ ตรงนี้เนื่องจากติดภารกิจ พ.ท.หญิง ลัดดา แทมมี่ ดักเวิร์ธ ส.ส.เขต 8 รัฐอีรีนอยส์ สหรัฐอเมริกา มารอพบที่ทำเนียบรัฐบาล ก็จะขอให้รัฐมนตรี ที่เกี่ยวข้องชี้แจงก่อน ส่วนที่มีส.ส.ตั้งคำถามถึงการเดินทางไปต่างประเทศ หลายคนอาจมองและนำมาผูกกับเรื่องการส่งออก แต่การเดินทางไปต่างประเทศ มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความสัมพันธ์ หลายประเทศที่ไปแทบไม่เคยสร้างความสัมพันธ์กันเลย เราก็ต้องเริ่มสร้าง เพื่อเปิดประตูการค้าขาย แล้วการส่งออกจึงค่อยๆ ตามมา แต่ไม่ใช่ว่าตามมาทันที บางอย่างก็มีอุปสรรคด้านการค้า เราก็ต้องลดปัญหา บางประเทศต้องไปเปิดความสัมพันธ์ให้ภาคเอกชน ในหลายประเทศที่ท่านตั้งข้อสังเกต ก็ไปเพื่อร่วมประชุมความร่วมมือระดับผู้นำโลก อาทิ เวทีผู้นำอาเซียน ผู้นำเอเปก
หลังจากน.ส.ยิ่งลักษณ์กล่าวจบ และทำท่าจะลุกออกจากห้องประชุม นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ส.ส.สุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์ ได้ท้วงขอให้นายกฯ อยู่รับฟังข้อคิดเห็นของสมาชิกสัก 2 นาที ซึ่งน.ส.ยิ่งลักษณ์ ก็ยอมนั่งฟัง นายสุเทพจึงอภิปรายเชิงแนะนำว่า ถือเป็นโอกาสดีที่นายกฯจะได้รับฟังปัญหาราคายางพารา และอยากให้นายกฯมาแก้ปัญหาด้วยตัวเอง ก่อนหน้านี้มอบหมายให้นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รมช.เกษตรฯ ขณะนั้นลงมาแก้ก็ไม่ได้ผล จนเป็นปัญหาหมักหมมมา 2 ปีแล้ว รัฐบาลต้องพูดให้ชัดว่าจะใช้เวลาอีกเท่าไหร่ จะให้รอไปอีก 2 ปี ก็หมดวาระพอดี การบอกว่าเป็นเรื่องกลไกตลาดโลก เป็นการทำลายน้ำใจและความหวังชาวสวนยาง รัฐบาลต้องทำให้กลไกตลาดในประเทศดำเนินไปภายใต้การกำกับของรัฐบาล นายกฯต้องลงมาประชุมร่วมกับบรรดาพ่อค้าผู้ส่งออกทั้งหลาย เพื่อให้เขามั่นใจว่าสิ่งที่จะทำไม่ได้คิดไปหาเศษหาเลย หรือเอาประโยชน์ ถ้านายกฯพูดเองเขาคงเชื่อ แต่ถ้านายณัฐวุฒิไปพูดเขาคงไม่เชื่อ
นายสุเทพ กล่าวว่า นายกฯต้องตั้งราคาเป้าหมายว่าจะให้ขายได้ราคาเท่าไหร่ ขายไม่ได้ 120 บาท แต่จะตั้งไว้ 105-110 บาทก็ว่ามา ต้องบอกเกษตรกรได้ว่าจะใช้เวลากี่เดือน โดยที่รัฐบาลต้องจ่ายค่าชดเชยราคายางในระหว่างนี้ด้วย จากนั้นนายกฯต้องไปเจรจากับประธานาธิบดีอินโดนีเซีย ให้นายณัฐวุฒิไปคงไม่ได้พบหรอก เพราะกระจอกเกินไป ขณะนี้มีแต่ไทยและอินโดนีเซียเท่านั้นที่ผลิตยางมากที่สุด หากจับมือตกลงกันได้ว่าจะไม่ขายตัดราคากัน เราจะสามารถกุมราคายางในตลาดโลกได้
"ผมเคยทำมาแล้ว เคยไปพบประธานาธิบดีอินโดนีเซียมาแล้ว และถ้าจะให้เกียรติเขาเป็นหัวเรือใหญ่ในเรื่องนี้ ผมเชื่อว่านายกฯมีศิลปะในเรื่องนี้อยู่แล้ว จากนั้นไปพบประเทศผู้ซื้อรายใหญ่ทั้งจีนและญี่ปุ่น ไปบอกเขาว่าเราจำเป็นต้องปรับราคาขึ้น นี่เป็นโอกาสที่ทำให้เราปรับราคาขึ้นได้ และไม่เสียไมตรี ทำให้ปัญหานี้คลี่คลาย แต่อย่าไปเชื่อพวกลิ่วล้อว่าผมอยู่เบื้องหลังการชุมนุม หากผมจะร่วมมือกับผู้ชุมนุมจะประกาศให้นายกฯรู้ แล้วเดินหน้า ไม่ทำตัวเป็นอีแอบ ยืนยันว่าวันนี้เขาชุมนุม เพราะเดือดร้อนจริงๆไม่ใช่เรื่องการเมือง" นายสุเทพ กล่าว
หลังจากนายสุเทพ กล่าวจบ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ได้ขอตัวไปรับ พ.ท.หญิงลัดดา แทมมี่ ดักเวิร์ธ โดยมอบให้นายณัฐวุฒิ ชี้แจงข้อซักถามต่อ โดยนายณัฐวุฒิ กล่าวว่า เชื่อว่าพี่น้องเกษตรกรเข้าใจสถานการณ์ดี หลังได้รับมอบหมายจากรัฐบาลให้เข้ามาแก้ปัญหา ตนพยายามหาทางทำให้ราคายางขยับขึ้น โดยของบประมาณจากครม.เพื่อมารักษาเสถียรภาพยางพารา หากได้ย้อนกลับไปดูจะเห็นว่าตนเป็นคนแรก ที่เสนอให้ทำถนนสายยางพารา รวมไปถึงเปลี่ยนถุงมือแพทย์จากพลาสติก เป็นถุงมือยาง ที่ทำจากยางพารา และอีกหลายมาตรการ





